ช่วยระทึก!สาวเมืองกาญจน์พลัดตกหน้าผาเขาช้างเผือกลึกกว่า 20 เมตร กะโหลกยุบสาหัส

นักท่องเที่ยวสาวลื่นล้มตกผาบนเขาช้างเผือก ที่เมืองกาญจน์ เจ้าหน้าที่ช่วยระทึกต้องเดินเท้าไป-กลับกว่า 20 กิโลเมตร เข้าช่วยเหลือพร้อมลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบกะโหลกศีรษะยุบ อาการยังน่าเป็นห่วงเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 1 ก.พ. เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พร้อมอุปกรณ์กู้ชีพ เข้าช่วยเหลือน.ส.สุพัตรา พลบูรณ์ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวบริเวณเขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวพลัดตกหน้าผาได้รับบาดเจ็บสาหัสในบริเวณเขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ แต่เนื่องจากพื้นที่จุดเกิดเหตุไม่สามารถนำรถขึ้นไปได้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ทั้งสองหน่วยงานจึงได้นำอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เดินเท้าเข้าไปช่วยเหลือน.ส.สุพัตรา พลบูรณ์ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 71 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวชมเขาช้างเผือก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี แล้วเกิดประสบอุบัติเหตุลื่นล้มตกจากผาบริเวณเขาช้างเผือก ร่วงหล่นลงไปข้างผาลึกประมาณ 20 เมตร

ก่อนเจ้าหน้าที่ที่ดูแลชุดนักท่องเที่ยว และลูกหาบที่ไปด้วยจะช่วยกันนำร่างของน.ส.สุพัตราขึ้นมาจากหน้าผาได้ แต่เนื่องจากน.ส.สุพัตราได้รับบาดเจ็บเป็นแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายเองได้ จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้และอุปกรณ์การช่วยเหลือเบื้องต้น เข้ามาเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังเจ้าหน้าที่เดินเท้าเกือบสิบกิโลเมตรก็พบน.ส.สุพัตรา

จึงนำน.ส.สุพัตราขึ้นเปลสำหรับขนย้ายผู้ป่วยพร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและให้อ็อกซิเจน ก่อนจะช่วยกันลำเลียงร่างเดินเท้ากลับมาที่หมู่บ้านอีต่อง แล้วนำขึ้นรถพยาบาลส่งโรงโรงพยาบาลทองผาภูมิได้สำเร็จในเวลา 04.30 น. ของวันที่ 1 ก.พ. แพทย์ทำการตรวจบาดแผลเบื้องต้น พบว่านางสาวสุพัตราได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะยุบ อาการยังน่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม ทางคณะแพทย์จะได้เฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมช่วยกันรักษาอย่างเต็มที่เพื่อให้น.ส.สุพัตราหายดีในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มปีนรั้วบ้านพลัดตก ขาดันไปติดรั้ว ตัวห้อยอยู่นาน ครึ่งช.ม.

 เมื่อเวลา 01.40 วันที่ 9 ม.ค. ศูนย์วิทยุสภ.คลองหลวง รับแจ้งมีประชาชนขอความช่วยเหลือขาติดหัวรั้วบ้าน บาดเจ็บออกไม่ได้

 ที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 2 / 580 หมู่ที่ 1 หมู่บ้านศุภาลัยบุรี ซอย 6/1 หมู่ที่1 .คลองสี่ .คลองหลวง.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงประสานงานอาสาสมัครหน่วยกู้ชีพบัวเพชร นายสรรวัสร์ สิริแสงจันทร์ผญบ.หมู่ที่ .คลองสี่ .คลองหลวง .ปทุมธานี รุดไปที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุบริเวณรั้วหน้าบ้านซึ่งอยู่ติดกับถนนพบนายรัชตะ  เจริญกิจภัณฑ์ อายุ 26 ปี ลำตัวห้อยต่องแต่งอยู่ที่รั้วหน้าบ้านความสูงประมาณ เมตร โดยที่ขาข้างขวาขัดติดอยู่กับระหว่างช่องของเหล็กแหลมหัวรั้วเหล็กของกำแพงบ้าน ลำตัวพาดอยู่บนถังขยะ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันพยุงลำตัวเพื่อนำขาข้างขวาออกจากเหล็กหัวรั้ว จึงนำตัวลงมาปฐมพยาบาลโดยมีอาการชาและปวดขาอาสาสมัครหน่วยกู้ชีพบัวเพชรจึงนำส่งรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรตินายรัชตะเปิดเผยว่า ช่วงเย็นที่ผ่านมาได้นั่งสังสรรค์กับเพื่อนและได้จอดรถไว้ย่านดุสิต โดยใช้บริการรถแท็กซี่กลับบ้านเมื่อมาถึงหน้าบ้าน ปรากฏว่าลืมกุญแจบ้านไว้ในรถ ประกอบกับรั้วหน้าบ้านล็อกอยู่  จึงปีนถังขยะเพื่อจะกระโดดเข้าไปในบ้าน เรียกย่าที่นอนอยู่ภายในบ้าน แต่กระโดดพลาดขาขัดอยู่กับเหล็กหัวรั้ว จึงทำให้ลำตัวห้อยอยู่กับรั้วนานกว่า 30 นาที เมื่อตั้งสติได้จึงโทรศัพท์ไปที่ 191 เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ที่มา>>>ข่าวสด

ทะเลาะกันแค่เงิน 100 บาท 2 หนุ่มรุมฟันเพื่อนหัวแบะ ก่อนหนีลอยนวล

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ต.ค. ด.ต.ฉัตรชัย รักความชอบ หัวหน้าตู้ยามเขาตาโล สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีคนถูกมีดฟันได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านเลขที่ 61/8 ซอย 2 บ้านหนองหิน หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์201610041835347-20041019161308ที่เกิดเหตุบริเวณข้างบ้านพักหลังดังกล่าวพบนายวีระ ราชวงศ์ อายุ 37 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธมีดฟันเข้าที่กลางศีรษะ เป็นแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เลือดไหลอาบ เจ้าหน้าที่จึงรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลบางละมุง ส่วนผู้ก่อเหตุพบว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน ได้หลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว201610041835326-20041019161308จากการสอบถามแฟนสาวนายวีระ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุนายกิจ อายุ 30 ปี หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามาพูดคุยกับนายวีระ ที่บ้านหลังเกิดเหตุ ก่อนจะทะเลาะมีปากเสียงกันด้วยเรื่องเงิน 100 บาท แต่ไม่รู้ว่าเป็นค่าอะไร จากนั้น นายกิจ ได้เดินออกจากบ้านไป สักพักนายวีระ จึงถือเงิน 100 บาท เดินตามไป201610041835092-20041019161308“ระหว่างนั้นตนก็เห็นนายวีระ วิ่งหนีกลับมาที่บ้านโดยมีนายกิจ ถือจอบและนายเนตร อายุ 45 ปี ถือมีดสปาต้าวิ่งไล่มา ก่อนนายวีระ จะถูกมีดฟันที่ศีรษะจนเลือดอาบ และไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ส่วนนายกิจ และนายเนตร ได้วิ่งหลบหนีกลับไปที่บ้านพัก” แฟนสาวนายวีระ กล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 61/11 ซึ่งเป็นบ้านพักของนายเนตรและนายกิจ แต่พบเพียงลูกชายของนายเนตรเท่านั้น จากการสอบถามนายนุ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่านายเนตรและนายกิจ ได้หลบหนีออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งตนเห็นเหตุการณ์เพียงว่านายกิจและนายวีระคนเจ็บ ได้ทะเลาะและชกต่อยกันที่บริเวณหน้าบ้าน ก่อนจะวิ่งไล่กันไป โดนมีนายเนตร ถือมีดไปด้วย ตนจึงวิ่งตามไปดูและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ส่วนชนวนเหตุของการวิวาทนั้นตนไม่ทราบจริงๆ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อสาเหตุดังกล่าวอาจจะมีเรื่องของยาเสพติดมาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้จึงควบคุมตัวนายนุ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก พร้อมรวบรวมหลักฐานเตรียมออกหมายจับ 2 ผู้ก่อเหตุต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มขับรถ รู้สึกชนของใหญ่ เสียหลักพลิกคว่ำ ตกใจหันไปเจอคู่กรณี!!

 เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 31 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมเณรแก้วทางหลวง จ.สุพรรณบุรี โดยในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ พลิกคว่ำอยู่ บริเวณถนนมาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย มีบาดแผลตรงใบหน้า และรอยถลอกตามร่างกาย หลังจากลื่นไถลไปกับท้องถนน เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาล   จากการสอบถามผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ นายสมใจ บวงทอง อายุ 46 ปี คนขับรถ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังจะขับรถจยย.กลับบ้าน พอมาถึงระหว่างทาง จู่ๆรถก็เกิดเสียหลักพลิกคว่ำเหมือนชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่พื้นถนน ตนรู้สึกตกใจมาก และก็เห็นเต่าขนาดใหญ่อยู่ใกล้กันกับรถ รู้สึกตกใจ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะขับชน แต่ด้วยมองไม่เห็นและเบรกไม่ทันจริงๆ จึงคิดว่าเต่าคงกำลังจะเดินข้ามถนน เนื่องจากฝนเพิ่งหยุดตกได้ไม่นาน เต่าน่าจะคลานออกมาจากคลองใกล้ๆ กับถนน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เจ็บทั้งตนและเต่า ส่วนเต่าที่ได้รับบาดเจ็บ จากการถูกรถชนในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กู้ภัยสมาคมเณรแก้วทางหลวงจังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำไปปฐมพยาบาล และจะไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป คาดว่าเจ้าเต่าตัวนี้ มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กก. ที่มา>>>ข่าวสด

หลวงตาวัย64ขับปิกอัพกลับวัด โดนเก๋งซิ่งปาดหน้าทางโค้ง รถเสียหลักลงข้างทางชนยับ

 เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 13 ก.ค. ศูนย์วิทยุพุทไธสวรรย์ จ.ลพบุรี รับแจ้งจากประชาชนว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นบริเวณโค้งหนองประดง บ้านท่าหลวง อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี ทางหลวงหมายเลข 2256 ถนนสายชัยบาดาล-ด่านขุนทด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ พร้อมทั้งได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน บท-3125 ลพบุรี เสียหลักตำลงข้างทาง โดยตอนหน้าของรถได้ชนกับตอไม้อย่างรุนแรง จนรถพังเสียหายทั้งคัน ภายในรถพบพระภิกษุได้รับบาดเจ็บ ศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ตามลำตัวชุ่มโชกไปด้วยเลือด สายเข็มขัดรัดคออยู่นอนร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่อาสาสามสมัครพุทไธสวรรย์ได้เร่งทำการช่วยเหลือจนสามารถออกมาจากซากรถได้ พร้อมทั้งได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะได้นำตัวพระภิกษุองค์ดังกล่าวส่ง รพ.ท่าหลวงเป็นการเร่งด่วน จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ขณะขับรถตามหลังมาว่า ขณะที่พระภิกษุขับรถมาตามถนนเส้นทางท่าหลวง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง ได้มีรถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนได้ขับปาดหน้าในทางโค้ง พระภิกษุได้หักหลบด้วยความตกใจกะทันหัน จนรถเสียหลักพุ่งตกลงข้างทางและได้ชนตอไม้อย่างจัง จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งทราบชื่อต่อมาชื่อพระภิกษุ ถวัลย์ คลังผา อายุ 64 ปี พระลูกวัดถ้ำเพ็ชรนาคา ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล ที่กำลังจะเดินทางกลับวัด

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวเสิร์ฟน้อยใจแฟน ซดยานอนหลับเกือบหมดขวด น็อกคาห้องพัก

วันที่ 21 มิ.ย. เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีหญิงสาวกินยาเกินขนาดนอนหมดสติอยู่ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยวัดใหญ่บางปลากด แยกซอยร่วมพัฒนาซอยที่ 2 หมู่ 4 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังพร้อมรถกู้ชีพและอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์สูง 2 ชั้น แบ่งเป็นชั้นละ 12 ห้อง ปลูกอยู่บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่ จากการตรวจสอบบริเวณชั้นที่ 1 ห้องเลขที่ 11 พบ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี นอนหมดสติอยู่บนที่นอน บริเวณโต๊ะเครื่องแป้งพบขวดยาพาราเซตามอล 1 ขวดวางอยู่ โดยยาถูกกินเกือบหมดขวด ข้างขวดยาพบซองยานอนหลับวางอยู่ใกล้กันอีก 1 ซอง คาดว่า น.ส.เอ น่าจะรับประทานยาดังกล่าวไปเกินขนาด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงพยายามปลุกให้ตื่น แต่กลับมีเสียงครางอยู่ในลำคอเท่านั้น ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงวิทยุขอสนับสนุนรถพยาบาลจาก ร.พ.พระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์เข้าช่วย ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาและล้างท้องเป็นการด่วนจากการสอบถาม น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ทราบว่า น.ส.เอ ทำงานเป็นสาวเสิร์ฟที่ตลาดโค้งสน โดยได้มาเช่าห้องอยู่กับแฟนหนุ่มที่มีอาชีพขับแท็กซี่ได้ประมาณ 4-5 เดือน กระทั่งเมื่อช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ทั้งคู่เริ่มมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง กระทั่งแฟนหนุ่มเก็บเสื้อผ้าและขับแท็กซี่ออกไปไม่กลับเข้ามาอีกเลย ทำให้ น.ส.เอ เกิดอาการเครียดจนต้องไปพบแพทย์และซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเป็นประจำ

“จนวันนี้ตนได้ขับรถมาหาแฟนที่บ้านซึ่งติดกับตึกที่เกิดเหตุพบคนตะโกนร้องเรียกและยืนมุงดูบริเวณหน้าห้องของน.ส.เอ จึงรีบวิ่งไปดูพบว่า น.ส.เอ นอนแน่นิ่งอยู่บนที่นอนจึงช่วยกันปฐมพยาบาลพร้อมปลุกเรียกให้ฟื้นแต่ไม่มีอาการตอบสนองได้ยินแค่เสียงผ่านลำคอ จึงได้โทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ชีพให้มาช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไป” น.ส.บี กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด