ด่วน!!! “แพท-ณปภา”เปิดใจรอคุยกับพี่เบนซ์ เผย”ถ้าเกี่ยวข้องยาเสพติดก็คงต้องขอบายค่ะ”

หลังจากที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่้ง สามีของนางเอก “แพท”ณปภา หลังพบว่าอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เพราะสนิทสนมนายบอย เครือข่ายยาเสพติด “ไซซะนะ” เจ้าพ่อชาวลาวนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. ‘แพท-ณปภา’ ให้สัมภาษณ์ ข่าวสดออนไลน์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า “ตอนนี้ยังไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์เลย อยากรู้เรื่องทั้งหมดก่อน เพราะตอนนี้อ่านแต่จากข่าว ค่อนข้างงงๆ รวมถึงรอคุยกับพี่เบนซ์ด้วย เพราะยังไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง
“แพทแค่ได้คุยกับคุณแม่ของพี่เบนซ์ ซึ่งคุณแม่ก็ให้แพทรอคุยกับพี่เบนซ์เอง ถ้าตามที่ตำรวจบอกว่าพี่เบนซ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดแพทก็โล่งใจ เพราะถ้าเกี่ยวข้องยาเสพติดก็คงต้องขอบาย ส่วนเมื่อเช้าที่ตำรวจบุกเข้าไปที่ห้อง แพทกำลังนอนอยู่ก็ตกใจ ขณะที่พี่เบนซ์ออกไปแว้นตามปกติแบบนี้ทุกคืนอยู่แล้ว เลยไม่ได้คิดอะไร เพราะตอนเช้าเขาก็จะกลับมาปลุกค่ะ”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากเดิมที่ในวันพรุ่งนี้(3ก.พ.) ‘แพท-ณปภา’ จะมีการแถลงข่าวนั้น ล่าสุดได้ยกเลิกไปก่อนเนื่องจากต้องมีการพูดคุยกับทางผู้ใหญ่ ถ้ามีความคืบหน้าอะไรดาราสาวจะแจ้งให้ทราบอีกที

ที่มา>>>ข่าวสด

“บอย”ผ่าตัดจมูกแล้ว หมอระบุดั้งแตกละเอียด แม่เผย”น็อต”ติดต่อขอเข้าเยี่ยมทันที

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 พ.ย. ที่อาคารกาญจนาภิเษก โรงพยาบาลเลิดสิน ผู้สื่อข่าวเดินทางมาตรวจสอบอาการนายกิตติศักดิ์ หรือบอย สิงโต อายุ 25 ปี คู่กรณี”น็อตอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ภายหลังสืบทราบว่าได้เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูก ซึ่งขณะนี้ยังคงนอนพักฟื้นรักษาอาการบาดเจ็บอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่บริเวณใบหน้ามีร่องรอยฟกช้ำดำเขียวไปทั่วบริเวณโดยรอบยังคงต้องใช้เจลประคบเย็นที่บริเวณบาดแผลอยู่ตลอดเวลา และยังไม่สามารถตอบข้อสักถามใดๆได้ โดยมีน.ส.สุธิรา หงษ์ทอง อายุ 53 ปี มารดา และคณะทีมแพทย์ดูแลอาการ

น.ส.สุธิรา กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 7 พ.ย. ตนได้พาบุตรชายมาพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการที่เกิดขึ้น ซึ่งทางแพทย์ระบุว่ากระดูกดั้งจมูกแตกละเอียด ต้องอยู่พักฟื้นตั้งแต่เมื่อคืนเพื่อที่จะเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกในช่วงเวลา 09.00 น.ของวันนี้ ก่อนใช้เวลาในการผ่าตัดจนแล้วเสร็จเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนนำตัวออกมานอนพักฟื้นที่ห้องผู้ป่วยพิเศษโดยย้ายจากเดิมห้องผู้ป่วยรวม ซึ่งขณะนี้บุตรชายยังอยู่ในอาการบาดเจ็บ ยังไม่สามารถที่จะเปิดเผยข้อมูลได้ เนื่องจากยังคงบาดเจ็บภายหลังจากทางแพทย์ได้ทำการผ่าเสร็จก่อนให้พักฟื้นดูอาการอีกประมาณ 2-3 วัน

น.ส.สุธิรา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เมื่อวานที่ผ่านมาทางดาราหนุ่มคู่กรณีได้ติดต่อมาหาตนทางโทรศัพท์ว่าจะเข้ามาเยี่ยมบุตรชายและสอบถามเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งทางตนได้ปฏิเสธไปเนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว ส่วนค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นขณะนี้บุตรชายตนใช้สิทธิประกันสังคม แต่ก็ต้องออกค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารักษาพยาบาลเองในบางส่วน ซึ่งยังไม่ทราบว่าเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นเท่าไร ส่วนเรื่องที่ทำงานของบุตรชายได้ติดต่อเข้ามาพร้อมทั้งยื่นข้อเสนอให้การช่วยเหลือ

น.ส.สุธิรา กล่าวต่อว่า ส่วนตนต้องพักกิจการที่บ้านไว้ก่อน เพื่อมาดูแลอาการบุตรชายอย่างใกล้ชิด ซึ่งตนก็ไม่ได้มีฐานะอะไรมากมาย อีกทั้งก็มีอายุมากแล้วต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ที่ผ่านมามีผู้หยิบยื่นโอกาสให้ความช่วยเหลือหลายราย ไม่ว่าจะเป็นออกค่าทำศัลยกรรมใบหน้า และเรื่องว่าคดีความ ทั้งนี้ตนต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือ แต่ตนคิดว่าบุตรชายไม่จำเป็นต้องทำให้ใบหน้าหล่อเหลาถึงขนาดนั้น ส่วนเรื่องคดีความขณะนี้ทางทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อให้การช่วยเหลือว่าความในคดีนี้ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแม่แต่อย่างใด

“แม่ต้องการให้ลูกหายดีเป็นปกติก่อน ส่วนเรื่องคดีความปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการทางกฎหมายเนื่องจากไม่มีความรู้เรื่องนี้ ส่วนในเรื่องของดาราหนุ่มที่จะขอเข้ามาเยี่ยมนั้นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้รู้สึกไม่ดี แต่ต้องการความเป็นส่วนตัว หากน็อตเดินทางเข้ามาเยี่ยม ก็จะมีนักข่าวตามมาด้วย ฉันเพียงแค่อยากให้ลูกพักฟื้นรักษาตัวให้อาการดีขึ้นเสียก่อน นอกจากนี้ลูกชายตนมีนิสัยที่รักความสงบจึงต้องการความเป็นส่วนตัว”น.ส.สุธิรากล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดสลด!! เพลิงไหม้ร้านเต้าหู้ดำชื่อดัง พ่อแม่ดาราสาว‘ติ๊นา’หนีไม่ทัน-ดับสยองคาห้องนอน

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ร.ต.อ.ศุภชัย ชาติมนตรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ร้านเต้าหู้ดำ ตั้งอยู่เลขที่ 50 ซอยราษฎรอุทิศ(ซอยจับกัง) กลางตลาดเทศบาลเมืองโพธาราม จึงรุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองโพธาราม และใกล้เคียง จำนวน 6 คัน รวมถึงเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างราชบุรี กำลังระดมฉีดน้ำดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้อาคารพาณิชย์สภาพเก่า อายุกว่า 50 ปี เพลิงได้โหมลุกไหม้บริเวณชั้น 2 ของอาคารจนมองเห็นได้ในระยะไกล เนื่องจากมีทั้งเสื้อผ้าและกล่องกระดาษจำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังต้องฉีดน้ำป้องกันเพลิง ไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง ซึ่งเป็นห้องแถวไม้ ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

201609260850141-20041022105236

เมื่อเข้าตรวจสอบภายในอาคาร พบผู้เสียชีวิต 2 คน อยู่ชั้น 2 ของอาคาร คือ นายสมชัย จิตตลีลา อายุ 66 ปี และ นางปิยวรรณ จิตตลีลา อายุ 65 ปี สองสามีภรรยา และเป็นพ่อแม่ของ ติ๊นา หรือ ศุภนาฏ จิตตลีลา ดาราสาวหล่อชื่อดัง จากภาพยนตร์รักวัยใส “Yes or No อยากรัก ก็รักเลย” ภาค 1 และอีกหลายผลงาน

ทั้งนี้ จุดเกิดเหตุ คือ ร้านเต้าหู้ดำ เจ๊อั้ง ซึ่งมีชื่อเสียง เป็นของฝากประจำอำเภอโพธารามและเป็นสินค้า OTOP ประจำจังหวัดราชบุรี

โดยก่อนเกิดเหตุ นางสาวสมใจ จิตตลีลา อายุ 74 ปี เจ้าของร้านเล่าว่า ตนเองกำลังนอนหลับอยู่ที่ชั้น 1 ของอาคาร แต่ต้องสะดุ้งตกใจเพราะได้ยินเสียงดังคล้ายของตกจากที่สูง พร้อมกับไฟฟ้าดับ จึงเดินสำรวจสาเหตุบริเวณชั้น 2 ก็พบกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ จึงได้ตะโกนให้น้องชายและน้องสะใภ้ที่กำลังหลับพักผ่อนอยู่ รีบหนีออกมาจากตัวห้อง และแจ้งรถดับเพลิงมาช่วยเหลือ แต่ทว่าน้องชายและน้องสะใภ้ไม่สามารถหนีออกมาจากเพลิงไหม้ได้ ติดอยู่ภายในห้องนอน จึงถูกไฟคลอกเสียชีวิตทั้งคู่

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่า สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากอาคารและสายไฟฟ้าภายในตัวอาคารมีสภาพเก่า โดยจะได้ประสานงานให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ราชบุรี ได้เข้าตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้

13995618_1263289007049308_4069452426581614938_o

ด้าน สาวติ๊นา ก็โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นภาพกับพ่อแม่ พร้อมข้อความสุดเศร้าอาลัยด้วยว่า “หลับให้สบายนะปะป๊าหม่าม๊า จะอยู่ในใจลูกคนนี้เสมอนะ ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้นะ รักป๊าม๊า มากๆนะ #alwaysinmind”

13620846_1244013832310159_6629515117973603844_n13641212_1233517913359751_453140189468635037_o%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%99%e0%b8%b2

ที่มา>>>ข่าวสด

“แม่อย่าเกลียดโน่นะ”..แม่”จีโน่ ชูทส์”ร่ำไห้เปิดใจข้ามทวีปถึงตอนที่ลูกสารภาพว่าติดยา

จากกรณีอดีตดาราเด็กชื่อดัง จีโน่ ชูทส์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ยอมรับติดยาหนักทั้งกัญชาและโคเคน และกำลังอยู่ระหว่างบำบัดอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ล่าสุด ธนวรรณ ชูทส์ แม่ของจีโน่ เผยกับผู้สื่อข่าวข่าวสดบันเบิงแบบข้ามทวีปว่า “พูดตรงๆว่าแม่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยครั้งแรกที่รู้แม่ก็ช็อคไปเหมือนกัน และแม่ยังไม่ได้เห็นข้อความที่จีโน่โพสในเฟส มีเพื่อนมาพูดกับแม่ว่าห้ามโกรธลูก เพราะเขากล้าที่จะไปรักษาตัวเอง เราก็ต้องให้โอกาสเขา อย่าเกลียดลูก อย่าไปด่าลูก ให้อภัยลูก เราเคยพูดกับลูกว่าให้ทำตัวดีอย่าให้เสียชื่อเสียง แม่เป็นคนหัวโบราณ แคร์สังคมทำให้ตอนแรกเขาไม่กล้ามาคุยกับเรา”ถามว่าแม่กับจีโน่สนิทกันแค่ไหน?
แม่จีโน่กล่าวด้วยเสียงสะอื้นไห้ว่า “เรารักลูกมาก ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด จนมีคนบอกว่าแม่รักจีโน่มากกว่าลูกคนอื่นๆอีก เขาเหนื่อยมาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นเด็กดี พูดเพราะ บางทีเราพูดจาไม่เพราะกับลูกซะเอง แต่จีโน่ไม่เคยพูดจาไม่ดีกับเรา เวลามีปัญหาเขามักจะคุยกับพ่อมากกว่า ไม่เคยมาปรึกษาแม่ และเรื่องที่เกิดขึ้นพ่อรู้มาตลอดและไม่เคยบอกเรา ปิดบังมาตลอดเพราะกลัวเรารับไม่ได้ “พ่อเขาเป็นคนพาไปรักษา แม่แค่รู้ว่าจีโน่เครียด พักผ่อนน้อย แม่ไม่เคยคิดเลยว่าจีโน่จะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะเขาไม่เคยแสดงอาการให้เราเห็นเลย ก็มีบ้างที่เขาดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เราก็เตือนเขาเพราะกลัวเขาจะติด ตอนนี้จีโน่ไปรักษาอยู่ในเมืองห่างจากที่พักประมาณ 20 นาที เขาไปได้ประมาณ 4-5 วันแล้ว แม่จะไปเยี่ยมเขากำลังเตรียมทำอาหารไปให้เขา”  “ทราบเรื่องนี้จากจีโน่ เขามาสารภาพเมื่อเช้า โน่บอกว่าสารภาพทุกอย่างลงเฟส แม่ถามว่าเรื่องอะไร โน่บอกแม่อย่าเกลียดโน่นะ แม่ต้องยอมรับในสิ่งที่โน่เป็นนะ ถ้าโน่พูดต่อหน้าแม่ต้องรับไม่ได้แน่ๆ  ตอนนี้โน่ตัดสินใจระบายให้คนอื่นรับรู้ทุกอย่าง บอกว่าเขายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พ่อโกหกแค่ว่าเป็นเรื่องแอลกอฮอร์ เขาไม่กล้าพูดต่อหน้าแม่ กลัวแม่จะเครียดจึงตัดสินใจโทรศัพท์มาบอกหลังจากที่เขาไปรักษาเราเป็นห่วงเขามาก”เคยทะเลาะกันรุนแรงมั้ย?
“มีบ้าง เรื่องกลับดึก ไม่รับโทรศัพท์  เคยทะเลาะแล้วโกรธไม่คุยกันหลายวันแต่จีโน่มาง้อแม่ ครอบครัวเราไปปักหลักที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้ 10 ปีแล้ว ตั้งแต่น้องจีโน่ออกจากวงการ เมื่อตอนเขาอายุ 15 ปี ปีนี้อายุย่าง 26 ปี จีโน่เรียนจบด้านทำอาหาร เพื่อทำตามความฝันของแม่ จะได้มีร้านอาหาร จีโน่เคยเป็นผู้ช่วยเชฟ แต่ด้วยงานที่หนัก สุขภาพอ่อนแอจากการทำงานหนักจึงเลิกทำงานนี้แล้ว น้องจีโน่เป็นลูกชายคนโต คนกลางอัลแบร์โต ก็เป็นโรคซึมเศร้า ต้องมาจับเข่าคุยกันแล้ว และนาน่าลูกสาวคนเล็กเรียนเก่ง”

จีโน่มีแฟนมั้ย
“ส่วนเรื่องมีแฟน ตอนโน่เป็นวัยรุ่น 17-18 เขาเคยอกหักร้องไห้ เราก็ร้องไห้ตามลูก ทำใจไม่ได้ คอยกอด ปลอบลูก เคยไปง้อผู้หญิงคนนั้นให้ลูก แต่แม่ไม่อยากให้เขาคบต่างชาติ อนาคตอยู่ยาก”
ถามว่าภูมิใจกับลูกคนนี้แค่ไหน
“ลูกคนนี้เขาสุดยอดมาก ให้อะไรหลายอย่าง จนบางครั้งเคยคิดที่จะตายพร้อมลูก ต่อไปจีโน่เป็นที่พึ่งให้เด็กรุ่นใหม่ เขาเจอกับตัวมาแล้ว เรื่องเขาจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่น”
ครอบครัวอยากกลับมาอยู่เมืองไทยไหม
“ทุกคนรักเมืองไทยมาก ถ้ามีเงินมากพอก็จะกลับเมืองไทย โดยเฉพาะจีโน่เพราะอยู่ที่นี่เขาเหงา”
จีโน่เคยคิดจะกลับเข้าวงการไหม?
“จีโน่เขาไม่เอาแล้ว มันไม่ใช่ทางของเขา”

ที่มา>>>ข่าวสด