รวบหนุ่มเขมร ลอบขนกระเป๋า-รองเท้าละเมิดลิขสิทธิ์ จ่อส่งขาย กทม.

เจ้าหน้าที่ทหารพราน สนธิกำลังตำรวจ สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สกัดจับหนุ่มเขมรขับเก๋งคัมรี่ ลักลอบขนกระเป๋า-รองเท้าแบรนด์กีฬาชื่อดังละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 300 ชิ้น มูลค่าหลายแสนบาท ส่งเข้าขายใน พื้นที่ กทม.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 พ.ค. 59 พ.ท.สมเจตน์ ผลประเสริฐ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา และ ร.อ.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1204ฯ ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว พร้อมชุดสืบสวน ตร.สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมกันเข้าทำการดักซุ่มจับกุมขบวนการลักลอบขนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จากเขมรเข้ามาในประเทศไทย บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังสืบทราบว่าขบวนการค้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ชาวเขมร ซึ่งถูก ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา (หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) ทำการสกัดกั้นการลักลอบนำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จากเขมรเข้าประเทศไทยทุกเส้นทาง ตลอดแนวชายแดนด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการขนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย โดยว่าจ้างชาวเขมรขับรถเก๋งซุกสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เข้าประเทศไทยโดยอ้างว่าจะเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าและอาหารในฝั่งไทยหนุ่มเขมร ลอบขนกระเป๋า-รองเท้าละเมิดลิขสิทธิ์

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมฯ ได้ตรวจพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีเทา ทะเบียนกัมพูชา หมายเลข 2AA 7293 พนมเปญ ขับข้ามสะพานจุดผ่านแดนชั่วคราวบ้านหนองปรือ–มาลัย มาจากฝั่งอำเภอมาลัย จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา จึงได้ทำการเรียกตรวจสอบ พบว่า นายทม วัน อายุ 33 ปี ชาวกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา เป็นผู้ขับขี่ อ้างว่าจะเดินทางเข้ามาหาซื้อสินค้าและอาหาร ที่ตลาดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือฯ แต่เจ้าหน้าที่เกิดความสงสัยเป็นชาวปอยเปต แต่ทำไมขับรถมาทางอำเภอมาลัยฯ ซึ่งห่างกันมาก จึงได้ร่วมกันตรวจค้น จากการตรวจค้นพบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จำพวกกระเป๋าและรองเท้าผ้าใบจำนวนมากซุกซ่อนอยู่บริเวณกระโปรงท้ายรถและภายในรถ ตรวจสอบไม่มีเอกสารการเสียภาษีหรือเอกสารการขออนุญาตนำเข้าสินค้าแต่อย่างใด จึงร่วมกันควบคุมตัวมาสอบสวน และตรวจค้นที่ จุดตรวจทหารพราน 1204 จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนบ้านหนองปรือ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ซึ่งผลจากการตรวจค้นและตรวจนับ พบมีกระเป๋าสะพายแบรนด์กีฬาดัง ซุกซ่อนอยู่จำนวน 50 ใบ และรองเท้าผ้าใบ สีน้ำเงินและสีขาว แบรนด์เดียวกัน อีกจำนวน 252 คู่ ซึ่งรวมมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

จากการสอบถาม นายทม วัน ชาวเขมรอ้างว่า มีบ้านพักอยู่ที่กรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ถูกนายทุนชาวเขมรว่าจ้างให้ขับรถเก๋งคันดังกล่าว ซึ่งมีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ซุกซ่อนอยู่ภายใน ขับข้ามด่านจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือจากฝั่งเขมรเข้ามาในประเทศไทย เพื่อนำไปส่งให้คนไทยที่จะมารับที่ตลาดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือฯ นำส่งไปขายใน กทม.อีกทอดนึง โดยได้ค่าจ้างเพียง 1500 บาทเท่านั้น ซึ่งจากคำให้การ เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่ง สว.(สอบสวน) สภ.คลองน้ำใส จ.สระแก้ว ดำเนินคดี และสอบสวนขยายผลถึงนายทุนรายนี้ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ตร.ตราด ระดมกำลังไล่ล่า ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ปลดตรวนหนีเข้าป่า

สะเดาะตรวน!! ผู้ต้องหาชายก่อคดีชิงทรัพย์ ปลดโซ่ตรวนระหว่างถูกนำตัวขึ้นศาลเพื่อขอฝากขัง โดยอาศัยช่วงจะส่งตัวกลับเข้าเรือนจำวิ่งหลบหนี ขณะขึ้นรถห้องขังที่ศาล จ.ตราด เข้าไปในป่าปาล์มบริเวณตรงข้าม ศาลจังหวัดตราด ตร. อส.ตราด ต้องระดมกำลังกว่า 60 นาย ออกตามหาแต่ไร้วี่แวว…

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 เม.ย. เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสมาคมกู้ภัยบุญช่วยเหลือ จ.ตราด ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด ขอกำลังให้ช่วยติดตามหาตัวผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ คือ นายสมบัติ ไพรวงศ์ อายุ 28 ปี ความสูงประมาณ 180 ซม. รูปร่างใหญ่ สวมเสื้อผ้าของเรือนจำจังหวัดตราด สีน้ำตาล อยู่บ้านเลขที่ 21/1 ม.9 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ได้วิ่งหลบหนีบริเวณหน้าศาลจังหวัดตราด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังควบคุมตัวขึ้นรถห้องขังเพื่อจะเดินทางกลับไปยังเรือนจำ จังหวัดตราด หลังรับแจ้งจึงจัดกำลังหลายสิบนายเข้าร่วมค้นหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด และอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมืองตราด แต่การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นป่าปาล์มที่ค่อนข้างจะมีต้นหญ้าสูง ประกอบกับมีทั้งป่าเสม็ดและป่าโกงกาง แถมยังติดกับแม่น้ำตราด เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังบุกป่าเข้าค้นหา และได้ใช้เครื่องโดรนบินสำรวจทางอากาศ แต่ก็ยังไม่พบพ.ต.อ.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบก.ภ.จว.ตราด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กระจายภาพถ่ายของผู้ต้องหาไปยังจุดตรวจตามด่านต่างๆ และตามชายแดน เพื่อป้องกันผู้ต้องหาหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากผู้ต้องหามีภูมิลำเนาอยู่ อ.คลองใหญ่ ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

จากการสอบถาม ทราบว่า นายสมบัติ ไพรวงศ์ ต้องโทษคดีชิงทรัพย์เมื่อประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เรือนจำพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด จำนวน 5 นาย ได้นำรถห้องขังควบคุมนักโทษจำนวน 10 คน มาขึ้นศาลจังหวัดตราด เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติมพร้อมขออำนาจศาลฝากขังต่อ ซึ่งหลังจากที่กำลังจะเดินทางกลับ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดต่อแถวเดินลงจากศาลจังหวัดตราด บริเวณด้านหลังของศาลและกำลังจะขึ้นรถห้องขัง โดย นายสมบัติ  ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ อยู่บริเวณกลางแถว ขณะกำลังเดินขึ้นรถ นายสมบัติ ได้ปลดโซ่ตรวนออกเหลือเพียงห่วงที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง และวิ่งหนีออกมาทางด้านหน้าศาล ก่อนจะวิ่งข้ามถนนเข้าไปในป่าปาล์มและหายไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามวิ่งตามแต่ไม่ทัน ก่อนจะแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆ ให้มาช่วยค้นหาเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามค้นหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานขอกำลังเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสมาคมกู้ภัยบุญช่วยเหลือ จ.ตราด และอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมืองตราดมาเพิ่มเติม พร้อมกระจายข่าวสารให้ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงทราบ และช่วยสอดส่องค้นหาเพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีให้ได้โดยเร็วที่สุด

สำหรับกรณีนักโทษหลบหนีภายในศาลจังหวัดตราดที่ผ่านมา นับว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2558 ครั้งนั้น เป็น 3 ชาวตุรกีปลดโซ่ตรวนวิ่งหลบหนี กระทั่งเหตุล่าสุด ซึ่งห่างกันเพียง 1 ปีเท่านั้น.

ที่มา>>>Thairath