หายลึกลับนับเดือน ผอ.สาว ตามพบเก๋ง-ถูกขาย ซื้อ3ทอด-โผล่อู่ทำสี พ่อร้องตร.ศรีสะเกษ แฉปม”คนมีสี”ติดพัน หวั่นอุ้มไปฆ่าล้างหนี้

ลูกหาย – นายบุญมี อุ่นอ่อน ร้อง ทุกข์สื่อ กรณีน.ส.จุฑาภรณ์ ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ลูกสาวหายตัวปริศนาร่วม 1 เดือน แจ้งความตร.แล้วแต่คดีไม่คืบ หวั่นถูกกลุ่มคนมีสีอุ้มไปล้างหนี้

หายปริศนานับเดือน ผอ.สาว ฝ่ายกองการศึกษา อบต. ไม่รู้เป็นตายร้ายดี พ่อวัย 62 ปี ร้องตร. ศรีสะเกษ เร่งติดตามหาตัว เผยลูกสาวรู้จักกับคนมีสีนายหนึ่ง โอนเงินให้หลายครั้งรวมกว่า 3 แสนบาท มีประวัติติดพนันบอล หนี้สิน หวั่นถูกลวงไปฆ่าล้างหนี้ ตร.ตั้งชุดสืบสวนหาเบาะแส พบรถเก๋งไปซ่อมทำสีในอู่ที่อุบลราชธานี ถูกขายเปลี่ยนมือ 3 ทอด ฝ่ายผู้หญิงเป็นคนโอนลอย อีกทั้งพบความเคลื่อนไหวในโซเชี่ยลมีเดีย มุ่งปมเรื่องสัมพันธ์ส่วนตัว ทรัพย์สิน ไล่วงจรปิดหาตัว

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายบุญมี อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/1 หมู่ 3 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และนายบัวกัน อุ่นอ่อน อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 บ้านโนนเจริญ ต.เสาธงชัย น้องชายนายบุญมี ร้องเรียนว่า น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ เป็นลูกสาวนายบุญมี หายตัวไปพร้อมกับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเงิน ทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา หรือเกือบ 1 เดือน

นายบัวกันกล่าวว่า น.ส.จุฑาภรณ์ หลานสาวแต่งงานแล้ว สามีทำงานเป็นต้นหนเรือเดินทะเล มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 8 ขวบ โดยเช่าบ้านพักอาศัยอยู่ที่บริเวณด้านหลังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขากันทรลักษ์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค หลังจาก น.ส.จุฑาภรณ์ไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนอนุบาลแล้ว ช่วงตอนเย็นวันเดียวกัน น.ส. จุฑาภรณ์โทรศัพท์มาบอกนายบุญมีผู้เป็นพ่อว่าให้ไปรับลูกสาวให้ด้วย จากนั้น น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไป ไม่ยอมรับโทรศัพท์จากครอบครัวและญาติพี่น้องอีกเลย

อาน.ส.จุฬาภรณ์กล่าวต่อว่า ต่อมาวันที่ 20 ก.ค. หลังหายตัวไปนานหลายวัน นายบุญมีไปแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ ขอให้ตำรวจช่วยติดตาม น.ส.จุฑาภรณ์ด้วย โดยก่อนหน้านี้ มีนายทหารคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ใกล้เขาพระวิหาร และมีภรรยาอยู่แล้ว มารู้จักกับหลานสาว จากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากของหลานสาว พบว่ามีรายการโอนเงินเข้าบัญชีของแม่นายทหารคนดังกล่าวหลายครั้ง อีกทั้งหลานสาวเคยส่งไลน์มาขอให้ญาติพี่น้องโอนเงินให้ครั้งละ 20,000 บาทหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 300,000 บาท

ส่วนนายบุญมี พ่อน.ส.จุฑาภรณ์ กล่าว ทั้งน้ำตาว่าคิดถึงลูกสาวมาก ลูกไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน คาดว่าลูกสาวคงเสียชีวิตแล้ว ขาดการติดต่อมานาน 6 สัปดาห์แล้ว ลูกสาวอาจจะถูกอุ้มไปฆ่าล้างหนี้ เพราะเคยไปทวงหนี้กับคนมีสีคนหนึ่งที่ยืมเงินไปจำนวนมาก แล้วไม่ยอมคืน เนื่องจากคนมีสีดังกล่าวติดการพนันฟุตบอลอย่างหนัก และหนี้สินรุงรัง ขอให้ตำรวจช่วยติดตามลูกสาวด้วย หรือหากยังมีชีวิตอยู่ขอให้ติดต่อครอบครัวโดยด่วน พ่อแม่ญาติพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะลูกสาวคิดถึงแม่มาก นอนร้องไห้ทุกคืน

จากการสอบถามไปยัง พ.ต.อ.ฉัตรพัฒน์ แก้วจันดี ผกก.สืบสวน บก.ตำรวจภูธร จ.ศรีสะเกษ เกี่ยวกับการติดตามหาตัว น.ส. จุฑาภรณ์ โดย พ.ต.อ.ฉัตรพัฒน์กล่าวว่าชุดสืบสวนภาค 3 ร่วมชุดสืบสวน จ.ศรีสะเกษ สืบสวนอย่างเต็มที่ เพื่อตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ ขณะนี้ได้เบาะแสสำคัญหลายส่วนแล้ว เพื่อสรุปประเด็นว่าหายตัวไปเพราะสาเหตุใด อีกทั้งทราบเบาะแสว่ารถเก๋งของ น.ส.จุฑาภรณ์ ถูกโอนลอยเอาไว้ ไม่ทราบว่าเอาไปขายแล้วหรือไม่ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนอย่างเต็มที่เพื่อหาข้อเท็จจริงในประเด็นนี้

ขณะที่ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ศรีสะเกษ กล่าวว่าตั้งชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีแล้ว โดยเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้วกว่า 10 ปาก พบเบาะแสสำคัญรถเก๋งของ น.ส.จุฑาภรณ์ ไปทำสีที่อู่รถแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี สอบสวนคนที่นำรถมาระบุว่าซื้อผ่านนายหน้าคนหนึ่ง โดยไม่รู้ว่ารถมีคดีความอยู่ และทราบอีกว่ารถถูกขายเปลี่ยนมือเจ้าของเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยพบว่า น.ส.จุฑาภรณ์เซ็นโอนลอยรถ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวนายหน้าคนซื้อขายรถครั้งแรก เพื่อมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

ผบก.ศรีสะเกษกล่าวต่อขณะนี้ไม่มีรายงานว่า น.ส.จุฑาภรณ์ เสียชีวิต แต่จากการตรวจสอบพบว่าบัญชีผู้ใช้ต่างๆ ที่ใช้สำหรับเล่น โซเชี่ยลมีเดียของ น.ส.จุฑาภรณ์ ยังมีการ เคลื่อนไหวอยู่ เบื้องต้นตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว เรื่องทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบในทุกด้าน รวมถึงไล่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในทุกเส้นทางที่คาดว่าจะพบ น.ส.จุฑาภรณ์

ด้าน น.ส.กิตติวรา คำมุงคุล นักวิชาการการศึกษา ผู้ใต้บังคับบัญชา และนั่งทำงาน ติดกับน.ส.จุฑาภรณ์กล่าวว่า ไม่เคยมีเรื่องราวโกรธเคืองกับผู้ใด น.ส.จุฑาภรณ์เคยนำเอาเงินมาให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานยืม 20,000 บาท เคยได้ยินน.ส.จุฑาภรณ์บ่นเพียงว่า หมุนเงินไม่ทัน เนื่องจากว่าต้องนำเอาเงินไปใช้ก่อสร้างบ้าน

ขณะที่นายสุเรียน ปูพะมูล นายก อบต.ชำ กล่าวว่า ไม่มาทำงานตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. รวม 26 วันทำการ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ไม่มาทำงาน ขอให้ตำรวจติดตามหาให้พบตัวโดยด่วน สมาชิกอบต. และเจ้าหน้าที่ทุกคนห่วงใยสวัสดิภาพน.ส.จุฑาภรณ์ เป็นอย่างมาก

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

นาทีคลั่ง!ฝรั่งเลือดโชกไล่ทำร้ายชาวบ้าน-พังร้านเละ ตร.ไล่จับตัวระทึกกลางเมืองพัทยา

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 พ.ย. ร.ต.อ.สนั่น โคตะนนท์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเมาสุราคลุ้มคลั่ง ไล่ทำร้ายชาวบ้านและพังทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงแรมสยามสวัสดี ซอยบัวขาว พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจสายตรวจ เข้าระงับเหตุทันที201611181143142-20041019161308เมื่อไปถึงพบนักท่องเที่ยวชายชาวยุโรป อายุประมาณ 40 ปี มีบาดแผลถูกของมีคมทำร้ายที่ข้อมือซ้าย ตามร่างกายและเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยคราบเลือด อยู่ในอาการเมาสุราและคลุ้มคลั่งวิ่งไล่ทำร้ายชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา สร้างความตกใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนเข้าไปจับกุมช่วยเหลือ ปรากฎว่าชายต่างชาติได้วิ่งหลบหนีเข้าประตูลานจอดรถร้านฟินดิจ พร้อมกับล็อกประตูเอาไว้ เพื่อไม่ให้ใครเข้าใกล้ ลักษณะระแวงอะไรบางอย่าง201611181143141-20041019161308เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยเกลี้ยกล่อม แต่ชายต่างชาติไม่ยอมฟังความใดๆ เอาแต่พังทรัพย์สินชาวบ้านได้รับความเสียหาย ส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย โดยไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นฤทธิ์ จากนั้นไม่นานชายต่างชาติเห็นผู้คนอยู่บริเวณนั้นได้วิ่งปรี่เข้าทำร้ายในบาร์เบียร์แห่งหนึ่งใกล้เคียงจุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นท่าไม่ดี จึงช่วยหันควบคุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด ก่อนจะนำส่งรพ.เมืองพัทยา ไปรักษาบาดแผลอย่างทุลักทุเล201611181143143-20041019161308สอบถามชาวบ้าน ทราบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เห็นชายต่างชาตินั่งดื่มกินอยู่ภายในกลุ่มบาร์เบียร์ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ จนกระทั่งช่วงเช้าพบชายคนดังกล่าว สภาพถูกของมีคมทำร้ายเลือดท่วมตัว โดยมีอาการเมาสุราคลุ้มคลั่งอาละวาดไล่พังทรัพย์สิน และทำร้ายชาวบ้านจำนวนหลายคน จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจเข้าระงับเหตุไว้ได้ดังกล่าว201611181143144-20041019161308อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนพยานแวดล้อม พร้อมทั้งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดว่า ชายต่างชาติถูกทำร้ายจนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง หรือเมาสุราอาละวาดกันแน่ คงจะต้องรอชายต่างชาติหายเมาและรักษาบาดแผลให้หายดีก่อน เพื่อจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป201611181143147-20041019161308-1

ที่มา>>>ข่าวสด

มอบตัวแล้ว ชายในคลิปถีบแล้วกระทืบหัวดช. 7 ขวบ สารภาพแค้นเหยื่อแกล้งลูกร้องไห้

จากกรณีมีการแชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊ก แม่น้องมิกซ์ น้องมิลินท์ ซึ่งได้เผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิด ซึ่งระบุว่า เกิดขึ้นที่”หมู่บ้านเอื้ออาทรปัญญารามอินทรา” โดยเป็นภาพสะเทือนใจอย่างยิ่ง พบว่า ภาพฉายให้เห็นเด็ก 3 คน กำลังนั่งอยู่บริเวณหน้าบันได ก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะลุกขึ้นวิ่งหนีไป จากนั้น มีชายคนหนึ่งเดินลงมาจากบันไดอย่างรวดเร็วและถีบเด็กเสื้อสีแดงจนกระเด็น จากนั้นเข้าไปกระทืบซ้ำบริเวณหัวอีกหลายที แล้วอุ้มเด็กที่ยังนั่งอยู่อีกคนขึ้นมา และยังกลับไปกระทืบเด็กคนเดิมซ้ำด้วย โดยผู้โพสต์ระบุว่า “เลวมากอ่ะ แค่เด็กมันเล่นกันถึงกับต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอ ใจมันทำด้วยอารัยคนสมัยนี้”

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม พ.ต.ต.หญิง เสาวลักษณ์ สุวรรณมณี สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากนายณัฏฐา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ว่า ด.ช.เอ (นามสมมุติ) ลูกชายวัย 7 ขวบ ได้ถูก นายอำนาจ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ภายในเอื้ออาทรปัญญารามอินทรา ตึก 8 ถ.ปัญญารามอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา โดยที่นายณัฏฐากับนายอำนาจเป็นเพื่อนบ้าน

พ.ต.ต.หญิง เสาวลักษณ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นจากผู้แจ้งทราบว่า ก่อนเกิดเหตุด.ช.เอได้นั่งเล่นอยู่กับด.ช.บี(นามสมมุติ) ลูกชายของนายอำนาจ ต่อมานายอำนาจซึ่งอาศัยอยู่บนชั้น 5 ของอาคารได้ยินเสียงลูกชายของร้องไห้จึงลงมาดู เมื่อมาเห็นลูกชายตัวเองร้องไห้ก็เกิดอาการโมโหเข้าใจว่าด.ช.เอแกล้งลูกชายตัวเองจนร้องไห้ จากนั้นได้ลงมือทำร้ายร่างกายตามที่ปรากฏในคลิปที่แพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันจากการสอบสวนนายอำนาจก็ยอมรับว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็กเอจริง เนื่องจากมีความโมโห

พ.ต.ต.หญิง เสาวลักษณ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบร่องรอยตามร่างกายของด.ช.เอ พบมีบาดแผลและรอยฟกช้ำดำเขียวที่บริเวณกกหู ลำคอ และใบหน้า ทั้งนี้ต้องส่งตัวเด็กที่ได้รับบาดเจ็บให้แพทย์โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ทำการตรวจสอบการบาดเจ็บภายในร่างกาย ก่อนระบุในใบรับรองแพทย์ว่ามีอาการบาดเจ็บลักษณะไหน สาหัสหรือไม่ เพื่อประกอบสำนวนคดี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยยังไม่มีการแจ้งความคดีอาญา เนื่องจากต้องรอใบรับรองแพทย์ที่ทำการตรวจร่างกายของเด็กที่ถูกทำร้าย ซึ่งในวันพรุ่งนี้(5 ต.ค.)ได้นัดหมายผู้ปกครอง รวมทั้งสหวิชาชีพมาสอบปากคำ และดำเนินการแจ้งความเอาผิดตามความเห็นแพทย์ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ช็อก!! แฟนสาวรู้ว่าหนุ่มนศ.ตามหาไม่เจอ ยืมรถเพื่อนไล่ตาม-เจอภาพสลดแฟนชนเละ2ศพ

หนุ่มนศ.ปี2 ขับรถตามหาแฟนสาว ชนเละจยย.เหลือแต่เศษเหล็ก ดับคาถนน2ศพ ด้านแฟนสาวสุดช็อกรู้ว่าหนุ่มตามหาแต่ไม่เจอ ยืมรถเพื่อนไล่ตาม เห็นภาพสลด แฟนหนุ่มซิ่งจยย.ประสานงานรถจักรยานยนต์ดับคาที่พร้อมคู่กรณี 2 ศพ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ร.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ปริญา พงส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุประจำ สภ.พระสมุทรเจดีย์ว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนสุขสวัสดิ์-ป้อมพระจุล ด้านหน้าแฟลตไทย-เยอรมัน หมู่ที่ 5 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

201609260729421-20041020105821

 ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน รถวิ่งสวนทางกัน บริเวณกลางถนน พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ-ไอ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 5 กด 4594 กทม. ล้มคว่ำในสภาพพังยับเยินเป็นเศษเหล็กอัดติดกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ-ไอ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 2 กข 7462 กทม. โดยในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายอานนท์ อนันต์ อายุ 21 ปี อยู่หมู่ที่ 13 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นอนหงายจมกองเลือดในสภาพ แขน ขาและคอหัก หน้าอกยุบ สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีแดง กางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีน้ำเงิน รองเท้าหูคีบสีน้ำตาลและ นายอมรเทพ คิดนุนาม อายุ 18 ปี อยู่หมู่ที่ 7 ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ สภาพศพขาและคอหัก สวมเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้า-ขาว กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน สวมรองเท้าแตะ201609260729424-20041020105821

จากการสอบถาม นางสาวกมลรัฐ อายุ 18 ปี อยู่หมู่ที่ 6 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ทราบว่า นายอมรเทพเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 โรงเรียนเทคโนโลยีหมู่บ้านครู สาขาช่างยนต์ ก่อนเกิดเหตุ ตนได้มาเที่ยวบ้านเพื่อนบริเวณสะพานคลองตาเพิ่ม เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. นายอมรเทพ แฟนหนุ่มได้ขี่รถมารับตนที่บ้านเพื่อน เพื่อรับกลับบ้าน แต่ไม่พบ จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับ ตนเห็นนายอมรเทพกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับจึงได้ยืมรถจักรยานยนต์เพื่อนขี่ไล่ติดตามเพื่อเรียกให้นายอมรเทพหยุดรถและวนรถมารับ จนกระทั่งขี่รถมาพบนายอมรเทพ ชนประสานงารถจักรยานยนต์อีกคันจนเสียชีวิตคาที่

201609260729423-20041020105821

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำศพทั้ง 2 ราย ส่งสถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์การเสียชีวิต ก่อนที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุเพื่อสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรหื่นบุกห้องผช.พยาบาล ปืนจ่อหัว-ขืนใจ ก่อนหนีขอเบอร์เหยื่อ บอกจะขนของมาอยู่ด้วย

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 ก.ย. น.ส.ต่าย (นามสมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ช่วยพยาบาล รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ย่านศรีนครินทร์ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.พิทเรศ คุยเพียภูมิ รองสารวัตร(สอบสวน)สน.ประเวศ เพื่อแจ้งความว่าถูกคนร้ายบุกเข้าห้องพักและข่มขืน ที่ห้องพักของอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง ย่านสวนหลวง กทม.  ผู้เสียหายให้การว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ขณะที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ในห้องพักขั้น 2 ห้อง 204 ตื่นมาตอนนาฬิกาปลุก พบว่าคนร้ายได้ยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อคนร้ายเห็นตนกำลังตื่นนอน ก็ได้ใช้ผ้าห่มมาคลุมศรีษะตน และนำอาวุธปืนมาจ่อที่หน้าผากตน พร้อมทั้งพูดบังคับให้ตนอยู่นิ่งๆ แต่ตนได้พูดขอร้องให้คนร้ายอย่าทำร้ายตน และบอกว่าอยากได้ทรัพย์สินอะไรให้เอาไป แต่คนร้ายไม่ยอม จับมือทั้งสองข้างของตน ไว้เหนือศรีษะในลักษณะไข้วทับกัน ก่อนจะลงมือข่มขืนตน ขณะนั้นยังเอาปืนจ่อหน้าผากตนไว้อยู่ หลังจากเสร็จไป 1 ครั้ง คนร้ายได้นำเสื้อของตน มาผูกปิดตาตนไว้

เหยื่อสาวให้การว่า ระหว่างนั้นตนเหลือบไปเห็นลักษณะคนร้าย เป็นชาย รูปร่างผอม สูงประมาน 170 ซม. ผิวสีแทน ผมรองทรง ที่บริเวณเอวด้านขวาของคนร้ายมีรอยสักสีเขียวแดง ลักษณะเป็นสัตว์ มีเกล็ด คล้ายปลาหรือมังกร จากนั้นได้ลากตนไปยังห้องน้ำ ขณะอยู่ในห้องน้ำ ตนได้ยินเสียงคล้ายคนรือค้นของในถุงพลาสติก และเสียงกดชักโครก จากนั้นคนร้ายได้ลากตนมาที่เตียงนอนอีกครั้งก่อนจะลงมือข่มขืนตนอีกครั้ง  เหยื่อสาวให้การว่า หลังจากนั้นตนได้ยินเสียงคนร้ายกำลังสวมใส่เสื้อผ้า ตนจึงได้พยายามชวนคนร้ายคุยเพื่อซักถามจนรู้ว่าคนร้ายอยู่ย่านปทุมวัน เดินทางโดยใช้นั่งแท็กซี่ พร้อมทั้งขู่ตนให้เบอร์โทรศัพท์ และขอชื่อเฟซบุ๊คของตนไป ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่า เดี้ยวจะติดต่อกลับมา และจะขนของมาอยู่กับตน หลังจากนั้นคนร้ายได้บังคับให้ตนนอนคว่ำหน้า ก่อนจะหลบหนีออกทางหน้าต่างห้องของตน กระโดดข้ามระเบียงไปยังตึกที่อยู่ติดกัน ขณะนั้นตนได้รีบหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อถ่ายรูป แต่ไม่ทัน คนร้ายมีความชำนาญในการปีน ทำให้สามารถหลบหนีไปได้ จากนั้นตนจึงโทรศัพท์หาญาติและมาแจ้งความที่สถานีตำรวจ

ร.ต.ท.พิทเรศ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องไว้ คาดว่าคนร้ายน่าจะติดตามผู้เสียหายจนทราบว่าพักอาศัยอยู่ภายในซอยดังกล่าว ตอนนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ให้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีกระดาษชำระที่คนร้ายได้ใช้ และถุงพลาสติก ส่วนผู้เสียหายได้ส่งไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งจะทราบผลในวันอังคารนี้ (13 ก.ย.) ส่วนเรื่องการติดตามคนร้ายได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง พร้อมทั้งเชิญตัววัยรุ่นที่น่าสงสัยและพักอาศัยในซอยดังกล่าวมาสอบปากคำ เพื่อติดตามตัวหาคนร้ายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปมรณะ! 2นร.สาวจีนตบตีแย่งผู้ชายจนตกตึกเรียนดับ สลด!คนเดินผ่านไม่ยอมหยุดช่วย

 เว็บไซต์ ไลฟ์ลีก รายงานเหตุสลดในจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดเผยภาพขณะที่นักเรียนหญิง 2 คน ตบตีกันเพราะปมรักสามเส้า ริมทางเดินอาคารเรียนสูงหลายชั้น จนกระทั่งนักเรียนหญิงคนหนึ่งพลัดตกระเบียงเสียชีวิต โดยที่อีกฝ่ายพยายามดึงร่างไว้แล้ว แต่ไม่ทัน แต่น่าสลดใจยิ่งกว่า เพราะมีนักเรียนชายสีเขียว และอีกหลายคนเดินผ่านทั้งคู่ที่ทะเลาะกัน แต่กลับไม่ยอมช่วย หรือเข้าไปห้ามปราม จนกระทั่งนักเรียนหญิงคนดังกล่าวตกตึกลงไปเสียชีวิต

ที่มา>>>ข่าวสด

เพื่อนตามถึงบ้าน!! เรียกออกไปคุย น้าได้ยินเสียงด่ากัน-ก่อนหลานถูกฟันคอหวิดขาด

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 17 ส.ค. ร.ต.อ.สายใจ คำจุลลา รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งมีคนถูกอาวุธมีดฟันเสียชีวิตริมถนนทางเข้าหาดสอ ก่อนถึงมัสยิดอัลฮูดา หมู่ที่ 8 บ้านเตาถ่าน ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.เมฒาวิศ ประดิษฐ์ผล ผกก.สภ.สัตหีบ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน ที่เกิดดเหตุพบร่าง นายวันชัย ภู่จุ้ย อายุ 32 ปี อยู่หมู่ที่ 8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในสภาพสวมชุดกีฬากางเกงสีดำ สวมเสื้อสีเหลือง ถูกอาวุธมีดฟันเข้าที่บริเวณใบหน้าและท้ายทอย จำนวน 3 แผล คอเกือบขาด สภาพนอนคว่ำหน้า ตะแคงขวาจมกองเลือด อยู่ริมถนน ห่างจากบ้านประมาณ 800 เมตร ก่อนจะส่งชันสูตรยังโรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 เพื่อหาสาเหตุการตาย ร.ต.อ.สายใจ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายสมชาย บุญยัง อายุ 44 ปี น้าชายผู้ตาย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงกลางดึก ผู้ตายได้เข้ามาบ้าน ก่อนจะมีเพื่อน ขี่ จยย. ตามมา ผู้ตายได้ออกไปยืนคุยกันอยู่หน้าบ้าน สักพักตนได้ยิงเสียงด่ากัน ก่อนที่จะได้ยินเสียง จยย. ขี่ออกไป ซึ่งก็ไม่คิดอะไร คิดว่าทะเลาะกันธรรมดา จนมีคนมาบอกหลานชายถูกฟันตายอยู่ริมถนน จึงรีบออกมาดูที่เกิดเหตุทันที ส่วนสาเหตุนั้น ตนไม่ทราบ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากการทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามจะประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด โดยรอบบริเวณจุดเกิดเหตุ และทำการสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งแวะปั๊ม-จู่ๆระเบิดตูมสนั่นรถแหลก ชาวเน็ตรุมจวกไร้พลเมืองดี (มีคลิป)

 เว็บไซต์ เร็นทีวี ของรัสเซียเผยภาพกล้องวงจรปิดในปั๊มน้ำมันของรัสเซีย โดยคนขับรถคันสีดำเปิดฝากระโปรงหลังระหว่างรอเติมน้ำมันเสร็จ จู่ๆ เกิดระเบิดขึ้นจนรถแหลกทั้งคันและคนขับนั้นหมดสติไป ผู้ชายอีกคนกลับมาขึ้นรถที่จอดใกล้กันหลังระเบิดไม่นานรีบขับออกไปทันที ส่วนชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เดินผ่านไปโดยไม่เข้าไปช่วยเหลือ ผู้ป่วยถูกนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ขณะนี้อาการยังทรงตัว

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดภาพวงจรปิดเห็นนาที 4 โจ๋ล็อก”นศ.สาว”เข้าโรงแรม แฉมอมยาเลิฟ-ปลุกเซ็กซ์

จากคดีสะเทือนใจ น.ส.เอ (นามสมมติ) นศ.สาววัย 19 ปี ถูกคนร้าย 4 คนรุมโทรมจนเสียชีวิตในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางซื่อ กทม. โดยตำรวจสามาถจับกุมคนร้ายได้ทั้ง 4 คน คือ นายเขตตะวัน วิวัฒนานนท์ อายุ 21 ปี นายคณากร ทองเอม อายุ 19 ปี นายคงกระพัน สังข์มีน้อย อายุ 21 ปี และนายธวัชชัย บุบผามะตะนัง อายุ 28 ปี ซึ่งตำรวจพบว่าผู้ตายอาจโดนมอมยาแล้วถูกล่อลวงไปขืนใจจนเกิดหัวใจวายเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ตามที่นำเสนอข่าวไปนั่น ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ส.ค. ที่สน.บางซื่อ มารดาและญาติของ น.ส.เอ เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับคดีดังกล่าว แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์  เนื่องจากยังทำใจไม่ได้ ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เดินทางมาที่ สน.บางซื่อ เพื่อสอบปากคำและตรวจสอบความเรียบร้อยของคดีดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งไปฝากขัก ที่ศาลอาญารัชดาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่คัดค้านการประกันตัว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุพบว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยงคืนวันที่ 2 ส.ค. ผู้ต้องหานัดผู้ตายไปดื่มกินที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จนเวลาประมาณ 05.44 น. ผู้ต้องหาบางส่วนเดินทางออกมาเปิดโรงแรมในซอยพหลโยธิน11 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. เพื่อใช้ในการก่อเหตุ หลังจากนั้นได้กลับมารับผู้ตายไปที่โรงแรมดังกล่าว จากการสังเกตพบว่าผู้ตายอยู่ในอาการมึนเมา ไม่ได้สติ โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ต้องช่วยกันพยุงเข้าไปในห้องเกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่ชี้ชัดว่าผู้ตายถูกล่อลวงมาก่อเหตุ อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยผู้ตายนั้นเพิ่งรู้จักกับ 1 ในกลุ่มคนร้ายเมื่อประมาณวันที่ 1 ส.ค. ก่อนจะนัดมาเจอกัน และลงมือก่อเหตุ จนต่อมาเวลาประมาณ 15.00 น.วันที่ 3 ส.ค. หนึ่งในผู้ที่ก่อเหตุอ้างว่าเป็นแฟนผู้ตายได้แจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ให้เข้าไปช่วยปั๊มหัวใจให้ผู้ตาย พร้อมกับบอกว่าผู้ตายนั้นตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนผู้ต้องอีก 3 คนไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไล่ตรวจสอบกล้องจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด ในช่วงค่ำของวันที่ 3 ส.ค. วันเดียวกัน แต่ทั้งหมดยังในการปฏิเสธ จนมารับสารภาพในที่สุดในวันที่ 4 ส.ค. เพราะทั้งหมดจำนนต่อหลักฐาน พล.ต.ต.เจริญ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนทราบว่าการก่อเหตุทั้งหมด เป็นการวางแผนของผู้ต้องหาทั้งหมด ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ตาย ส่วนยาที่พบในปากของผู้ตายและการตรวจหาสารเสพติดในร่ายกายของผู้ต้องหานั้นต้องรอผลตรวจจากแพทย์ก่อนว่าเป็นสารอะไร ส่วนผู้ปกครองของผู้ตายนั้นติดใจแค่ว่า ผู้ตายนั้นไม่ได้เสียชีวิตด้วยตัวเอง หรือเป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ แค่ในส่วนของคดีความนั้นก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ ทั้งนี้ อยากจะฝากไปยังผู้ปกครองและวัยรุ่นโดยเฉพาะผู้หญิง เนื่องจากในปัจจุบันการสื่อสารนั่นถือว่าเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ควรจะระวังคนแปลกหน้าที่เข้ามาพูดคุยด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.เอ รู้จักกับนายคณากร ผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 1 ส.ค. จากนั้นติดต่อกันทางมือถือ เฟซบุ๊ก และไลน์ จนมาถึงวันเกิดเหตุนายคณากรนัดผู้ตายผ่านทางเฟซบุ๊กให้มาเจอกันที่ ปากซอยอินทามะระ 7 หลังจากนั้น นายคณากรพาผู้ตายไปซื้อของที่เซเว่น ปากซอยอินทามะระ 9 เมื่อซื้อเสร็จได้พาผู้ตายไปนั่งกินสุราที่ในซอยอินทามะระ 7 โดยมีนายธวัชชัยและนายเขตตะวัน  นั่งกินอยู่ก่อนแล้ว ส่วนนายนายคงกระพันนั้นตามมาที่หลัง ซึ่งสืบทราบภายหลังว่านายคงกระพันไปเปิดห้องพักในโรงแรมที่เกิดเหตุก่อนจะมานั่งกินร่วมกัน

จากนั้นเวลา 06.00 น. ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพกลุ่มผู้ต้องหาใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันขี่ไปที่โรงแรมที่เกิดเหตุ โดยมีนายธวัชชัยเป็นผู้ขับ ผู้ตายนั่งตรงกลางและมีนายคงกระพันนั่งซ้อนท้าย ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ขับตามกันไป เมื่อถึงโรงแรมที่เกิดเหตุผู้ต้องหาทั้งหมด ช่วยกันนำร่างไม่ได้สติของผู้ตายเข้าไปภายในห้องที่เกิดเหตุ ต่อมาเวลา 07.30 น. พบว่าผู้ต้องหา 3 คนออกมาจากห้องก่อนเหลือเพียงนายคณากร กับผู้ตายอยู่ในห้องเพียง 2 คนเท่านั้น จากนั้นเวลา 15.00 น. นายคณากรได้ปลุกผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ตื่น และพบว่าร่างกายของผู้ตายนั้นเริ่มแข็งตัวแล้ว จึงแจ้งมูลนิธิเข้าช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบปัสสาวะพบสารเสพติดประเภทกัญชาในร่างกายของผู้ต้องหาทั้ง 4 คนด้วย

รายงานข่าวยังพบว่า สารที่อยู่ในปากผู้ตายนั้นเป็นยาปลุกเซ็กส์ ประเภทยาเลิฟ ที่ช่วยให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับเข้าสู่ร่างกายของผู้ตายมากกว่า 1 เม็ด

นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานคณะทำงานสร้างเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลภาคประชาชน (สยส.) กล่าวว่า ยาเลิฟที่กล่าวมานั้น หากหมายถึงยากลุ่มอัลปราโซแลม ควรจะเรียกว่ายาข่มขืนมากกว่า เนื่องจากยาอัลปราโซแลม เป็นยาที่มีผลต่อจิตประสาท ทำให้คุมสติไม่อยู่ หมดสติ ไม่รู้สึกตัวเลย ซึ่งที่ผ่านมาจะมีการใช้ยากลุ่มนี้ในการหลอกลวงหญิงสาว เพื่อไปข่มขืน โดยมากจะผสมกับน้ำ เนื่องจากไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ทำให้สังเกตยาก แต่ปัจจุบันมีการเติมสีเข้าไป เพื่อให้เมื่อละลายน้ำจะสังเกตได้ง่ายขึ้น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีเหยื่อที่ถูกล่อลวงเช่นนี้อยู่

นพ.พิสนธิ์ กล่าวอีกว่า ตนไม่ทราบว่า ยาที่พบในกรณีของหญิงสาวที่ถูกรุมโทรมนั้น เกิดจากยาชนิดใด แต่หากเป็นยาอัลปราโซแลม ยาตัวนี้จัดเป็นยาที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ควบคุมอยู่ โดยได้ยกระดับเป็นยาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ต้องอยู่ในการควบคุม โดยไม่อนุญาตให้จำหน่ายได้ในร้านขายยา ส่วนใหญ่ใช้ในโรงพยาบาล แต่ก็จำกัดการใช้ เนื่องจากยานี้ใช้มากๆทำให้เกิดการติด เหมือนยาเสพติดได้ ส่วนใหญ่จะใช้รักษาอาการคลายเครียด นอนไม่หลับ เป็นต้น แม้จะเป็นยาที่ถูกควบคุม แต่ปัจจุบันก็ยังมีการลักลอบจำหน่าย และพบเห็นอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจริงๆ แล้วยาเหล่านี้หากใช้ถูกวิถีก็รักษาบำบัดโรคได้ แต่กลับถูกนำมาใช้ผิดวิธี กลายเป็นปัญหาอย่างที่พบเห็นในปัจจุบัน

ที่มา>>>ข่าวสด