ผู้ใหญ่บ้านพา ด.ญ.วัย 13 ปี แจ้งความถูกพ่อแท้ๆ ขืนใจ หลังครูสังเกตเห็นซึมผิดปกติ

วันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากนายปรีชา นัทธี ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ว่าได้รับการประสานจากคุณครูของ ด.ญ.แอน (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ หลังครูพบ ด.ญ.แอน มีพฤติกรรมซึมเศร้า จึงได้สอบถามหาความจริง จนทราบว่าถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืนกระทำชำเราตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.59

สอบถามทราบว่าพ่อกับแม่ของ ด.ญ.แอน ได้เลิกรากันไปหลายปีแล้ว ส่วนด.ญ.แอน ได้อาศัยอยู่กับปู่กับย่า จนกระทั่งวันเกิดเหตุผู้เป็นพ่อได้มาหาที่บ้านมีลักษณะคล้ายคนเมา ก่อนจะพา ด.ญ.แอน เข้าไปในห้องของบ้านและข่มขืนกระทำชำเรา จากนั้นก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องบ่อยครั้ง จนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งครูเห็นผิดสังเกตจนสอบถามจนทราบเรื่องดังกล่าว ก่อนประสานไปยังแม่ของ ด.ญ.แอน และนายปรีชา เพื่อปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น

ด้านนายปรีชา กล่าวว่าพอทราบเรื่องจึงได้พา ด.ญ.แอน พร้อมกับครูและแม่ของเด็กเข้าพบ น.ส.กมลชญา ประเสริฐสิน นายอำเภอท่าตะเกียบ เพื่อรายงานให้ทราบ พร้อมขอคำปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนายอำเภอได้แนะนำให้ดำเนินการแจ้งความเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเพื่อเอาผิดกับผู้เป็นพ่อ ตนจึงได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สุชาติ แย้มศักดิ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าตะเกียบ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำหนังสือส่งตัวผู้เสียหายให้กับแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย และเตรียมนัดสอบปากคำอีกครั้ง หากพบว่ามีการกระทำการดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่จะได้ประสานออกหมายจับผู้เป็นพ่อดังกล่าวต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

“ผบช.น.”รุดสอบ”ดาว”กิ๊กผกก. สั่งเร่งชันสูตรศพสาวทอมว่าถูกขืนใจหรือไม่

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มกราคม ที่สน.หนองค้างพลู พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ได้เดินทางมาสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายคือ พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อายุ 58 ปี ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี นายนิวัฒน์ สวยทองน.ส.กรรณิกา หรือดาว กรุมรัมย์ นักร้องหญิงคนสนิท พ.ต.อ.อำนวย และนายภูมิทัศน์ หรืออุ๋ม พิบูรณ์สวัสดิ์ ผู้ต้องหาคดีฆ่า น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง อายุ 28 ปี ด้วยตนเอง

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 4 คนยังคงให้การภาคเสธแบ่งรับแบ่งสู้ ส่วนข้อมูลการสอบสวนยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ สำหรับวันนี้จะต้องนำตัวนายนิวัฒน์ และพ.ต.อ.อำนวย ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ส่วนนายภูมิทัศน์และน.ส.กรรณิกาจะต้องทำการสอบปากคำเพิ่มเติม โดยการให้การของผู้ต้องหาทั้ง 4 รายมีความสอดคล้องกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สำหรับการพบศพของน.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง อายุ 28 ปี โดนคนร้ายฆ่าฝังดินอยู่ด้านหลังสิตาชาณา รีสอร์ต ห่างออกไปประมาณ2กิโลเมตร เป็นรีสอร์ตร้าง ปิดบริการมานานหลายเดือนแล้ว ท้องที่หมู่ 1 บ้านท่ากระบือ อ.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สภาพท่อนล่างเปลือย โดยพบตำหนิเป็นรอยสักที่แขนซ้ายที่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ในทางกายภาพว่าคือน.ส.ภัคสรณ์ อย่างไรก็ตามจะต้องให้แพทย์จากโรงพยาบาลนิติเวชตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน สำหรับสภาพศพที่เปลือยนั้นจะต้องทำการตรวจสอบว่ามีการข่มขืนหรือทำร้ายร่างกายก่อนลงมือฆ่าหรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่าจุดที่ผู้ต้องหากบดานและจุดที่พบศพนั้นอยู่ในระแวงใกล้เคียงกัน

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าพ.ต.อ.อำนวยเป็นผู้ร่วมลงมือก่อเหตุเองหรือไม่ จะต้องทำการสอบสวนเพิ่มเติม แต่ทราบได้ว่าพ.ต.อ.อำนวยเป็นผู้จ้างวานทั้งนี้ทราบว่ามีการวางแผนในการจะอุ้มน.ส.สุภัคสรณ์อยู่หลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จกระทั่งวันที่ 13 ธันวาคมสามารถลงมือสำเร็จ ประเด็นที่ตั้งไว้ยังคงเป็นเรื่องชู้สาวและทรัพย์สินแต่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สำหรับกรณีการออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องอีก 3 รายนั้น อยู่ในระหว่างตรวจสอบว่าปัจจุบันรับราชการทหารหรือไม่ หรือเป็นอดีตข้าราชการทหาร ซึ่งยังไม่อยากระบุ หากยังไม่แน่ชัดและคาดว่าจะได้ตัวในไม่ช้า อย่างไรก็ตาม ในวันนี้เดินทางมาตรวจสอบและสอบปากคำด้วยตนเอง เพื่อให้สำนวนเกิดความรอบครบและรัดกุม

“ทั้งนี้อยากให้ครอบครัวของน.ส.สุภัคสรณ์ ได้สบายใจว่าตนจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คดีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่างว่าไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหากกระทำความผิดก็จะได้รับโทษเหมือนบุคคลทั่วไป ซึ่งการฝากขังทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงจะไปยุ่งเหยิงพยาน รวมทั้งเป็นเป็นคดีอุจฉกรรจ์”

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรหื่นบุกห้องผช.พยาบาล ปืนจ่อหัว-ขืนใจ ก่อนหนีขอเบอร์เหยื่อ บอกจะขนของมาอยู่ด้วย

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 ก.ย. น.ส.ต่าย (นามสมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ช่วยพยาบาล รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ย่านศรีนครินทร์ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.พิทเรศ คุยเพียภูมิ รองสารวัตร(สอบสวน)สน.ประเวศ เพื่อแจ้งความว่าถูกคนร้ายบุกเข้าห้องพักและข่มขืน ที่ห้องพักของอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง ย่านสวนหลวง กทม.  ผู้เสียหายให้การว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ขณะที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ในห้องพักขั้น 2 ห้อง 204 ตื่นมาตอนนาฬิกาปลุก พบว่าคนร้ายได้ยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อคนร้ายเห็นตนกำลังตื่นนอน ก็ได้ใช้ผ้าห่มมาคลุมศรีษะตน และนำอาวุธปืนมาจ่อที่หน้าผากตน พร้อมทั้งพูดบังคับให้ตนอยู่นิ่งๆ แต่ตนได้พูดขอร้องให้คนร้ายอย่าทำร้ายตน และบอกว่าอยากได้ทรัพย์สินอะไรให้เอาไป แต่คนร้ายไม่ยอม จับมือทั้งสองข้างของตน ไว้เหนือศรีษะในลักษณะไข้วทับกัน ก่อนจะลงมือข่มขืนตน ขณะนั้นยังเอาปืนจ่อหน้าผากตนไว้อยู่ หลังจากเสร็จไป 1 ครั้ง คนร้ายได้นำเสื้อของตน มาผูกปิดตาตนไว้

เหยื่อสาวให้การว่า ระหว่างนั้นตนเหลือบไปเห็นลักษณะคนร้าย เป็นชาย รูปร่างผอม สูงประมาน 170 ซม. ผิวสีแทน ผมรองทรง ที่บริเวณเอวด้านขวาของคนร้ายมีรอยสักสีเขียวแดง ลักษณะเป็นสัตว์ มีเกล็ด คล้ายปลาหรือมังกร จากนั้นได้ลากตนไปยังห้องน้ำ ขณะอยู่ในห้องน้ำ ตนได้ยินเสียงคล้ายคนรือค้นของในถุงพลาสติก และเสียงกดชักโครก จากนั้นคนร้ายได้ลากตนมาที่เตียงนอนอีกครั้งก่อนจะลงมือข่มขืนตนอีกครั้ง  เหยื่อสาวให้การว่า หลังจากนั้นตนได้ยินเสียงคนร้ายกำลังสวมใส่เสื้อผ้า ตนจึงได้พยายามชวนคนร้ายคุยเพื่อซักถามจนรู้ว่าคนร้ายอยู่ย่านปทุมวัน เดินทางโดยใช้นั่งแท็กซี่ พร้อมทั้งขู่ตนให้เบอร์โทรศัพท์ และขอชื่อเฟซบุ๊คของตนไป ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่า เดี้ยวจะติดต่อกลับมา และจะขนของมาอยู่กับตน หลังจากนั้นคนร้ายได้บังคับให้ตนนอนคว่ำหน้า ก่อนจะหลบหนีออกทางหน้าต่างห้องของตน กระโดดข้ามระเบียงไปยังตึกที่อยู่ติดกัน ขณะนั้นตนได้รีบหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อถ่ายรูป แต่ไม่ทัน คนร้ายมีความชำนาญในการปีน ทำให้สามารถหลบหนีไปได้ จากนั้นตนจึงโทรศัพท์หาญาติและมาแจ้งความที่สถานีตำรวจ

ร.ต.ท.พิทเรศ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องไว้ คาดว่าคนร้ายน่าจะติดตามผู้เสียหายจนทราบว่าพักอาศัยอยู่ภายในซอยดังกล่าว ตอนนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ให้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีกระดาษชำระที่คนร้ายได้ใช้ และถุงพลาสติก ส่วนผู้เสียหายได้ส่งไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งจะทราบผลในวันอังคารนี้ (13 ก.ย.) ส่วนเรื่องการติดตามคนร้ายได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง พร้อมทั้งเชิญตัววัยรุ่นที่น่าสงสัยและพักอาศัยในซอยดังกล่าวมาสอบปากคำ เพื่อติดตามตัวหาคนร้ายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด