ผญบ.สุโขทัย ไอเดียเจ๋ง หมักขี้หมูทำแก๊สหุงต้ม ไม่ง้อ LPG

ผญบ.หญิง สุโขทัยหัวใส หมักขี้หมูผลิตเป็นไบโอแก๊ส ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ง้อ LPGจ่อเดินท่อแจกจ่ายให้ลูกบ้าน 44 ครัวเรือน ใช้หุงต้ม นำร่องหมู่บ้านปลอดแก๊สปิโตรเลียม 100% แห่งแรกในไทย…

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 14/3 ม.9 ต.ป่าแฝก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ของนางชมัยภรณ์ ชื่นจิตร อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหญิง บ้านเสาหิน ม.9 ต.ป่าแฝก อ.กงไกรลาศ หลังทราบว่า ที่บ้านของนางชมัยภรณ์ ติดตั้งถังหมักมูลสัตว์ผลิตไบโอแก๊สเพื่อใช้ในการหุงต้ม แทนการใช้แก๊สปิโตรเลียมหรือแก๊สถัง LPG โดยยึดแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

นอกจากนี้ยังได้เตรียมต่อท่อแจกจ่ายไบโอแก๊สไปให้ลูกบ้านทั้ง 44 หลัง ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อรณรงค์ให้เป็นหมู่บ้านปลอดแก๊สปิโตรเลียม 100% แห่งแรกของประเทศไทยอีกด้วย ได้พบกับนางชมัยภรณ์ ชื่นจิตร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “ผู้ใหญ่มาย” พร้อมด้วย ดร.พิสิษฎ์ มณีโชติ หัวหน้าที่ปรึกษาโครงการพัฒนาพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อมชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก กำลังตรวจสอบอุปกรณ์ถังหมักแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณหลังบ้านมาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว พบว่าสามารถผลิตไบโอแก๊ส เพื่อใช้ในการหุงต้มได้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพดี ไฟแรง ไม่มีกลิ่น แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

นางชมัยภรณ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ลูกบ้านส่วนใหญ่ในพื้นที่มีอาชีพเลี้ยงหมู มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นเหม็นของขี้หมูและของเสียจากฟาร์มเลี้ยง จนถึงขั้นมีการร้องเรียนเกิดขึ้น ตนในฐานะผู้นำชุมชนจึงนำปัญหาดังกล่าวไปปรึกษากับโครงการหมู่บ้านบริหารจัดการด้านพลังงานทดแทนในฟาร์มเลี้ยงสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของชุมชน กระทรวงวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี และ สำนักงานพลังงาน จ.สุโขทัย ซึ่งได้แนะนำให้นำขี้หมูที่เป็นปัญหาเหล่านี้ไปทดลองหมักเพื่อผลิตไบโอแก๊สหรือแก๊สชีวภาพ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้“ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก เพียงใช้มูลสัตว์ที่หาได้ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สุกร วัว ควาย หรือเศษอาหารที่เหลือทิ้ง หมักในถังหมักใช้เวลาประมาณ 3-4 อาทิตย์ ก็สามารถผลิตไบโอแก๊ส ต่อท่อมาใช้สำหรับหุงต้ม ทดแทนการใช้แก๊สปิโตรเลียมหรือแก๊สถัง LPG ได้ นับว่าเป็นการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง สามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ หลังจากตนได้ทดลองทำดูเห็นว่ามีประโยชน์ จึงเรียกประชุมลูกบ้านทั้งหมดจำนวน 44 หลังคาเรือน เพื่อรณรงค์ให้หันมาใช้ไบโอแก๊สแทน ขณะนี้ได้เดินท่อจากบ่อหมักหลังบ้านของตนไปยังลูกบ้านทุกหลังแล้ว ซึ่งจะถือว่าเป็นหมู่บ้านปลอดแก๊สปิโตรเลียม หรือแก๊สถัง LPG 100% แห่งแรกของประเทศไทยอีกด้วย” นางชมัยภรณ์ กล่าว ด้าน ดร.พิสิษฎ์ มณีโชติ ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวเสริมว่า การผลิตแก๊สจากมูลสัตว์ประเภทนี้ เรียกว่า ระบบฝาครอบลอย แก๊สที่ผลิตได้เป็นพลังงานที่ไม่มีวันหมด หากมีการเติมมูลสัตว์, เศษอาหารหรือขยะชุมชนที่ย่อยสลายได้ลงไปในบ่อหมักเป็นประจำ ขณะนี้ มีหลายหน่วยงานให้ความสนใจและเตรียมต่อยอดขยายโครงการผลิตแก๊สจากมูลสัตว์ไปยังหมู่บ้านข้างเคียงแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถังหมักมูลสุกรเพื่อผลิตไบโอแก๊ส ใช้หุงต้มในครัวเรือน เตรียมเดินท่อแก๊สแจกจ่ายให้กับลูกบ้านทั้ง 44 ครัวเรือน รณรงค์ให้เป็นหมู่บ้านปลอดแก๊สปิโตรเลียมหรือแก๊สถัง LPG 100% แห่งแรกของประเทศไทย.

ที่มา>>>Thairath

วิกฤติแล้ง! ชาวบ้านหันปลูกพืชใช้น้ำน้อย สร้างรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว

วิกฤติภัยแล้ง! กระทบ ชาวนาหันมาปลูกแตงกวาและถั่วฝักยาวพืชที่ใช้น้ำน้อย ทำให้มีรายได้ในช่วงฤดูแล้ง ด้าน เกษตรกร อ.แม่วงก์ ปล่อยผลส้มโอร่วงหล่นเกลื่อนพื้นเพราะขาดน้ำ เคยใช้น้ำประปารดส้มโอ แต่ต้นทุนสูงจนต้องปล่อยทิ้ง…

ปรับตัวสู้ภัยแล้ง หันมาปลูกแตงกวา-ถั่วฝักยาว พืชใช้น้ำน้อยแปลงผักปลูกแตงกวา

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบริเวณที่นาว่างเปล่า บ้านไผ่เขียว หมู่ 2 ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ พบกับ นางวันเพ็ญ กูดไคร้ ชาว ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล ซึ่งเปิดเผยว่า พื้นที่นารอบๆ ไม่มีใครทำนาเนื่องจากเกิดภัยแล้งและไม่มีน้ำ จึงได้รวมกลุ่มกัน 3 คน หันมาปลูกแตงกวา ถั่วฝักยาว และฟักทอง บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ พร้อมได้ทำการยกร่องแปลงปลูกผัก และทำร่องน้ำเอาไว้เพื่อรดน้ำในตอนเย็น ประมาณ 3 วันถึงจะสูบน้ำเข้าร่องที่ปลูกแตงกวา ทำให้มีน้ำใช้ตลอดฤดูแล้งนี้ แตงกวาเป็นพืชที่ให้ผลผลิตเร็ว โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้าในเมือง จ.อุตรดิตถ์ มารับซื้อถึงที่ จะขายกิโลกรัมละ 15 บาท รวมรายได้ไร่ละประมาณ 50,000 บาท ทำให้มีรายได้หลักในครอบครัว” นางวันเพ็ญกล่าว

เกษตรกร อ.แม่วงก์ ปล่อยส้มโอร่วงหล่นเพราะขาดน้ำ

ขณะที่ เจ้าของสวนส้มโอ ต.แม่วงก์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ต้องปล่อยให้ผลส้มโอล่วงหล่นเกลื่อนพื้นภายในสวน หลังไม่สามารถหาน้ำมาใส่สวนส้มโอที่ปลูก นางบุญสร้าง มูลโมก เจ้าของสวนส้มโอ หมู่ที่ 8 ตำบลแม่วงก์ อำเภอแม่วงก์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยใช้น้ำประปาเปิดใช้ในสวนส้มโอ แต่เนื่องจากแบกรับภาระต้นทุนค่าน้ำประปาไม่ไหว จึงต้องหยุดใช้ ทำให้ส้มโอที่ติดผลผลิตเริ่มขาดน้ำจนต้นเหี่ยวเฉาสวนส้มโอ ต.แม่วงก์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ล่าสุด ผลส้มโอเริ่มหลุดร่วงลงพื้น ประสบปัญหาการขาดทุนเป็นจำนวนมาก ก่อนหน้านี้เคยเตรียมการรับมือขุดบ่อน้ำจำนวนหลายบ่อไว้ใช้ภายในสวนแล้ว แต่เนื่องจากในพื้นที่ประสบปัญหาแล้งหนัก จนน้ำใต้ดินในบ่อที่ขุดไว้แห้งไม่สามารถสูบขึ้นมาใช้ เบื้องต้นคงต้องรอน้ำฝนที่จะตกลงมาเท่านั้น ซึ่งหากทิ้งช่วงยาวนานอาจส่งผลให้ส้มโอยืนต้นแห้งตาย

ที่มา>>>Thairath

บลอนด์ ดะคิแตน โคเนื้อยุโรปสู้ร้อน

พ่อพันธุ์ชาร์โรเลส์

โลกร้อน น้ำน้อยหาได้ยาก ภาวะเช่นนี้อาชีพเลี้ยง สัตว์ใช้น้ำน้อย ได้รับความสนใจจากเกษตรกรมากขึ้น…โคเนื้อเป็นหนึ่งในอาชีพที่ถูกจับตา

ด้วยราคาเนื้อที่ถีบตัวขึ้นไปสูง จากปริมาณการผลิตมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะ ตลาดท่องเที่ยวต่างชาติ ต้องการเนื้อคุณภาพเกรดพรีเมียมระดับเดียวกับเนื้อยุโรปมากขึ้น อีกทั้งตลาดประเทศเพื่อนบ้านก็ยังต้องเพิ่มอีกเช่นเดียวกัน…แต่บ้านเราอากาศร้อน การนำโคพันธุ์ดีจากประเทศในเขตอากาศหนาวมาเลี้ยง เป็นไปได้ยากที่จะรอด ต้องใช้วิธีเลี้ยงลูกผสมที่มีสายเลือดโคเนื้อยุโรปไม่เกิน 75% ถึงจะเป็นไปได้การรีดน้ำเชื้อพ่อพันธุ์โค บลอนด์ ดะคิแตน

วันนี้เกษตรกรไทยมีทางเลือกใหม่ในการเลี้ยงวัวเนื้อเกรดพรีเมียมได้อีกสายพันธุ์ เมื่อการศึกษาทดลองของกรมปศุสัตว์ ที่ใช้เวลามายาวนาน ถึง 18 ปี พบว่า โคเนื้อพันธุ์ “บลอนด์ ดะคิแตน” ที่ได้รับความนิยมเลี้ยงมากเป็นอันดับ 3 ของฝรั่งเศสและมีสายเลือดพันธุกรรมเชื่อมโยงใกล้ชิดกับพันธุ์ชาโรเลส์ ที่ได้รับความนิยมเลี้ยงในบ้านเรามากเป็นอันดับ 2 สามารถนำมาเลี้ยงในประเทศไทยได้แบบเลือด 100%

เพราะในบรรดาโคเนื้อพันธุ์ดี ให้คุณภาพเนื้อระดับพรีเมียม ที่เคยนำเข้ามาทดลองเลี้ยงทั้งหมด “บลอนด์ ดะคิแตน” ถือเป็นโคพันธุ์ที่ทนอากาศร้อนแล้งของบ้านเราได้ดีที่สุดสีน้ำตาลแดงเป็นวัวลูกผสมบลอนด์ ดะคิแตน+ตาก อายุ 3 เดือนครึ่ง ส่วนด้านหลังสีขาว ลูกผสมชาร์โรเลส์+บราห์มัน อายุปีครึ่ง

กรมปศุสัตว์ได้นำเข้าน้ำเชื้อ พ่อพันธุ์บลอนด์ ดะคิแตน มาผสมเทียมกับแม่โคพันธุ์บราห์มัน เมื่อปี 2541 ปรากฏว่า โคลูกผสมที่ออกมาสามารถทนทานต่ออากาศร้อนชื้นของบ้านเราได้ดีกว่าชาร์โรเลส์ และมีอัตราการเติบโตไม่แตกต่างจากโคลูกผสมบราห์มันชาร์โรเลส์ คุณภาพเนื้อที่ได้มีความละเอียด นุ่ม ไขมันน้อย เป็นที่นิยมของกลุ่มผู้บริโภครักสุขภาพ เมื่อมั่นใจว่าวัวพันธุ์นี้เหมาะกับเมืองไทย เราจึงได้นำเข้าพ่อพันธุ์บลอนด์ ดะคิแตนมาเลี้ยงเพื่อผลิตน้ำเชื้อแช่แข็ง ให้บริการผสม เทียมแก่เกษตรกรที่สนใจจะเลี้ยงวัวพันธุ์ดี”

นายสัตวแพทย์อยุทธ์ หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ บอกว่า นี่ถือเป็นอีกทางเลือกของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ นอกจากจะทนร้อนได้ดีกว่าวัวพันธุ์อื่นแล้ว การเลี้ยงในช่วง 1 ปีแรก ลูกวัวพันธุ์นี้ยังมีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว เมื่อเทียบกับโคนำเข้าพันธุ์อื่น ไม่ว่าจะเป็นชาร์โรเลส์ แองกัส หรือซิมเมนทอลพ่อพันธุ์บลอนด์ ดะคิแตน

ที่สำคัญบลอนด์ ดะคิแตน เลือด 100% สามารถเลี้ยงในบ้านเราได้ ต่างกับโคเนื้อยุโรปพันธุ์อื่น ไม่สามารถนำโคเลือด 100% มาเลี้ยง ได้…ขณะนี้กรมปศุสัตว์มีความพร้อมที่จะให้บริการผสมเทียมน้ำเชื้อแช่แข็งให้กับเกษตรกรเป็นที่เรียบร้อย ติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ 08–5743–2660

แต่การผสมเทียมครั้งแรก เกษตรกรยังไม่มีแม่พันธุ์บลอนด์ ดะคิแตน เลือด 100% จะมีก็แต่พันธุ์พื้นเมือง บราห์มัน หรือลูกผสมชาร์โรเลส์ ฉะนั้นลูกที่ได้มาในรุ่นแรก ยังคงเป็นลูกผสม เลือดบลอนด์ ดะคิแตน 50%

จะต้องเลี้ยงผสมเทียมไปเรื่อยๆ ประมาณ 6–7 รุ่น ถึงจะได้โคบลอนด์ ดะคิแตน เลือดแท้ 98–99%

ชาติชาย ศิริพัฒน์

ที่มา>>>Thairath

ทัพเรือภาคที่ 1 แจงภาพรองเท้าต่อคิวซื้อตั๋ว ‘เกาะขาม’ ขอ นทท. ให้ทำใจ มาช่วงน้ำลง

ทัพเรือภาคที่ 1 ชี้แจงภาพวางรองเท้าต่อคิวซื้อตั๋วขึ้นเกาะขาม ยัน นักท่องเที่ยวทำกันเอง แต่ไม่นิ่งนอนใจ เตรียมประชุมพิจารณาหาทางแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น ขอนักท่องเที่ยวทำใจมาช่วงน้ำลง ภาพไม่สวยอย่างที่คิด…

จากกรณีที่สายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ได้นำเสนอเรื่องราวของนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม‘ อ้างว่า เมื่อวันอาทิตย์ (10 เม.ย.) เกือบมีเหตุการณ์วางมวยของกลุ่มนักท่องเที่ยว หลังจากได้ไปต่อคิวซื้อตั๋วเรือข้ามไปท่องเที่ยวเกาะขามโดยใช้รองเท้าวาง ก่อนที่จะมีผู้ค้ารายหนึ่งมาตั้งร้านขายของ ส่งผลให้แถวรวน อีกท้ังตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่มีการจัดทำบัตรคิวแจกจ่ายเพื่อความเป็นระเบียบร้อย (นทท.โวยแหลก ‘เกาะขาม’ ใช้รองเท้าต่อคิวซื้อตั๋ว ถามทำไมไม่แจกบัตรคิว)

ล่าสุดวันนี้ 17 เม.ย. 59 ทัพเรือภาคที่ 1 หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ ‘เกาะขาม’ ได้ชี้แจงกับสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ว่า กรณีที่นักท่องเที่ยวนำรองเท้าไปต่อคิวกันนั้น ไม่ใช่นโยบายของทางทัพเรือภาคที่ 1 แต่เป็นธรรมเนียมการปฏิบัติของนักท่องเที่ยวสืบต่อกันมา เนื่องจากบางรายมาตั้งแต่ตี 3 จึงนำรองเท้ามาวางไว้เพื่อจองคิว และไปหลบมุมพักผ่อนเพื่อรอเวลาเปิดจำหน่ายตั๋วในช่วงเช้า ซึ่งในอดีตเกาะขาม สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เพียง 400 คนต่อวัน แต่หลังจากสถานที่ได้ถูกนำไปเผยแพร่ต่ออย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย ทางทัพเรือภาคที่ 1 จึงปรับปรุงสถานที่บนเกาะให้รองรับนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันสามารถรองรับได้ถึง 800 คนต่อวันนักท่องเที่ยวนำรองเท้าต่อคิวกันเอง ช่วงที่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่

สำหรับการจำหน่ายบัตรขึ้นเกาะ ทัพเรือภาคที่ 1 ชี้แจงว่า แต่เดิม 1 คนซื้อได้ 10 ใบ ปัจจุบันปรับลดเหลือ 1 คนซื้อได้เพียง 5 ใบ เพื่อให้สามารถไปได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากพิจารณาตามข้อเท็จจริงรถยนต์เก๋ง 1 คัน จะมีผู้โดยสารไม่เกินจากนี้ ส่วนกรณีรถตู้ที่มากันประมาณ 10 คน ต้องส่งตัวแทนอย่างน้อย 2 คน มารอคิวซื้อตั๋ว โดยที่เหลือสามารถพักผ่อนอยู่บนรถ หรือตามมุมต่างๆ ได้ สำหรับกรณีบัตรผีที่นำไปจำหน่ายในราคาสูงกว่าหน้าตั๋วนั้น ทางทัพเรือภาคที่ 1 ยอมรับว่าไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้ เนื่องจากบางรายนำไปขายนักท่องเที่ยวขณะจอดรถที่ลานจอด ซึ่งหากนักท่องเที่ยวยอมรับในราคาที่แพงกว่าปกติได้ ก็ถือว่าเป็นความสมัครใจ แต่ทางหน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจ เบื้องต้นหากเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นบุคคลหน้าเดิมๆ จะงดการจำหน่ายบัตรให้ทันที และปัจจุบันงดรับจองคิวซื้อตั๋วทางโทรศัพท์ เนื่องจากไม่เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่อดหลับอดนอนมารอเข้าคิวตั้งแต่เช้าตรู่ ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ถกเถียงกันมาแล้วในกลุ่มนักท่องเที่ยว

ตั๋วเรือ+ตั๋วขึ้นเกาะขาม ใบละ 200 เกินจากนี้คือตั๋วผี ภาพโดย porpluem

ในส่วนเสียงเรียกร้องที่ต้องการให้เปิดท่องเที่ยวเกาะขามในวันธรรมดาเพื่อลดความแออัดในวันหยุดนั้น ทัพเรือภาคที่ 1 ระบุว่า ปัจจุบันมีข้าราชการในสังกัดค่อนข้างน้อย จึงทำให้กำลังพลที่ดูแลนักท่องเที่ยวไม่เพียงพอ รวมถึงให้ธรรมชาติฟื้นตัวในช่วงที่ปลอดผู้คน ขณะเดียวกันหน่วยงานทัพเรือภาคที่ 1 ยังมีอีกหลากหลายภารกิจที่ต้องทำ อาทิ การดูแลน่านน้ำและควบคุมเรือประมงที่ทำผิดกฎหมาย IUU แต่หากหน่วยงาน ห้างร้าน บริษัท หรือมหาวิทยาลัยใดก็ตาม ต้องการขึ้นเกาะขามเป็นหมู่คณะในวันธรรมดา สามารถทำจดหมายขออนุญาตล่วงหน้าได้ภาพนี้เป็นชายหาดบนเกาะขามช่วงน้ำขึ้น ถ้าช่วงน้ำลงจะเห็นโขดหิน ไม่สวยงามเช่นในภาพ

ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่มีการแจกบัตรคิวนั้น ทัพเรือภาคที่ 1 ชี้แจงว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าเวรในช่วงดังกล่าว โดยทหารที่ยืนอยู่บริเวณป้อมทางเข้านั้นเป็นกำลังพลของกรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งเป็นคนละหน่วยงานกัน แต่หลังจากมีกระทู้ดังกล่าวเกิดขึ้นในสังคมออนไลน์ พรุ่งนี้ทางทัพเรือภาคที่ 1 จะมีการประชุมกันเพื่อหาทางแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น อาจจะมีการปรับเวรเจ้าหน้าที่ให้มาดูแลนักท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งต้องรอดูวันพรุ่งนี้

ในวันที่ธรรมชาติเป็นใจ เกาะขาม จะสวยเช่นนี้ ภาพโดย ทัพเรือภาคที่1

นอกจากนี้ ทัพเรือภาคที่ 1 ยังได้ฝากถึงนักท่องเที่ยวว่า หากมาเที่ยวเกาะขามในช่วงนี้ขอให้ทำใจกับสภาพน้ำลง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ โดยจะทำให้บรรยากาศไม่สวยเหมือนอย่างที่ถูกแชร์กันเป็นภาพสวยงามก่อนหน้านี้ เบื้องต้นได้นำรูปภาพเกาะขามช่วงน้ำลง ซึ่งมีโขดหินโผล่บริเวณชายหาด ทำเป็นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ติดบริเวณจุดซื้อตั๋วให้นักท่องเที่ยวได้ตัดสินใจ เพื่อไม่ให้เกิดการเสียเวลาและความผิดหวัง ขณะเดียวกันเกาะขามจะปิดฟื้นฟูธรรมชาติตั้งแต่ 16 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป และจะเปิดอีกครั้งหลังผ่านพ้นฤดูมรสุม หากมีสิ่งใดที่ขาดตกบกพร่อง ทางทัพเรือภาคที่ 1 ต้องขออภัยและขอให้เข้าใจเจ้าหน้าที่รวมทั้งหน่วยงานด้วย.

‘ไปถ่ายรูปกัน’ ทิวลิปบานที่ระยอง มหัศจรรย์ไม้เมืองหนาว เริ่มแล้วจ้า!

ทิวลิปบานแล้วจร้า!! มหัศจรรย์ไม้เมืองหนาวครั้งที่ 6 ทิวลิปบานที่ระยอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ 9 – 16 เมษายน เวลา 09.00 – 19.00 น. สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. เวลา 14.00 น. นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดงาน “มหัศจรรย์ไม้เมืองหนาวครั้งที่ 6 ทิวลิปบานที่ระยอง “ ณ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6นายเทวินทร์ วงศ์วานิช กล่าวว่า ปตท.ได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( กปร. ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริใน โครงการการใช้ความเย็นและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการวิจัยไม้เมืองหนาว ตามโครงการพระราชดำริฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 นำมาใช้ในการสร้างความเย็นให้กับโรงเรือนเพาะปลูกไม้เมืองหนาว ปีนี้เพิ่มพื้นที่การจัดงาน แบ่งโซนนิทรรศการไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์และพื้นที่สวนสวยงามรวมกว่า 30,000 ตารางเมตร พร้อมไม้เมืองหนาวงดงามกว่า 60,000 ดอก

นอกจากนี้ จัดเตรียมพื้นที่กิจกรรมสำหรับครอบครัวให้ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์อันดีงามของไทย เสริมสร้างมงคลด้วยการร่วมสรงน้ำพระ มี ร้านค้าชุมชน ร้านดอกไม้เมืองหนาว ร้านโครงการหลวง ร้านสมุนไพรอภัยภูเบศร์ ตื่นตากับขบวนพาเหรดที่จะมาสร้างความสุข 2 รอบต่อวัน ( 12.00 น. และ 17.00 น. ) โดยกิจกรรมจัดขึ้นตั่งแต่วันที่ 9 – 16 เมษายน เวลา 09.00 – 19.00 น. โดยค่าเข้าชมเพียงท่านละ 40 บาท รายได้จากการจำหน่ายบัตร จะบริจาคให้กับโรงพยาบาลบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น.

ที่มา>>>Thairath

ราคาทองลงแรง 300 บาท ทองรูปพรรณขาย 21,200 บาท

ทองรูปพรรณ

สมาคมค้าทองคำประกาศราคารับซื้อ  ขายทองคำประจำวันที่ 12/03/2559 เวลา 09:10 น. ครั้งที่ 1 ราคาดิ่งลง 300 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อ 20,700.00 บาท ขายออก 20,800.00 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 20,405.36 บาท ขายออก 21,200.00 บาท

ที่มา>>>sanoo new

ช่องยูทูบไทยรัฐคว้ารางวัล ‘ซิลเวอร์ บัตตอน’ ผู้ติดตามกว่า 5 แสนราย

ยูทูป1

ช่องยูทูบไทยรัฐคว้ารางวัล ‘ซิลเวอร์ บัตตอน’ หลังมีผู้ติดตามเป็นสมาชิกมากกว่า 500,000 ราย มั่นใจ ปีนี้ผู้ชมจะได้เห็นทั้งรายการย้อนหลัง ถ่ายทอดสด พร้อมเชียร์นักกีฬาทีมชาติไปด้วยกัน ตอบสนองผู้ชมมากขึ้นกว่าเดิม…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Youtube ประจำประเทศไทย จัดงาน Youtube partner 2016 โดยเป็นการรวมตัวของพันธมิตรทางด้านผู้ผลิตเนื้อหาบนยูทูบ ทั้งวงการเพลง วงการโทรทัศน์ และศิลปินอิสระต่างๆ และได้กล่าวถึงการดำเนินงานของสาขาในประเทศไทยในปีที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันผู้ใช้งานยูทูบในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยการเริ่มใช้งาน 4G อย่างเป็นทางการ การเพิ่มขึ้นของสมาร์ทโฟน และราคาค่าใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ถูกลง ส่งผลให้ผู้ใช้งานเปิดชมวีดิโอผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือสูงขึ้นกว่า 50% นอกจากนี้การรับชมแต่ละครั้ง ผู้ชมยังมีการดูวีดิโอซ้ำมากกว่าเดิมถึง 3 ครั้ง ต่อวีดิโอ 1 ชิ้นอีกด้วย

ยูทูป2

ภายในงานดังกล่าวมีการแจกรางวัล ‘ซิลเวอร์ บัตตอน’ ให้กับช่องยูทูบที่มีผู้ติดตามเป็นสมาชิกมากกว่า 100,000 คน ซึ่งไทยรัฐออนไลน์ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ด้วยยอดผู้ติดตามกว่า 564,000 คน

ด้าน นายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ เจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 กล่าวถึงรางวัลนี้ว่า ขอบคุณผู้ชมที่ติดตามผ่านยูทูบ ที่ถือว่าเป็นช่องทางใหม่ที่ไทยรัฐทีวีพยายามที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้กับผู้ชม โดยในปีนี้มั่นใจได้ว่าผู้ชมหรือผู้ติดตามจะได้เห็นทั้งรายการย้อนหลัง รายการถ่ายทอดสด และการเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยไปด้วยกัน รวมถึงการผลิตเนื้อหาใหม่ๆ ที่จะต้องตอบสนองผู้ชมบนยูทูบมากขึ้นกว่านี้.ยูทูป3

ภาพจาก>>>ไทยรัฐออน์ไลน์