พบแล้ว 5 ศพสลด!! นักเรียนดำน้ำถ่ายภาพใต้ทะเล-เสียชีวิตติดใต้ซาก เรืออับปาง

จากกรณีเรือล่มมีผู้สูญหายไม่ทราบชะตากรรม 5 ชีวิต โดยเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.วัลลพ พวงผกา ผกก.6 บก.รน. ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.เสถียร ไชยสวัสดิ์ สว.ส.รน.1 กก.6 บก.รน. ว่าได้นำเรือตรวจการณ์ 532 ออกไปทำการค้นหาและช่วยเหลือ เรือสปีดโบ้ต ชื่อ โชคธารา2 เรือท่องเที่ยวดำผิวน้ำ (snorkeling) จมที่บริเวณ เกาะกะโหลก จ.ชุมพร มีคนประจำเรือ 3 คน และผู้โดยสารคนไทย 13 คน ขณะนี้ ช่วยเหลือคนประจำเรือได้ 3 นาย และผู้โดยสารได้ 8 คน ยังมีผู้โดยสารสูญหาย 5 คน มีผู้โดยสารหนึ่งนายที่ช่วยขึ้นมาได้มีอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก จึงได้นำเรือเข้าที่ท่าเรือปากน้ำชุมพร

นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเกิดเหตุเรือโดยสารท่องเที่ยวจมหายไปกลางทะเลมีนักท่องเที่ยวจมหายไปหลายคน บริเวณเกาะง่าม-เกาะกะโหลกในอ่าวชุมพร เขต อ.ปะทิว รอยต่อ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร จึงรีบสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อุทยานหมู่เกาะชุมพร ตำรวจน้ำ เรือตรวจการณ์ประมง และมูลนิธิฯ กู้ชีพกู้ภัย ช่วยประสานงานกันออกช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและเรือลำดังกล่าว ทั้งให้แจ้งความคืบหน้าเป็นระยะๆ โดยได้เดินทางไปเกาะติดสถานการณ์ที่ท่าเทียบเรือด้วย

“เบื้องต้นทราบว่าเป็นเรือท่องเที่ยวดังกล่าวชื่อ เรือโชคธารา 2 นำนักท่องเที่ยวออกเดินทางระหว่างที่กำลังแล่นเรือบริเวณเกาะง่าม-เกาะกะโหลกในอ่าวชุมพร ได้เกิดลมพายุพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง กัปตันเรือพยายามนำเรือหลบเข้าไปยังเกาะต่างๆ แต่ไม่ทัน เรือได้ล่มลงในทะเลทำให้นักท่องเที่ยว 13 คน และลูกเรือ 3 คน รวม 16 คนลงไปลอยคอในทะเล เจ้าหน้าที่เรือตรวจประมงชุมพรนำเรือขนาด 6 ฟุต ออกไปให้ความช่วยเหลือสามารถช่วยเรือขึ้นมาได้ 11 คน และยังสูญหาย 5 คน ขณะนี้ทุกหน่วยงานพยายามหาทางออกไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากยังมีพายุฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง และเป็นช่วงเวลากลางคืนทำให้การค้นหาและให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก” ผวจ.ชุมพร กล่าว

โดยเวลา เวลา 23.30 น. ชุดค้นหายังค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป ล่าสุด พบศพ 5 ชีวิตผู้สูญหายแล้ว โดยนายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวหลังพบผู้เสียชีวิตว่า ได้รับแจ้งว่า เรือดังกล่าวเสีย ได้มีการส่งเรือไปช่วยลาก ประกอบกับฝนตกหนัก ทำให้เรือดังกล่าวเกิดล่ม สามารถช่วยชีวิตมาได้ 11 คน

 ทั้งนี้พบผู้เสียชีวิตติดใต้ซากเรือ 5 คน คือ นักเรียนดำน้ำลึก ได้แก่ นายมหัสณะ กาญจนปกรณ์, น.ส.ธีร์ชญาน์ เมธามงคล น.ส.จันทร์ดารา ทับจันทร์ นางฐาปนี วรวัฒนกุล และ น.ส.สุมรรษณา สุทธานุรักษ์ โดยนักเรียนถ่ายภาพใต้ทะเล ซึ่งเรียนในสระมาก่อนจะลงเรียนใต้ทะเลจริง 4 วัน โดยวันเกิดเหตุเป็นวันที่ 3 ของการลงไปเรียนใต้ทะเลจริง


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ช่วยระทึก!สาวออกมาฉี่กลางดึกพลัดตกเหวลึกดอยตั่วเพ้ง เพื่อนออกตามเห็นแค่รอยกิ่งไม้หัก

เมื่อเวลา 04.15 น.วันที่ 13 ก.พ. ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ได้รับแจ้งมีนักท่องเที่ยวพลัดตกลงไปในเหวลึก บริเวณลานกางเต็นท์ผาบนดอยตั่วเพ้ง หมู่ที่ 1 บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ จึงประสานไปยังอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสัก ร่วมกตัญญูเขาค้อ รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านกว่า 30 คน ออกค้นหา แต่จุดเกิดเหตุเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะระยะทางจากหมู่บ้านไปยังผาตั่วเพ้งเป็นภูเขาสูงชันต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเข้าไปเท่านั้นจุดเกิดเหตุเป็นลานกางเต็นท์บนดอยตั่วเพ้ง พบนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่มากางเต็นท์อยู่บริเวณดังกล่าว และจุดที่คาดว่านักท่องเที่ยวตกลงไปอยู่ห่างจากจุดกางเต็นท์ประมาณ 200 เมตร ซึ่งเป็นหน้าผาชันประมาณ 90 องศา พบร่องรอยกิ่งไม้หักเป็นทางยาวลงไปในเหว จึงระดมกำลังออกค้นโดยต้องเดินเท้าลัดเลาะไปตามไหล่เขากระทั่งเวลาประมาณ 07.30 น. จึงพบนักท่องเที่ยวหญิงนอนบาดเจ็บอยู่ก้นเหวลึกประมาณ 20 เมตร โดยพบว่าได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและแขนขวาหัก จึงช่วยกันแบกนำร่างของผู้บาดเจ็บขึ้นมาด้านบนทราบชื่อคือ น.ส.อิสรีย์ มีปิ่น อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/84 หมู่ 9 ต.ปากแพก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นจึงนำขึ้นรถออกมาส่งต่อให้กับรถของหน่วยกู้ชีพ และนำตัวส่งโรงพยาบาลเข้าค้ออย่างเร่งด่วน เพราะผู้บาดเจ็บมีอาการเสียเลือดมาก

จากการสอบสวนเพื่อนของผู้บาดเจ็บทราบว่า ผู้บาดเจ็บพร้อมด้วยเพื่อนๆ รวม 8 คนเดินทางมาท่องเที่ยวกางเต็นท์บนดอยผาตั่วเพ้ง กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. ผู้บาดเจ็บออกมาปัสสาวะด้านนอกเต็นท์ แต่เพื่อนๆ เห็นว่าออกมานานผิดปกติ จึงเดินออกมาตามและพบว่าที่บริเวณหน้าผามาร่องรอยกิ่งไม้หักเป็นทางลงไปด้านล่าง จึงรีบโทรศัพท์แจ้ง 191 เพื่อขอความช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้บาดเจ็บออกมาปัสสาวะแล้วเกิดเดินพลัดตกลงไป เนื่องจากเป็นต้นไปและป่าหญ้าประกอบกับไม่มีแสงสว่าง จึงทำให้ตกลงไปในเหวจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ช่วยระทึก!สาวเมืองกาญจน์พลัดตกหน้าผาเขาช้างเผือกลึกกว่า 20 เมตร กะโหลกยุบสาหัส

นักท่องเที่ยวสาวลื่นล้มตกผาบนเขาช้างเผือก ที่เมืองกาญจน์ เจ้าหน้าที่ช่วยระทึกต้องเดินเท้าไป-กลับกว่า 20 กิโลเมตร เข้าช่วยเหลือพร้อมลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบกะโหลกศีรษะยุบ อาการยังน่าเป็นห่วงเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 1 ก.พ. เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พร้อมอุปกรณ์กู้ชีพ เข้าช่วยเหลือน.ส.สุพัตรา พลบูรณ์ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวบริเวณเขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวพลัดตกหน้าผาได้รับบาดเจ็บสาหัสในบริเวณเขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ แต่เนื่องจากพื้นที่จุดเกิดเหตุไม่สามารถนำรถขึ้นไปได้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ทั้งสองหน่วยงานจึงได้นำอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เดินเท้าเข้าไปช่วยเหลือน.ส.สุพัตรา พลบูรณ์ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 71 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวชมเขาช้างเผือก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี แล้วเกิดประสบอุบัติเหตุลื่นล้มตกจากผาบริเวณเขาช้างเผือก ร่วงหล่นลงไปข้างผาลึกประมาณ 20 เมตร

