เจ้าอาวาสควงปืน-มีดอาละวาด!! พอเห็นตร.เดินเซขับเก๋งหนี สกัดจับวุ่น-ซดเหล้าโชว์เลย

 เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 29 ก.ค. พ.ต.อ.ปัญญา มงคลสาร ผกก.สภ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ได้รับแจ้งว่า มีพระเมาเหล้าพกปืนและมีดไปอาละวาดข่มขู่ชาวบ้านอยู่ที่บริเวณกลางหมู่บ้านหนองคูขาม ต.หนองเชียงทูน อ.ปรางค์กู่ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สิริวีรวุฒิ ทองสถิตย์ รอง ผกก.สส.สภ.ปรางค์กู่ ร.ต.ท.ยุทธศาสตร์ บึงไกร ร้อยเวรป้องกันปราบปราม ด.ต.มีชัย คงธนจารุเลิศ และ ด.ต.พรหมจิตร สุดตา ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม ไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบพระรูปหนึ่ง ทราบชื่อภายหลัง คือ พระอธิการเสมียน ปมุตโต เจ้าอาวาสวัดหนองคูขาม ต.หนองเชียงทูน อ.ปรางค์กู่    เมื่อพระอธิการเสมียน เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รีบเดินเซไปขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สภาพค่อนข้างเก่า หมายเลขทะเบียน กข 5139 ศรีสะเกษ หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่สกัดจับและสามารถจับกุมได้ที่บริเวณถนนสายบ้านหนองเชียงทูน-บ้านหนองคูขาม ต.หนองเชียงทูน อ.ปรางค์กู่ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 5 กม. ซึ่งพระอธิการเสมียนเมื่อถูกจับกุมได้นำเอาเหล้าขาวที่บรรจุในขวดขนาดเล็กมาดื่มเหล้าโชว์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปทำการจับกุมและได้ทำการตรวจค้นภายในรถ พบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก ไม่มีกระสุนปืน และมีดพร้า จำนวน 1 เล่ม อยู่ภายในรถด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวไปทำการสอบสวนที่ สภ.ปรางค์กู่ จากการสอบสวนเบื้องต้น  พระอธิการเสมียน ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ดื่มเหล้าจนเมามาย และพกพาอาวุธปืนรวมทั้งมีดจริง โดยเหล้าได้มาจากญาติโยมคนหนึ่งนำเอามาถวายให้ ส่วนอาวุธปืนนั้นเป็นของลูกศิษย์คนหนึ่งนำเอามาฝากไว้ สำหรับมีดจะนำเอาไปใช้ในการตัดกิ่งไม้ในบริเวณวัด พ.ต.ท.สิริวีรวุฒิ จึงได้ตั้งข้อหาว่า 1.มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 2.พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ขับขี่รถในขณะมึนเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น 4. ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถ ซึ่งพระอธิการเสมียนได้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เพราะจำนนต่อหลักฐาน เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวพระอธิการเสมียนไปกราบนมัสการพระครูวรรณสารโสภณ รองเจ้าคณะอำเภอปรางค์กู่ และเป็นเจ้าอาวาสวัดขี้นาค เพื่อให้ทำการสึกพระอธิการเสมียน จากนั้น ควบคุมตัวนายเสมียน ไปส่งมอบให้ ร.ต.อ.สหภพ เชาวันกลาง พนักงานสอบสวน สภ.ปรางค์กู่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับพระอธิการเสมียน ปมุตโต เจ้าอาวาสวัดหนองคูขามที่ถูกจับสึกในครั้งนี้ ได้บวชมาตั้งแต่ปี 2528 มีพรรษาทั้งสิ้น 31 พรรษา แต่ต้องมาโดนจับสึกและถูกดำเนินคดีเนื่องจากว่า เมาเหล้า พกปืนและพกมีดไปอาละวาดในหมู่บ้านที่ตนเองเป็นเจ้าอาวาสวัดอยู่ในหมู่บ้าน จนทำให้ชาวบ้านสุดทนเห็นพฤติกรรมดังกล่าวไม่ไหว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้หาจับกุมไปดำเนินคดีตามกฎหมายในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

รถคว่ำเลือดกระจายถนน นึกว่าอุบัติเหตุแจ้งจนท. ถึงผงะ!! 2หนุ่มร่างพรุนเป็นศพ

 วันที่ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ ร.ต.อ.สมพงษ์ ศรีครินทร์ พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายถนนสายสันตาเพีย-น้ำจาง หมู่ที่ 13 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ ที่เกิดเหตุเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านบ้านสันตาเพียหมู่ที่ 12 – บ้านน้ำจาง หมู่ที่ 13 ต.บ้านโตก ตลอดเส้นทางมืดสนิท ไม่มีไฟส่องสว่างแต่อย่างใด พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน – ขาว หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 8067 เพชรบูรณ์ ซึ่งล้มอยู่กลางถนน และพบศพชายซึ่งคาดว่าเป็นคนขับขี่สวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น ทราบชื่อต่อมา คือ นายประวิน อุ้มภูธร อายุ 30 ปี อยู่หมู่ 12 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และชายสวมเสื้อสีเหลืองทับด้วยเสื้อคลุมสีน้ำตาล กางเกงยีนส์ขายาว ซึ่งคาดว่าเป็นคนซ้อนท้าย ทราบชื่อต่อมา คือ นายบุญธรรม จันคูณ อายุ 29 ปี อยู่หมู่ 13 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ถูกยิงด้วยกระสุนปืนหลายนัดนอนเสียชีวิตในลักษณะศพยังคร่อมรถอยู่

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 9 ปลอก จึงให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตรวจค้นภายในตัว พบเพียงโทรศัพท์มือถืออยู่ในกระเป๋ากางเกงของคนขับ ส่วนคนซ้อน พบเงิน 20 บาท ยาเส้นและไฟแช็คอยู่ในกระเป๋ากางเกง จากการชันสูตรพบว่านายประวิน ซึ่งเป็นคนขับรถ จยย. ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าตามลำตัวจำนวน 5 นัด กระสุนฝังใน ส่วนนายบุญธรรม ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 11 มม. เช่นเดียวกันจำนวน 6 นัด จากการสอบสวนนายเอ (นามสมมติ) ผู้พบศพเป็นคนแรก ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ตนขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านหมู่ที่ 13 ต.บ้านโตกมาตามเส้นทางดังกล่าว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นรถจักรยานยนต์ล้ม โดยมีคนนอนทับอยู่ 2 คน จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุรถล้ม แต่เมื่อเจ้าหน้าที่อาสาฯ มาดู ก็พบว่าเป็นการฆาตกรรมจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า จากการสอบสวนและตรวจสอบสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุ คาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และน่าจะรู้จักกับผู้ตาย และคาดว่าในขณะที่ทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์มาตามเส้นทางดังกล่าวได้มาพบกับคนร้าย จึงได้จอดเพื่อเคลียร์ปัญหาอะไรกันบางอย่าง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. กระหน่ำยิงจนเสียชีวิตทั้งคู่ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้านและสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุของการสังหารในครั้งนี้

ที่มา>>>ข่าวสด