รันทดอีก ผัวเมียมีลูก9คนอัดกันอยู่ห้องเล็กๆ11ชีวิต บางวันเด็กเดินไปกลับร.ร.วันละ10กิโล

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. นายไพศาล ศรีเทพ นายอำเภอปลายพระยา จ.กระบี่ พร้อมด้วยนายนิคม สมปรีดา ผู้ใหญ่บ้านม.6 ต.ปลายพระยา และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าเยี่ยมครอบครัวของนายนายชิต  มลิสุทธ์ อายุ 49 ปี และนางสาวละออ หง้าฝา อายุ 36 ปี สองสามีภรรยา โดยทั้งคู่อาศัยอยู่บ้านพักคนงานสวนปาล์มของบริษัท สวนปาล์มบางเหียน จำกัด ในพื้นม.6 ต.ปลายพระยา โดยทั้งสองคนมีลูกด้วยกัน 9 คน เป็นชาย 4 คน และหญิง 5 คน คนสุดท้องอายุ 3 ขวบ คนโตอายุ 18 ปี สภาพความเป็นอยู่ลำบาก รายได้ไม่เพียงค่าใช้จ่าย ขณะที่บ้านพักอยู่กันแออัด นอกจากนี้บุตรสาวและบุตรชายคนโต 2 คน หลังจบ ป.6 ก็ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ เนื่องจากต้องออกมาช่วยทำงานหาเลี้ยงครอบครัว  นายชิตกล่าวว่า ตนและครอบครัวได้มาอาศัยที่บ้านพักคนงานของสวนนิรัตน์มานานกว่า 14 แล้ว รับจ้างกรีดยางและตัดปาล์ม ปัจจุบันก็ยังต้องอาศัยอยู่ในบ้านพักคนงานรวม 11 คน มีความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบากสภาพแออัด โดยเฉพาะเวลาลูกๆไปโรงเรียน เนื่องจากระยะทางจากบ้านพักไปโรงเรียนประมาณ 5 กิโลเมตร ลูกๆ ที่ยังเรียนอยู่ชั้นประถม 6 คน ก็ต้องผลัดกันเดินไปโรงเรียน  ทยอยส่งทีละเที่ยว 2 เที่ยว ซึ่งลำบากมาก เพราะมีรถจักรยายนต์เก่าๆเพียงคันเดียว “บางวัน ลูกๆก็ต้องเดินเท้าไปโรงเรียน เดินไกล 5 กิโล กว่าจะไปถึงโรงเรียนได้ก็สายแทบทุกวัน หากวันไหนฝนตกลูกๆก็ไม่ได้ไปโรงเรียน นอกจากนี้ ข้าวสารที่ซื้อมาก็ไม่เพียงพอ เพราะต้องหุงข้าวครั้งละ 6-7 ก.ก. บางวันต้องอดมื้อกินมื้อ”นายชิตกล่าว

ด้านนายไพศาล กล่าวว่า ภายหลังที่ทางอำเภอได้มาสำรวจครอบครัวของนายชิตแล้ว ก็ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางช่วยเหลือ โดยในเบื้องต้นได้ระดมทุนช่วยกันบริจาคเพื่อจัดซื้อรถจักรยานสามล้อ(พ่วงข้าง) มาให้ครอบครัวของนายชิตได้ส่งลูกไปโรงเรียน และได้จัดซื้อข้าวสารให้เดือนละ 40 กิโลกรัม ส่วนในเรื่องของการก่อสร้างบ้านผู้ด้อยโอกาสขณะนี้ยังไม่สามารถสร้างได้ ติดปัญหาเรื่องการจัดหาที่ดินเพราะครอบครัวนายชิตไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง

นายไพศาล กล่าวว่า ส่วนเรื่องการเรียนของลูกๆ ก็ได้สนับสนุนให้ศึกษาต่อโรงเรียน กศน. หากใครต้องการช่วยเหลือครอบครัวนายชิต บริจาคได้ที่บัญชีธนาคารออมสิน สาขาปลายพระยา ชื่อบัญชี “เพื่อครอบครัวนาย ชิต มลิสุทธิ์” หมายเลขบัญชี 020170765653

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบหนุ่มเขมร ลอบขนกระเป๋า-รองเท้าละเมิดลิขสิทธิ์ จ่อส่งขาย กทม.

