แชร์ว่อน แท็กซี่ ต่อยผู้โดยสารหลังขู่ฟ้อง 1584 เหตุไม่กดมิเตอร์ จะคิดหัวละร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชี่ยลมีการแชร์ข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊ก ซึ่งได้ระบุว่า มีปัญหาจากการโบกแท็กซี่ แต่พบว่าแท็กซี่คิดในราคาเหมาจ่ายหัวละ 100 บาท จึงมีการต่อว่ากันว่า ขอให้เจริญๆ และจะฟ้องร้องไปที่หมายเลข 1584 จากนั้นได้เรียกรถคันใหม่ แต่คนขับคันเดิมเข้ามาทะเลาะวิวาทและต่อยผู้โดยสาร จนกลายเป็นเรื่องเป็นราว พร้อมกันนั้น ผู้ขับรถแท็กซี่ได้พูดว่า “กู ทก กูรับใครก็ได้ ไม่ต้องกดมิเตอร์” จากนั้น จึงมีการนำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก พร้อมกับตั้งคำถามว่า แท็กซี่หรือมาเฟีย

อย่างไรก็ตาม แท็กซี่หมวดทะเบียนที่ขึ้นต้นด้วย ทก นั้น พบว่าเคยมีการแชร์ ว่า เป็นหมวดทะเบียนแบบเก่า ที่ใช้วิธีสอบถามค่าโดยสารa1-vert

bb1

aa3

ที่มา>>>ข่าวสด

อดีตพนักงาน ขสมก.วัย 84 ปี นอนตายหลังท่ารถเมล์ “สาย 138” ย่านพระประแดง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 มิ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.บุญเลิศ เหล็กมา พนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองลัดหลวงและมูลนิธิร่วมกตัญญรุดไปเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณข้างกำแพงวัดกลางหลังท่าปล่อยรถเมล์ 138 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นเต็นท์ปรับเป็นที่พักนอนพบผู้เสียชีวิต 1 ราย นาง ทองบาง พันธ์สมบัติ อายุ 84 ปี ชาวต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นอนเสียชีวิต อยู่ข้างเตียงนอนของตัวเอง โดยเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 ช.ม ตำรวจตรวจสอบแล้วร่างกายไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด ทางตำรวจได้สอบถาม นาย ไพรัตน์ ทองพุ่ม อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่ ขสมก.หรือนายท่าปล่อยรถเมล์สาย 138 ได้เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนหน้านี้ ตนมาทำงานปกติที่ท่าปล่อยรถ พอสักพักก็มีนักเรียนที่เอารถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณที่เกิดเหตุเป็นประจำทุกวันและพบผู้ตายทุกวัน แต่มาวันนี้นักเรียนเห็นผู้ตายนอนผิดปกติจึงเดินมาบอกตนว่าผู้ตายทำไมนอนแบบนั้น ตนจึงรีบไปดูจึงเห็นว่าผู้ตายนอนผิดปกติ พอไปถึงจุดเกิดเหตุก็เห็นผู้ตายนอนนิ่งเรียกแล้วไม่ตอบรับ จึงโทรแจ้งขอความช่วยเหลือไปที่เทศบาลเมืองลัดหลวงพอเจ้าหน้าที่มาถึงจุดเกิดเหตุก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ ผู้ตายเดิมเป็นพนักงาน ขสมก. ตำแหล่งคอยเก็บค่าโดยสาร และได้เกษียนมาได้หลายปีแล้วอยู่คนเดียวตามลำพังไม่มีลูกไม่มีหลาน และผู้ตายก็มาอาศัยอยู่ที่เกิดหตุมานานแล้ว ผู้ตายมีอาการป่วยเป็นโรคหลายโรคเช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และความดัน ตอนเกิดเหตุผู้ตายอาจจะเป็นลมหรือวูบลงและไม่มีใครเห็น จึงทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นทางตำรวจตรวจสอบแล้วจึงมอบศพให้ญาติรับไปดำเนินพิธีกรรมทางกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จับแท็กซี่แสบขูดรีดแถมชิงทรัพย์ นทท.สาวตุรกี

ไม่รอด!! ตร.ท่องเที่ยว จับแท็กซี่แสบขูดรีดค่าโดยสารสุดโหดจากนักท่องเที่ยวตุรกีเรียกจากสุวรรณภูมิ ไปส่งอรัญประเทศ จากราคาเหมา 2 พัน แต่กลับคิด 500 เหรียญสหรัฐฯ ก่อนจะมีปากเสียงแล้วแย่งทรัพย์ผู้โดยสาร ต้องหนีออกจากรถร้องขอความช่วยเหลือ จนจับตัวได้..

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 พ.ค.59 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท. พ.ต.ท.อภิรักษ์ จำปาศรี สว.ส.ทท.3 กก.2 บก.ทท. พ.ต.อ.สุชาติ ปราณี ผกก.สภ.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวผู้ต้องหาคือ นายวัชระ ทาน้อย อายุ 30 ปี คนขับรถแท็กซี่สาธารณะ บ้านเลขที่ 1/1 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ พร้อมรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า สีชมพู ทะเบียน ทษ 3861 กรุงเทพมหานคร และทรัพย์สินของผู้เสียหายที่ถูกชิงทรัพย์ไป คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง หนังสือเดินทางประเทศตุรกี แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่ สภ.วังตะเคียนพ.ต.อ.นิธิธร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค.59 เวลา 16.00 น. Miss Nesrin Ugar อายุ 26 ปี ชาวตุรกี ได้เดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์ลงที่สนามบินดอนเมือง เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศกัมพูชาทางจังหวัดสระแก้ว ได้เรียกรถแท็กซี่มิเตอร์จากสนามบินดอนเมืองให้ไปส่งยังอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ในราคาเหมา 2,000 บาท เมื่อรถคันดังกล่าวขับมาถึงในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อแวะเติมแก๊สที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ผาติวนิช ผู้ต้องหาได้เรียกเก็บเงินค่าเติมแก๊ส 500 บาท ซึ่งผู้เสียหายเห็นว่าแท็กซี่คันก่อเหตุเติมแก๊สไปเพียง 277 บาท ทำให้ทั้งสองมีปากเสียงกัน แต่ผู้เสียหายได้ยื่นเงินให้แก่นายวัชระ ทาน้อย จำนวน 15 ดอลลาร์สหรัฐฯ (คิดเป็นเงินไทย 525 บาท)

นอกจากนี้ นายวัชระ ทาน้อย โชเฟอร์แท็กซี่ ได้แจ้งแก่ Miss Nesrin Ugar ว่าต้องเสียค่าโดยสารใหม่ เป็นเงิน 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทย 17,500 บาท ทำให้ทั้งสองมีปากเสียงกันในรถ โดยผู้เสียหายให้ผู้ต้องหาพาไปสถานีตำรวจเพื่อตกลงเรื่องค่าใช้จ่าย แต่นายวัชระไม่ยอม พร้อมแจ้งว่าจะพาผู้เสียหายกลับกรุงเทพฯ จึงทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง นายวัชระจึงได้แย่งเอากระเป๋าของ Miss Nesrin Ugar แต่ Miss Nesrin Ugar ไม่ยอมให้ จึงเกิดการยื้อแย้งเป็นเหตุให้ Miss Nesrin Ugar ได้รับบาดเจ็บ และพยายามจะเปิดประตูหนี แต่นายวัชระได้กดล็อกประตูรถไว้ ในที่สุดก็สามารถเปิดประตูอีกฝั่งได้ พร้อมทั้งวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน พาไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเข้ารักษาตัวที่ รพ.กบินทร์บุรีกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก. 1 บก.ทท. ทราบว่า ผู้ต้องหาคือนายวัชระ ทาน้อย ได้หลบหนีไปซ่อนตัวที่ห้อง 210 ชั้น 2 เลขที่ 40/71 ซอยพหลโยธิน 48 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงได้ขออนุมัติหมายศาลเข้าจับกุมตัวไปสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว ก่อนที่จะพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปนำทรัพย์สินของผู้เสียหายมาแถลงข่าวที่ สภ.วังตะเคียน.

ที่มา>>>Thairath