ก่อนเจ้าหน้าที่ที่ดูแลชุดนักท่องเที่ยว และลูกหาบที่ไปด้วยจะช่วยกันนำร่างของน.ส.สุพัตราขึ้นมาจากหน้าผาได้ แต่เนื่องจากน.ส.สุพัตราได้รับบาดเจ็บเป็นแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายเองได้ จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้และอุปกรณ์การช่วยเหลือเบื้องต้น เข้ามาเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังเจ้าหน้าที่เดินเท้าเกือบสิบกิโลเมตรก็พบน.ส.สุพัตรา

จึงนำน.ส.สุพัตราขึ้นเปลสำหรับขนย้ายผู้ป่วยพร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและให้อ็อกซิเจน ก่อนจะช่วยกันลำเลียงร่างเดินเท้ากลับมาที่หมู่บ้านอีต่อง แล้วนำขึ้นรถพยาบาลส่งโรงโรงพยาบาลทองผาภูมิได้สำเร็จในเวลา 04.30 น. ของวันที่ 1 ก.พ. แพทย์ทำการตรวจบาดแผลเบื้องต้น พบว่านางสาวสุพัตราได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะยุบ อาการยังน่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม ทางคณะแพทย์จะได้เฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมช่วยกันรักษาอย่างเต็มที่เพื่อให้น.ส.สุพัตราหายดีในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

ดีเจหนุ่มดับปริศนา!! ข้างรถป้ายแดง-หลังเลิกงาน เร่งส่งศพพิสูจน์สาเหตุ

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสาร สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งว่า มีผู้พบศพชาวต่างชาตินอนเสียชีวิตภายในซอยข้างวัดละไม ม.6 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย หลังรับแจ้ง จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด รับทราบ พร้อมกับแจ้งให้ ร.ต.ท.ตุลา สว่างรัตน์ รองสารวัตร(สอบสวน) แพทย์เวรโรงพยาบาลเกาะสมุย และเจ้าหน้าที่ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยประจำจุดวัดละไม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อภายหลังว่า นายเคเรอัล (MR.KARAON ALP TURKER) อายุ 42 ปี สัญชาติตุรกี อาชีพดีเจเปิดเพลงในผับย่านหาดละไม เกาะสมุย นอนเสียชีวิตในสภาพนอนหงาย นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้น สีน้ำเงิน ใส่เสื้อยืดคอกลมสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ ที่คอห้อยสร้อยพระ 1 องค์ ที่ข้างศพผู้ตาย พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นมูฟ สีขาวเขียว ทะเบียนป้ายแดง 9-019 คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมงเจ้าหน้าที่จึงเชิญนายณัฐพวีพงศ์ บุญวัฒน์ อายุ 43 ปี เจ้าของผับที่นายเคเรอัล ทำงานอยู่ มาสอบปากคำ ทราบว่า ผู้ตายเป็นดีเจเปิดเพลงในผับของตนเอง โดยอาศัยอยู่ที่เกาะสมุยมาหลายปี เมื่อคืนที่ผ่านมาผู้ตายมาทำงานเปิดเพลงให้กับนักท่องเที่ยวตามปกติ จากนั้นเวลา 02.00 น. ผับปิดให้บริการ ผู้ตายก็ได้แยกกับตนเองเพื่อกลับบ้าน และมาทราบอีกครั้งว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนเองคาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้น่าจะเกิดจากการที่ดีเจหนุ่มสัญชาติตุรกีรายนี้ เป็นคนชอบดื่มสุรา ประกอบกับพักผ่อนน้อย อาจวูบเสียชีวิตเบื้องต้น จากการตรวจสอบสถานที่พบศพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และที่ศพของผู้ตายก็ไม่พบบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามได้มอบศพเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย นำศพส่งฝ่ายพิสูจน์อีกครั้งที่โรงพยาบาลเกาะสมุย เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พบโลมาว่ายน้ำทะเลระนองในรอบ 3 ปี! ชี้ทะเลอุดมสมบูรณ์

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. เรือตรวจการณ์สถานีตำรวจน้ำระนอง ได้ออกทำภารกิจประจำวัน ตรวจพื้นที่ในน่านน้ำระนอง ขณะแล่นเรือผ่านแนวชายฝั่งทะเล บริเวณหน้าเกาะเหลาหน้านอก ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ได้พบฝูงปลาโลมา จำนวน 6 ตัว โผล่ขึ้นมาเล่นน้ำ ดำผุดดำว่าย อยู่บริเวณด้านข้างของกาบเรือ ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ที่ไม่พบปลาโลมาในน่านน้ำระนองตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปลาโลมาเล่นน้ำ กันอยู่เกือบ 5 นาที ก่อนจะว่ายน้ำหายไป เครื่องโซนาร์ในเรือชี้ ปลาโลมาว่ายน้ำออกจากริมฝั่ง มุ่งหน้าไปทางเกาะช้าง จ.ระนอง201612121043198-20120716160851ร.ต.ท.อภิวัฒน์ เสทธะยะ รองสารวัตร สถานีตำรวจน้ำระนอง หัวหน้าเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำ กล่าวว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมาเราพบเจอฝูงปลาโลมาประมาณ 6 ตัว ที่บริเวณหน้าเกาะเหลา อ.เมืองระนอง จ.ระนอง เข้ามาเล่นน้ำโชว์ประมาณเกือบ 5 นาที ซึ่งเป็นช่วงน้ำลง ก่อนจะว่ายน้ำมุ่งหน้าไปทางเกาะช้าง จ.ระนอง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่า ความอุดมสมบูรณ์ได้กลับมาสู่ทะเล จ.ระนอง ของเรา อย่างน้อยนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว จ.ระนอง จะได้มีโอกาสได้เห็นฝูงปลาโลมาบ่อยครั้งขึ้น201612121043194-20120716160851ซึ่งบริเวณทะเลอันดามัน มีการรายงานจากนักวิชาการประมง พบเห็นโลมาปากขวด ในพื้นที่จังหวัดระนองและจังหวัดพังงา จำนวน 30-40 ตัว โดยมีลำตัวสีน้ำเงินเข้มอมเทา สีจางหรือบางครั้งอมชมพูด้านท้อง จะงอยปากค่อนข้างสั้นใหญ่ครีบหลังขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นรูปโค้งอยู่กึ่งกลางหลัง รูปร่างค่อนข้างอ้วน ไม่มีลายหรือจุดประแต่ประการใด ขนาดเมื่อโตเต็มที่ยาวประมาณ 2 -3 เมตร มีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง และชอบว่ายน้ำแข่งกับเรือขณะที่เรือเดินอยู่ในทะเลได้หลายไมล์ และมีความเร็วในการว่ายน้ำประมาณ 40.5 กิโลเมตร/ชั่วโมง201612121043192-20120716160851โลมาปากขวด เป็นโลมาที่ฉลาด มีความแสนรู้ ขี้เล่น เป็นมิตรกับมนุษย์ จึงนิยมเลี้ยงไว้แสดงตามสวนสัตว์และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำทั่วไป พบกระจายพันธุ์ตามทะเลเปิดและมหาสมุทรเขตร้อนและเขตอบอุ่นรวมถึงเขตหนาวทั่วโลก201612121043191-20120716160851

ที่มา>>>ข่าวสด

นาทีคลั่ง!ฝรั่งเลือดโชกไล่ทำร้ายชาวบ้าน-พังร้านเละ ตร.ไล่จับตัวระทึกกลางเมืองพัทยา

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 พ.ย. ร.ต.อ.สนั่น โคตะนนท์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเมาสุราคลุ้มคลั่ง ไล่ทำร้ายชาวบ้านและพังทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงแรมสยามสวัสดี ซอยบัวขาว พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจสายตรวจ เข้าระงับเหตุทันที201611181143142-20041019161308เมื่อไปถึงพบนักท่องเที่ยวชายชาวยุโรป อายุประมาณ 40 ปี มีบาดแผลถูกของมีคมทำร้ายที่ข้อมือซ้าย ตามร่างกายและเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยคราบเลือด อยู่ในอาการเมาสุราและคลุ้มคลั่งวิ่งไล่ทำร้ายชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา สร้างความตกใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนเข้าไปจับกุมช่วยเหลือ ปรากฎว่าชายต่างชาติได้วิ่งหลบหนีเข้าประตูลานจอดรถร้านฟินดิจ พร้อมกับล็อกประตูเอาไว้ เพื่อไม่ให้ใครเข้าใกล้ ลักษณะระแวงอะไรบางอย่าง201611181143141-20041019161308เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยเกลี้ยกล่อม แต่ชายต่างชาติไม่ยอมฟังความใดๆ เอาแต่พังทรัพย์สินชาวบ้านได้รับความเสียหาย ส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย โดยไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นฤทธิ์ จากนั้นไม่นานชายต่างชาติเห็นผู้คนอยู่บริเวณนั้นได้วิ่งปรี่เข้าทำร้ายในบาร์เบียร์แห่งหนึ่งใกล้เคียงจุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นท่าไม่ดี จึงช่วยหันควบคุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด ก่อนจะนำส่งรพ.เมืองพัทยา ไปรักษาบาดแผลอย่างทุลักทุเล201611181143143-20041019161308สอบถามชาวบ้าน ทราบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เห็นชายต่างชาตินั่งดื่มกินอยู่ภายในกลุ่มบาร์เบียร์ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ จนกระทั่งช่วงเช้าพบชายคนดังกล่าว สภาพถูกของมีคมทำร้ายเลือดท่วมตัว โดยมีอาการเมาสุราคลุ้มคลั่งอาละวาดไล่พังทรัพย์สิน และทำร้ายชาวบ้านจำนวนหลายคน จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจเข้าระงับเหตุไว้ได้ดังกล่าว201611181143144-20041019161308อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนพยานแวดล้อม พร้อมทั้งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดว่า ชายต่างชาติถูกทำร้ายจนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง หรือเมาสุราอาละวาดกันแน่ คงจะต้องรอชายต่างชาติหายเมาและรักษาบาดแผลให้หายดีก่อน เพื่อจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป201611181143147-20041019161308-1

ที่มา>>>ข่าวสด

ช่วยคณะท่องเที่ยว 24 รายหลงป่าเขาใหญ่นาน 2 วัน เหตุคนนำทางไม่เชื่อ GPS

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์นักท่องเที่ยวจำนวน 24 คนจากกรุงเทพมหานคร ได้จัดทริปเดินป่าในน้ำตกคลองมะเดื่อ ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เพื่อที่จะเข้าไปท่องเที่ยวชมน้ำตกเหวกระทิน ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และเป็นรอยต่อของจังหวัดนครนายก โดยได้ให้ชาวบ้านที่ชำนาญทางเป็นคนพาเดินเที่ยวทริปนี้โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของอุทยาน โดยเริ่มออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.และมีกำหนดออกจากป่าวันที่ 9 ต.ค. แต่พบว่าหลงทางหายไป มีการแจ้งญาติว่า หลงทางเหตุและไม่รู้พิกัดตัวเองs__23691381ล่าสุด บก.ควบคุม พล.ร.2 รอ. โดย มว.รส.ป.พัน 102 รอ.(จว.นย.) ร่วมกับกู้ภัย ป่อเต็กตึ๊งจังหวัดนครนายก และป่าไม้จังหวัดนครนายก ได้ให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยว จำนวน 19 คน และลูกหาบอีก 5 คน รวม 24 คน ที่ได้ทำกิจกรรมเดินป่าแล้วพลัดหลงออกจากเส้นทาง ออกจากพื้นที่ บริเวณคลองมะเดื่อ (คลอง1) ผลการปฏิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และอ่อนเพลียจากการเดินพลัดหลงป่า
โดยเวลาประมาณ 01.00 น. นักท่องเที่ยวได้เห็นแสงสว่างที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เปิดเอาไว้ จึงได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือนำทางทั้งหมดอย่างปลอดภัย โดยบางคนยังอยู่ในอาการหมดแรง อ่อนเพลียจะเป็นลมจากการเดินทางเจ้าหน้าที่จึงได้ปฐมพยาบาล ซึ่งนักท่องเที่ยวเล่าเหตุการณ์ว่า สภาพอากาศทำให้เส้นทางเปลี่ยน และคนนำทางไม่ยอมเชื่อ GPS ของนักท่องเที่ยวที่ติดตัวไปและบวกกับฝนที่ตกลงมาทำให้เส้นทางเปลี่ยน และเสบียงอาหารที่เตรียมไปหมด ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จะได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาคนนำทางว่าทำการบุกรุกพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาตต่อไป

a1

ขอบคุณที่มาเรื่องเล่าเช้านี้

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวสมุยสุดทน! ฝรั่งพิเรนทร์ปีน”หินตา”แล้วแอ๊คท่าถ่ายรูป ปลัดอำเภอสั่งหาตัวมาตักเตือน

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเฟซบุ๊กชื่อ กาละแม แม่น้องแชมป์ โพสต์ในกลุ่มรวมพลฅนหมุย “ดูเขาทำหินตาเราซิ” พร้อมกับแนบรูปภาพ ซึ่งเป็นภาพของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผิวขาว สักยันต์ที่แขนทั้ง 2 ข้าง นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบไนกี้ กำลังปืนขึ้นและนั่งบนยอดของ”หินตา” พร้อมกับแอ๊คท่าถ่ายรูป ซึ่งหลังจากนั้นได้มีคนที่มาเข้าชมแสดงความคิดเห็นต่างๆนานา ทั้งเป็นห่วงว่าจะตกลงมาเสียชีวิต และถ้าเกิดส่วนใดส่วนหนึ่งของหินตาหักหรือชำรุดใครจะรับผิดชอบ    ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หินตาหินยายตั้งอยู่ที่หาดละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกาะสมุย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเกาะสมุยก็จะต้องมาเที่ยวชมที่หินตาหินยายแห่งนี้ จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก      หินตาหินยายลักษณะเป็นโขดหินรูปร่างประหลาด โดยหินตาเป็นหินแกรนิตที่มีลักษณะเหมือนอวัยวะเพศชายที่เกิดจากการกัดเซาะจากน้ำทะเล สายลม และแสงแดด ส่วนหินยายมีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศหญิง เกิดจากการผุกร่อนของหน้าผาชายฝั่งทะเลเนื่องจากถูกคลื่นกัดเซาะ

นอกจากนี้ยังมีตำนานเล่าขานกันว่า มีตายายคู่หนึ่ง ชื่อตาเครงและยายเรียม เป็นชาวปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เดินทางโดยเรือใบเพื่อจะไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่าย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้กับลูกชายชื่อคง โดยมีนายท้ายเรือ คือนายปราบเพื่อนของลูกชาย ครั้งเรื่อแล่นมาถึงบริเวณแหลมละไมเกิดพายุใหญ่ทำให้เรือล่ม สินสอดทองหมั้นที่เตรียมมาจมน้ำหายไปจนสิ้น ส่วนญาติสนิทมิตรสหายที่เดินทางมาร่วมกัน จมน้ำเสียชีวิตกลายเป็นเกาะเล็กเกาะน้อย รายรอบเกาะสมุย หลายๆคนถูกน้ำพัดไปกลายเป็นหมู่เกาะอ่างทอง นายคงถูกน้ำซัดไปทางหาดเชิงมนเสียชีวิตกลายเป็นเกาะกง ด้านนายปราบนั้นเกาะเรือสำเภาของตัวเองลอยไปทางอ่าวบ้านดอน จนก่อนจะเข้าอ่าวบ้านดอน เรือสำเภาจมลงจนกลายเกาะนกเภา ส่วนนายปราบนั้นเสียชีวิตกลายเป็นเกาะปราบ อยู่บริเวณอ่านบ้านดอนนั้นเอง คงเหลือรอดชีวิตแค่ตาเครงและยายเรียม ถูกน้ำทะเลพัดเข้าหาดละไม ทั้งตาและยายเสียใจมาก และกลัวว่าตาม่องล่ายจะคิดว่าเป็นคนไม่รักษาคำพูด จึงพากันกลั้นใจกระโดดน้ำตาย กลายเป็นหินตาหินยายทุกวันนี้    ล่าสุด ทางปลัดผ่ายป้องกันและปราบปราม อำเภอเกาะสมุย จะลงพื้นที่ตรวจสอบและหาตัวนักท่องเที่ยวรายนี้มาตักเตือนต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ด่วน! สาวเกิดวูบขับเก๋งพุ่งชนศาลพระพรหมเอราวัณ นักท่องเที่ยวเจ็บระนาว (คลิป)

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 22 ก.ค. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง โตโยต้า โคโลน่า สีฟ้า ทะเบียน พร 915 กทม.เสียหลักพุ่งเข้าชนศาลพระพรหมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ กทม. ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สน.ปทุมวัน และลุมพินีได้เข้าตรวจสอบหลังเกิดเหตุ พบว่าภายในรถพบคนขับเป็นหญิงอายุประมาณ 40 ปี มีอาการเกร็งและฟุบอยู่ตรงพวงมาลัยรถ โดยมีบุตรสาวอายุประมาณ 20 ปีนั่งมาด้วย อยู่ในอาการตื่นตระหนก นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางสักการะท้าวมหาพรหมได้รับบาดเจ็บอีก 4  ราย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวใต้หวันและฮ่องกง เจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.จุฬาฯกับ รพ.ตำรวจ ส่วนสาเหตุต้องรอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ต่อมาเวลา 20.35 น. ศูนย์ส่งกลับฯ ได้นำผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิง 1 รายส่งรักษาตัวที่ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน และอีก 1 รายส่งร.พ.ตำรวจ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อาสาฯ ร่วมกตัญญู นำผู้บาดเจ็บส่งรพ.จุฬาฯอีก 3 รายต่อมา ทราบชื่อคนขับรถรายนี้แล้ว คือนางคนึงนิจ เตโชฬาร อายุ 54 ปี ถูกส่งตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน เบื้องต้นมีอาการเส้นเลือดฝอยในสมองแตกแบบเฉียบพลัน สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บจากการถูกชน คือ นายแจนโต้ คูร์เนียวาน อายุ 73 ปี (อินโดนีเซีย), นางโรซิตา คูร์เนียวาน อายุ 56 ปี (อินโดนีเซีย), นาง Ong Cney Teo อายุ 70 ปี (สิงคโปร์), นางสาว Ng Ican Leng อายุ 35 ปี (สิงคโปร์) โดยสี่คนนี้ถูกส่งไปรพ.จุฬา ส่วนคนสุดท้าย นางสาว Lina Bong อายุ 81 ปี (จีน) รพ.ตำรวจ

ที่มา>>>ข่าวสด

สะเทือนใจ! บิ๊กไบก์ซิ่งชนแม่-ลูกกระเด็น กอดกันตายคาถนน สลดฝูงเพื่อนลิงเฝ้าซาก

 เวลา 13.30 น. วันที่ 17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่า ที่บริเวณเขาสามมุก มีลิงถูกรถชนตาย จำนวน 2 ตัว จึงรุดไปตรวจสอบ เมื่อไปถึง พบบรรดาแม่ค้าขายอาหารลิง และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เขาสามมุก ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง ชลบุรี กำลังมุงดูซากศพลิงสองแม่ลูก นอนกอดกันกลมอยู่กลางถนนสายขึ้นเขาสามมุก โดยมีบรรดาฝูงลิงด้วยกันยืนอยู่รอบๆ ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ ลิงบางตัวตรงเข้ามาขู่ หากมีคนเดินเข้าไป สภาพลิงทั้ง 2 ตัว มีเลือดไหลออกจากปาก และมีคราบเลือดอยู่ที่พื้นถนน เป็นภาพที่เศร้าสะเทือนใจกับผู้พบเห็นและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ชาวบ้านก็พยายามที่จะเข้าไปเก็บซากศพลิง 2 แม่ลูก แต่บรรดาเหล่าเพื่อนลิง ก็จะเข้ามาทำร้าย ต้องช่วยกันไล่ลิง ออกไปไกลๆ จึงสามารถเก็บซากลิงได้ ชาวบ้านที่อาศัยแถวนั้น เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุพบรถบิ๊กไบก์ขับขี่มาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะชนแม่ลิง ซึ่งมีลูกลิงขี่อยู่ด้านหลัง กำลังเดินข้ามถนน อย่างแรง จนเป็นเหตุให้ลิงสองแม่ลูก กระเด็นไปไกลหลายเมตรและตายทันที จึงอยากขออ้อนวอนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปด้วยว่า เวลามาเที่ยวเขาสามมุก ขอให้ขับขี่รถช้าๆ เพราะมีลิงอยู่โดยรอบ เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกทุกวัน จนทำให้นักท่องเที่ยวน้อยลง  จนต้องมานั่งรออาหารอยู่กลางถนน ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีมีลิงเขาสามมุกถูกรถชนตายไปแล้วนับสิบตัว ทั้งๆ ที่มีการติดป้ายเตือนให้ขับรถระวังแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด