ผวจ.อุดรฯ เผย อ่างห้วยหลวง มีน้ำ 11% ยัน เหลือพอผลิตประปาแล้งนี้

ผวจ.อุดรธานี ตรวจโรงสูบน้ำบ้านโคกสะอาด อ.เมืองอุดรธานี เผย สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงดีขึ้น เหลือน้ำสะสม กว่า 5 แสน ลบ.ม. หรืออยู่ที่ระดับ 11% มั่นใจ พอใช้ผลิตประปาในหน้าแล้ง …

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.59 นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี พร้อมด้วย นายวัชรินทร์ สุตลาวดี นายอำเภอเมืองอุดรธานี นายธนกิจ นุ่มวิญญา ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 5 และเจ้าหน้าที่ของการประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดอุดรธานี เดินทางไปตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ชลประทาน ที่ทำหน้าที่สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ที่บริเวณโรงสูบน้ำบ้านโคกสะอาด ต.โคกสะอาด อ.เมืองอุดรธานี เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าน้ำประปาที่ส่งจ่ายให้ชาวบ้าน ในบางพื้นที่มีสีขุ่นข้น ไม่สะอาด โดยได้มาตรวจค่าของน้ำที่สูบจากในอ่างเก็บน้ำก่อนส่งเข้าสู่ระบบ พร้อมกับได้มีการสอบถาม การทำงานจากเจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานีอย่างละเอียดผวจ.อุดรธานี ตรวจโรงสูบน้ำบ้านโคกสะอาด อ.เมืองอุดรธานี

ตรวจดูสภาพน้ำดิบที่ใช้ทำน้ำประปา

นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากรายงานของเจ้าหน้าที่ชลประทานที่ 5 และเจ้าหน้าที่ของการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี ที่ทำหน้าที่ควบคุมการส่งน้ำดิบเข้าสู่ระบบท่อของการประปา ก็ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า น้ำดิบสำหรับการทำน้ำประปาจากแหล่งอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงยังอยู่ที่ระดับ 11 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสถานการณ์ยังดีกว่าปี 2555 และจากการที่มีฝนตกลงมาในสัปดาห์ที่ผ่านหลายครั้ง ทำให้มีน้ำไหลลงอ่างสะสมอยู่กว่า 5 แสน ลบ.ม. ทำให้สถานการณ์น้ำในอ่างห้วยหลวงดีขึ้นมาเล็กน้อย มีน้ำพอผลิตประปาในช่วงนี้แน่นอนอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงยังเหลือน้ำอีก 11%

ด้าน นายธนกิจ นิ่มวิญญา ผอ.ชลประทานที่ 5 กล่าวว่า จากสถิติทุกปี ฝนจะตกในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคม คาดว่าในปีนี้ฝนจะตกในระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งได้รายงานสถานการณ์น้ำ ให้กับผู้ว่าฯ ทราบเป็นประจำทุกวัน โดยน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง อยู่ที่จำนวน 15.348 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 11.32%สถานการณ์น้ำในอ่างห้วยหลวงดีขึ้น หลังมีฝนตกลงมา

“ฝากเตือนประชาชน ผู้ใช้น้ำประปาว่า ขอให้ใช้น้ำประปาอย่างประหยัด รู้คุณค่า นอกจากนี้แล้ว ก็ขอให้ผู้ใช้น้ำประปา ได้หมั่นตรวจระบบประปา ทั้งในและนอกตัวบ้านเรือนของตนเอง หากพบท่อประปาแตกหรือรั่ว ก็ให้รีบแจ้งไปยังสำนักงานการประปาจังหวัดโดยเร็ว เพื่อจะได้รีบจัดการซ่อมแซม ส่วนที่มีบางแห่งน้ำประปาขุ่น สกปรก เกรงว่าไม่ได้มาตรฐานนั้น ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี ว่า อาจจะเป็นเรื่องของการซ่อมแซมระบบท่อประปา ก็มีขุ่นในช่วงแรก เปิดน้ำไปสักพักก็จะกลับคืนมาเหมือนเดิม” ผอ.ชลประทานที่ 5 กล่าว

ที่มา>>>Thairath

ตลิ่ง แม่น้ำเจ้าพระยากรุงเก่า หน้าวัดโคกหิรัญ ถล่มลึก 5 เมตร

เกิดเหตุตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดโคกหิรัญ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา พังถล่มลงเป็นเหวลึกเกือบ 5 เมตร ผญบ.หมู่ 2 เผย ตลิ่งพังลงมาน่ากลัวทรุดเกือบถึงวัดเกรงเสียหายหนัก ด้าน วัดระบุ ไม่มีงบแก้ไข เสนอจังหวัดไปหลายปีก็เงียบ

มื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม 59 ชาวบ้าน อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งชุมชนถึงกับผวา ด้วยเพราะว่าตลิ่งหน้าวัดโคกหิรัญ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตหมู่ที่ 2 ต.บางชะนี พังถล่มลงมาพร้อมกัน ลึกเกือบ 5 เมตร ยาวกว่า 40 เมตร และกว้างเกือบ 10 เมตร โดยตลิ่งเริ่มพังถล่มลงในช่วงก่อนเที่ยงวันนี้ และการพังทรุดตัว ยังมีอย่างต่อเนื่องสภาพตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดโคกหิรัญ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ถบล่มลงมาลึกถึง5 เมตร มองดูเหมือนเหว

นายสวัสดิ์ สัญญะวิถี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 เปิดเผยว่า ตลิ่งพังลงมาอย่างน่ากลัว เพราะพังทรุดเกือบจะมาถึงรั้วของวัด รวมถึงระบบผลิตน้ำประปาชุมชน ที่ใช้กันทั้งตำบล โดยหากการพังยังมีต่อไป หรือหากไม่เร่งดำเนินการแก้ไข จะเกิดความเดือดร้อน และเสียหายมากไปกว่านี้แน่นอนตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถล่ม ลึก 5 เมตร

ด้าน พระประเสริฐ กิตติสาโร พระลูกวัด เปิดเผยว่า ทางวัดเองไม่มีทุนทรัพย์ จะไปดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ เพราะหนักเกินกว่าที่วัดจะดำเนินการเองได้ ซึ่งตรงจุดนี้เองทางวัดหวั่นเกรงว่าตลิ่งหน้าวัดจะพัง จึงได้ทำเรื่องเสนอของบประมาณสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ผ่านไปทางจังหวัด 2-3 ปีแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ แต่ทุกอย่างก็เงียบหายไป จนกระทั่งเกิดเหตุตลิ่งพังดังกล่าวชาวบ้านแห่มาดู ตลิ่งริมเจ้าพระยา ถล่ม สาเหตุเพราะปริมาณน้ำน้อยมาก

สำหรับวัดโคกเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ติดฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในอดีตเคยเป็นวัดที่เกจิชื่อดังของอำเภอบางบาล จำพรรษาและเป็นเจ้าอาวาส ได้แก่ หลวงพ่อโบ และ หลวงพ่อเจือ ปัจจุบันมีพระมหาเฉลิมพล อชิโต เป็นเจ้าอาวาส ล่าสุดเทศบาลตำบลบางบาล โดยนายชูเกียรติ บุญมี นายกเทศมนตรี ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบในเบื้องต้น.

ที่มา>>>Thairath

วิกฤติแล้ง! ชาวบ้านหันปลูกพืชใช้น้ำน้อย สร้างรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว

วิกฤติภัยแล้ง! กระทบ ชาวนาหันมาปลูกแตงกวาและถั่วฝักยาวพืชที่ใช้น้ำน้อย ทำให้มีรายได้ในช่วงฤดูแล้ง ด้าน เกษตรกร อ.แม่วงก์ ปล่อยผลส้มโอร่วงหล่นเกลื่อนพื้นเพราะขาดน้ำ เคยใช้น้ำประปารดส้มโอ แต่ต้นทุนสูงจนต้องปล่อยทิ้ง…

ปรับตัวสู้ภัยแล้ง หันมาปลูกแตงกวา-ถั่วฝักยาว พืชใช้น้ำน้อยแปลงผักปลูกแตงกวา

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบริเวณที่นาว่างเปล่า บ้านไผ่เขียว หมู่ 2 ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ พบกับ นางวันเพ็ญ กูดไคร้ ชาว ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล ซึ่งเปิดเผยว่า พื้นที่นารอบๆ ไม่มีใครทำนาเนื่องจากเกิดภัยแล้งและไม่มีน้ำ จึงได้รวมกลุ่มกัน 3 คน หันมาปลูกแตงกวา ถั่วฝักยาว และฟักทอง บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ พร้อมได้ทำการยกร่องแปลงปลูกผัก และทำร่องน้ำเอาไว้เพื่อรดน้ำในตอนเย็น ประมาณ 3 วันถึงจะสูบน้ำเข้าร่องที่ปลูกแตงกวา ทำให้มีน้ำใช้ตลอดฤดูแล้งนี้ แตงกวาเป็นพืชที่ให้ผลผลิตเร็ว โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้าในเมือง จ.อุตรดิตถ์ มารับซื้อถึงที่ จะขายกิโลกรัมละ 15 บาท รวมรายได้ไร่ละประมาณ 50,000 บาท ทำให้มีรายได้หลักในครอบครัว” นางวันเพ็ญกล่าว

เกษตรกร อ.แม่วงก์ ปล่อยส้มโอร่วงหล่นเพราะขาดน้ำ

ขณะที่ เจ้าของสวนส้มโอ ต.แม่วงก์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ต้องปล่อยให้ผลส้มโอล่วงหล่นเกลื่อนพื้นภายในสวน หลังไม่สามารถหาน้ำมาใส่สวนส้มโอที่ปลูก นางบุญสร้าง มูลโมก เจ้าของสวนส้มโอ หมู่ที่ 8 ตำบลแม่วงก์ อำเภอแม่วงก์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยใช้น้ำประปาเปิดใช้ในสวนส้มโอ แต่เนื่องจากแบกรับภาระต้นทุนค่าน้ำประปาไม่ไหว จึงต้องหยุดใช้ ทำให้ส้มโอที่ติดผลผลิตเริ่มขาดน้ำจนต้นเหี่ยวเฉาสวนส้มโอ ต.แม่วงก์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ล่าสุด ผลส้มโอเริ่มหลุดร่วงลงพื้น ประสบปัญหาการขาดทุนเป็นจำนวนมาก ก่อนหน้านี้เคยเตรียมการรับมือขุดบ่อน้ำจำนวนหลายบ่อไว้ใช้ภายในสวนแล้ว แต่เนื่องจากในพื้นที่ประสบปัญหาแล้งหนัก จนน้ำใต้ดินในบ่อที่ขุดไว้แห้งไม่สามารถสูบขึ้นมาใช้ เบื้องต้นคงต้องรอน้ำฝนที่จะตกลงมาเท่านั้น ซึ่งหากทิ้งช่วงยาวนานอาจส่งผลให้ส้มโอยืนต้นแห้งตาย

ที่มา>>>Thairath