ดีเจหนุ่มดับปริศนา!! ข้างรถป้ายแดง-หลังเลิกงาน เร่งส่งศพพิสูจน์สาเหตุ

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสาร สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งว่า มีผู้พบศพชาวต่างชาตินอนเสียชีวิตภายในซอยข้างวัดละไม ม.6 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย หลังรับแจ้ง จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด รับทราบ พร้อมกับแจ้งให้ ร.ต.ท.ตุลา สว่างรัตน์ รองสารวัตร(สอบสวน) แพทย์เวรโรงพยาบาลเกาะสมุย และเจ้าหน้าที่ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยประจำจุดวัดละไม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อภายหลังว่า นายเคเรอัล (MR.KARAON ALP TURKER) อายุ 42 ปี สัญชาติตุรกี อาชีพดีเจเปิดเพลงในผับย่านหาดละไม เกาะสมุย นอนเสียชีวิตในสภาพนอนหงาย นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้น สีน้ำเงิน ใส่เสื้อยืดคอกลมสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ ที่คอห้อยสร้อยพระ 1 องค์ ที่ข้างศพผู้ตาย พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นมูฟ สีขาวเขียว ทะเบียนป้ายแดง 9-019 คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมงเจ้าหน้าที่จึงเชิญนายณัฐพวีพงศ์ บุญวัฒน์ อายุ 43 ปี เจ้าของผับที่นายเคเรอัล ทำงานอยู่ มาสอบปากคำ ทราบว่า ผู้ตายเป็นดีเจเปิดเพลงในผับของตนเอง โดยอาศัยอยู่ที่เกาะสมุยมาหลายปี เมื่อคืนที่ผ่านมาผู้ตายมาทำงานเปิดเพลงให้กับนักท่องเที่ยวตามปกติ จากนั้นเวลา 02.00 น. ผับปิดให้บริการ ผู้ตายก็ได้แยกกับตนเองเพื่อกลับบ้าน และมาทราบอีกครั้งว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนเองคาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้น่าจะเกิดจากการที่ดีเจหนุ่มสัญชาติตุรกีรายนี้ เป็นคนชอบดื่มสุรา ประกอบกับพักผ่อนน้อย อาจวูบเสียชีวิตเบื้องต้น จากการตรวจสอบสถานที่พบศพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และที่ศพของผู้ตายก็ไม่พบบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามได้มอบศพเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย นำศพส่งฝ่ายพิสูจน์อีกครั้งที่โรงพยาบาลเกาะสมุย เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ช็อก!! แฟนสาวรู้ว่าหนุ่มนศ.ตามหาไม่เจอ ยืมรถเพื่อนไล่ตาม-เจอภาพสลดแฟนชนเละ2ศพ

หนุ่มนศ.ปี2 ขับรถตามหาแฟนสาว ชนเละจยย.เหลือแต่เศษเหล็ก ดับคาถนน2ศพ ด้านแฟนสาวสุดช็อกรู้ว่าหนุ่มตามหาแต่ไม่เจอ ยืมรถเพื่อนไล่ตาม เห็นภาพสลด แฟนหนุ่มซิ่งจยย.ประสานงานรถจักรยานยนต์ดับคาที่พร้อมคู่กรณี 2 ศพ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ร.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ปริญา พงส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุประจำ สภ.พระสมุทรเจดีย์ว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนสุขสวัสดิ์-ป้อมพระจุล ด้านหน้าแฟลตไทย-เยอรมัน หมู่ที่ 5 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

201609260729421-20041020105821

 ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน รถวิ่งสวนทางกัน บริเวณกลางถนน พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ-ไอ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 5 กด 4594 กทม. ล้มคว่ำในสภาพพังยับเยินเป็นเศษเหล็กอัดติดกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ-ไอ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 2 กข 7462 กทม. โดยในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายอานนท์ อนันต์ อายุ 21 ปี อยู่หมู่ที่ 13 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นอนหงายจมกองเลือดในสภาพ แขน ขาและคอหัก หน้าอกยุบ สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีแดง กางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีน้ำเงิน รองเท้าหูคีบสีน้ำตาลและ นายอมรเทพ คิดนุนาม อายุ 18 ปี อยู่หมู่ที่ 7 ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ สภาพศพขาและคอหัก สวมเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้า-ขาว กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน สวมรองเท้าแตะ201609260729424-20041020105821

จากการสอบถาม นางสาวกมลรัฐ อายุ 18 ปี อยู่หมู่ที่ 6 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ทราบว่า นายอมรเทพเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 โรงเรียนเทคโนโลยีหมู่บ้านครู สาขาช่างยนต์ ก่อนเกิดเหตุ ตนได้มาเที่ยวบ้านเพื่อนบริเวณสะพานคลองตาเพิ่ม เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. นายอมรเทพ แฟนหนุ่มได้ขี่รถมารับตนที่บ้านเพื่อน เพื่อรับกลับบ้าน แต่ไม่พบ จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับ ตนเห็นนายอมรเทพกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับจึงได้ยืมรถจักรยานยนต์เพื่อนขี่ไล่ติดตามเพื่อเรียกให้นายอมรเทพหยุดรถและวนรถมารับ จนกระทั่งขี่รถมาพบนายอมรเทพ ชนประสานงารถจักรยานยนต์อีกคันจนเสียชีวิตคาที่

201609260729423-20041020105821

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำศพทั้ง 2 ราย ส่งสถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์การเสียชีวิต ก่อนที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุเพื่อสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รถคว่ำเลือดกระจายถนน นึกว่าอุบัติเหตุแจ้งจนท. ถึงผงะ!! 2หนุ่มร่างพรุนเป็นศพ

 วันที่ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ ร.ต.อ.สมพงษ์ ศรีครินทร์ พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายถนนสายสันตาเพีย-น้ำจาง หมู่ที่ 13 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ ที่เกิดเหตุเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านบ้านสันตาเพียหมู่ที่ 12 – บ้านน้ำจาง หมู่ที่ 13 ต.บ้านโตก ตลอดเส้นทางมืดสนิท ไม่มีไฟส่องสว่างแต่อย่างใด พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน – ขาว หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 8067 เพชรบูรณ์ ซึ่งล้มอยู่กลางถนน และพบศพชายซึ่งคาดว่าเป็นคนขับขี่สวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น ทราบชื่อต่อมา คือ นายประวิน อุ้มภูธร อายุ 30 ปี อยู่หมู่ 12 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และชายสวมเสื้อสีเหลืองทับด้วยเสื้อคลุมสีน้ำตาล กางเกงยีนส์ขายาว ซึ่งคาดว่าเป็นคนซ้อนท้าย ทราบชื่อต่อมา คือ นายบุญธรรม จันคูณ อายุ 29 ปี อยู่หมู่ 13 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ถูกยิงด้วยกระสุนปืนหลายนัดนอนเสียชีวิตในลักษณะศพยังคร่อมรถอยู่

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 9 ปลอก จึงให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตรวจค้นภายในตัว พบเพียงโทรศัพท์มือถืออยู่ในกระเป๋ากางเกงของคนขับ ส่วนคนซ้อน พบเงิน 20 บาท ยาเส้นและไฟแช็คอยู่ในกระเป๋ากางเกง จากการชันสูตรพบว่านายประวิน ซึ่งเป็นคนขับรถ จยย. ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าตามลำตัวจำนวน 5 นัด กระสุนฝังใน ส่วนนายบุญธรรม ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 11 มม. เช่นเดียวกันจำนวน 6 นัด จากการสอบสวนนายเอ (นามสมมติ) ผู้พบศพเป็นคนแรก ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ตนขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านหมู่ที่ 13 ต.บ้านโตกมาตามเส้นทางดังกล่าว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นรถจักรยานยนต์ล้ม โดยมีคนนอนทับอยู่ 2 คน จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุรถล้ม แต่เมื่อเจ้าหน้าที่อาสาฯ มาดู ก็พบว่าเป็นการฆาตกรรมจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า จากการสอบสวนและตรวจสอบสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุ คาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และน่าจะรู้จักกับผู้ตาย และคาดว่าในขณะที่ทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์มาตามเส้นทางดังกล่าวได้มาพบกับคนร้าย จึงได้จอดเพื่อเคลียร์ปัญหาอะไรกันบางอย่าง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. กระหน่ำยิงจนเสียชีวิตทั้งคู่ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้านและสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุของการสังหารในครั้งนี้

ที่มา>>>ข่าวสด