เจ้าหน้าที่ทหารพราน สนธิกำลังตำรวจ สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สกัดจับหนุ่มเขมรขับเก๋งคัมรี่ ลักลอบขนกระเป๋า-รองเท้าแบรนด์กีฬาชื่อดังละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 300 ชิ้น มูลค่าหลายแสนบาท ส่งเข้าขายใน พื้นที่ กทม.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 พ.ค. 59 พ.ท.สมเจตน์ ผลประเสริฐ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา และ ร.อ.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1204ฯ ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว พร้อมชุดสืบสวน ตร.สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมกันเข้าทำการดักซุ่มจับกุมขบวนการลักลอบขนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จากเขมรเข้ามาในประเทศไทย บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังสืบทราบว่าขบวนการค้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ชาวเขมร ซึ่งถูก ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา (หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) ทำการสกัดกั้นการลักลอบนำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จากเขมรเข้าประเทศไทยทุกเส้นทาง ตลอดแนวชายแดนด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการขนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย โดยว่าจ้างชาวเขมรขับรถเก๋งซุกสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เข้าประเทศไทยโดยอ้างว่าจะเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าและอาหารในฝั่งไทยหนุ่มเขมร ลอบขนกระเป๋า-รองเท้าละเมิดลิขสิทธิ์

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมฯ ได้ตรวจพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีเทา ทะเบียนกัมพูชา หมายเลข 2AA 7293 พนมเปญ ขับข้ามสะพานจุดผ่านแดนชั่วคราวบ้านหนองปรือ–มาลัย มาจากฝั่งอำเภอมาลัย จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา จึงได้ทำการเรียกตรวจสอบ พบว่า นายทม วัน อายุ 33 ปี ชาวกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา เป็นผู้ขับขี่ อ้างว่าจะเดินทางเข้ามาหาซื้อสินค้าและอาหาร ที่ตลาดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือฯ แต่เจ้าหน้าที่เกิดความสงสัยเป็นชาวปอยเปต แต่ทำไมขับรถมาทางอำเภอมาลัยฯ ซึ่งห่างกันมาก จึงได้ร่วมกันตรวจค้น จากการตรวจค้นพบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จำพวกกระเป๋าและรองเท้าผ้าใบจำนวนมากซุกซ่อนอยู่บริเวณกระโปรงท้ายรถและภายในรถ ตรวจสอบไม่มีเอกสารการเสียภาษีหรือเอกสารการขออนุญาตนำเข้าสินค้าแต่อย่างใด จึงร่วมกันควบคุมตัวมาสอบสวน และตรวจค้นที่ จุดตรวจทหารพราน 1204 จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนบ้านหนองปรือ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ซึ่งผลจากการตรวจค้นและตรวจนับ พบมีกระเป๋าสะพายแบรนด์กีฬาดัง ซุกซ่อนอยู่จำนวน 50 ใบ และรองเท้าผ้าใบ สีน้ำเงินและสีขาว แบรนด์เดียวกัน อีกจำนวน 252 คู่ ซึ่งรวมมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

จากการสอบถาม นายทม วัน ชาวเขมรอ้างว่า มีบ้านพักอยู่ที่กรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ถูกนายทุนชาวเขมรว่าจ้างให้ขับรถเก๋งคันดังกล่าว ซึ่งมีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ซุกซ่อนอยู่ภายใน ขับข้ามด่านจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือจากฝั่งเขมรเข้ามาในประเทศไทย เพื่อนำไปส่งให้คนไทยที่จะมารับที่ตลาดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือฯ นำส่งไปขายใน กทม.อีกทอดนึง โดยได้ค่าจ้างเพียง 1500 บาทเท่านั้น ซึ่งจากคำให้การ เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่ง สว.(สอบสวน) สภ.คลองน้ำใส จ.สระแก้ว ดำเนินคดี และสอบสวนขยายผลถึงนายทุนรายนี้ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath