ตา-ยายตาบอดอ่านหนังสือไม่ออก ร้องถูกนายทุนโกงที่ดิน 20 ไร่

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. พล.ท.ชูนล หาสารีสร ที่ปรึกษารมว.กระทรวงยุติธรรม นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร ผู้เชี่ยวชาญกระทรวงยุติธรรม และนายไพโรจน์ พุทธิวิศิษฐ์ ผอ.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์ ประธานคณะกรรมการยุติธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์คณะทำงาน เดินทางไปยังบ้าน นายสุเมธ สงคราม อายุ 78 ปี ที่พิการสายตามองไม่เห็น และนางโสภี สงคราม อายุ 51 ปี ที่อ่านหนังสือไม่ออก อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 546/1 หมู่ที่ 2 ซอยเทศบาล 10 ต.ดงขุย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ สองตายายที่ถูกนายทุนเงินกู้โกงที่ดิน เพื่อร่วมพบปะและสอบถามข้อมูล ซึ่งนายสุเมธและนางโสภี นำเอกสารหลักฐานสัญญาจำนองที่ดินเนื้อที่ราว 20 ไร่ จำนองตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2547 เงินต้นระบุ 2 แสนบาท แต่นายสุเมธรับเงินจริงๆแค่ 1.6 แสนบาท แต่ในปี 2550 พบว่าที่ดินแปลงดังกล่าว ถูกไถ่ถอนจำนองและขายที่ดินให้กับนายทุนอีกราย ซึ่งเป็นญาติกับนายทุนรายแรกไปเรียบร้อยแล้ว โดยพบหนังสือเอกสารมอบอำนาจมีข้อพิรุธ ซึ่งนายสุเมธยืนยันไม่ได้เซ็นหรือลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ไถ่ถอน และขายที่ดินในวันที่ 4 กันยายน ปี 2550 นอกจากนี้ นายสุเมธและนางโสภียังนำสมุดโน๊ตบันทึกการจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งนายทุนได้จดรายละเอียดเงินต้นและเงินจ่ายดอกเบี้ยไว้ โดยยอดเงินต้นเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2547 ระบุจำนวน 160,000 บาท และมีรายการจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 4,000 บาทรวม 11 งวด จากนั้นไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยต่อ โดยนางโสภีอ้างว่า ให้นายทุนไปเก็บจากผู้เช่าที่ดินแปลงดังกล่าวแทน กระทั่งวันที่ 9 มกราคม 2549 มีการสรุปยอดเงินต้นเพิ่มเป็น 434,490 บาท จากนั้นในเดือนกรกฎาคม ปี 2549 เงินต้นเพิ่มอีกเป็น 512,690 บาท และในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ปี 2550 เงินต้นเพิ่มเป็น 620,350 บาท จากนั้น นางโสภีและนายสุเมธนำคณะพล.ท.ชูนล เดินทางไปดูที่ดินแปลงที่ตกเป็นของนายทุนไปแล้ว โดยอยู่บริเวณหมู่ที่ 3 ต.ดงขุย ปัจจุบันที่ดินแปลงดังกล่าวมีการเพาะปลูกอยู่ โดยระหว่างที่นางโสภี นำคณะพล.ท.ชูนล เดินสำรวจที่ดินปรากฎว่านางโสภีถึงกับร่ำไห้ด้วยความเสียใจ พร้อมตัดพ้อว่า หากไม่เดือดร้อนต้องนำเงินไปส่งเสียให้ลูกเรียนหนังสือ ก็คงไม่นำที่ดินแปลงนี้ ซึ่งเป็นสมบัติตกทอดสามีไปจำนองกระทั่งถูกโกงไป

ซึ่งเบื้องต้น พล.ท.ชูนลเป็นตัวแทนผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือจำนวน 14,000 บาท ให้แก่นางโสภี เพื่อให้นำไปจ่ายเป็นค่าหอพักให้แก่ลูกชาย ที่ติดค้างไว้อยู่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในขั้นต้น พร้อมทั้งจะได้นำข้อมูลทั้งหมดหาข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ที่มา>>>ข่าวสด