ไฮโซ กัณฑ์เอนก พ่อหมูแฮม วืดประกันนอนคุก หลังศาลอุทธรณ์ ยืนโทษจำคุกคดียาเสพติด

จากกรณีนายกัณฑ์เอนก ปัจฉิมสวัสดิ์ อายุ 66 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และไฮโซชื่อดัง เป็นจำเลยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยฐานมียาเสพติดไว้ในครองครองเพื่อจำหน่าย ลงโทษจำคุก 5 ปี ฐานเสพยาเสพติดให้โทษจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 6 เดือน ปรับ 4 แสนบาท และต่อมามีการยื่นอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์ ลงความเห็นว่า นายกัณฑ์เอนก กระทำความผิดตามฟ้องเเละให้การรับสารภาพ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ไม่มีเหตุแก้ไข ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

โดยต่อมาญาติยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นกรรมสิทธิห้องชุด จำนวน 2 ห้อง มูลค่า 385,710 บาท ขอปล่อยชั่วคราว ระหว่างฎีกา อย่างไรก็ตามศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยยังไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา จึงเห็นควรส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายกัณฑ์เอนก ไปคุมขังไว้ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ควักค่าจ้าง 7 แสน! หนุ่มลงทุนซื้อรถตู้ทำช่องลับซุกยาบ้า-ไอซ์ ขนจากเชียงรายเข้ากรุง

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พ.ต.ท.อังคาร อุทัยพันธุ์ รอง ผกก.3 บก.สกส.บช.ปส. หัวหน้าด่านตรวจเอ็กซ์เรย์แม่พริก จ.ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. เข้าสอบสวนขยายผล นายณัฐชัย วรยานันท์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/144 หมู่ 8 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังถูกจับได้พร้อมของกลางยาบ้า 200,000 เม็ด ไอซ์ 10 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนไว้ในรถตู้ที่ถูกดัดแปลงใช้สำหรับซุกซ่อนยาเสพติด เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.อังคาร เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากตำรวจบช.ปส. ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยใช้รถยนต์ตู้นำเที่ยวโตโยต้า ทะเบียน กจ 5156 กทม.เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีระบบกล้อง License plate ติดตามรถคันดังกล่าวจนพบว่าขับออกจากจ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจท่าก๊อ อ.แม่สรวย มุ่งหน้าไปจ.เชียงใหม่ ผ่านเข้า จ.ลำพูน ก่อนที่จะขับรถผ่านจุดตรวจวังดิน อ.ลี้ จ.ลำพูน เข้ามายังเขตพื้นที่ อ.เถิน จ.ลำปาง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้ามาทางอ.แม่พริก จ.ลำปาง เพื่อมุ่งหน้าไป กรุงเทพฯเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจเอ็กซ์เรย์แม่พริก จึงติดตามแล้วสกัดจับได้ พบมีนายณัฐชัย วรยานันท์ อายุ 42 ปีเป็นคนขับ จากนั้นควบคุมตัวไว้แล้วนำรถตู้เข้าตรวจสอบที่ด่านเอ็กซ์เรย์แม่พริก จนพบว่าบริเวณหลังคารถด้านในมีร่องรอยดัดแปลง รวมทั้งบริเวณด้านข้างรถทั้งสองข้าง ตู้ลำโพง และช่องแอร์ท้ายรถ เมื่อเปิดออกดูเจอยาบ้าและยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่

จากการสอบสวนนายณัฐชัย รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างเป็นเงิน 720,000 บาท ให้ขนยาเสพติดจากจ.เชียงราย ไปส่งให้เครือข่ายในกรุงเทพฯ ตนจึงนำเงินว่าจ้างไปซื้อรถตู้ 7 แสนแล้วดัดแปลงให้มีช่องลับเพื่อใช้ซุกซ่อนหวังตบตาเจ้าหน้าที่ ส่วนอีก 2 หมื่นเป็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง จากนั้นขับรถไปรับยาเสพติดมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ขับมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯโดยขับวนอ้อมผ่านด่านตรวจมาได้หลายที่ ก่อนจะถูกจับกุมได้ที่ลำปาง

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานำตัวส่งสอบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

ด่วน!!! “แพท-ณปภา”เปิดใจรอคุยกับพี่เบนซ์ เผย”ถ้าเกี่ยวข้องยาเสพติดก็คงต้องขอบายค่ะ”

หลังจากที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่้ง สามีของนางเอก “แพท”ณปภา หลังพบว่าอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เพราะสนิทสนมนายบอย เครือข่ายยาเสพติด “ไซซะนะ” เจ้าพ่อชาวลาวนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. ‘แพท-ณปภา’ ให้สัมภาษณ์ ข่าวสดออนไลน์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า “ตอนนี้ยังไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์เลย อยากรู้เรื่องทั้งหมดก่อน เพราะตอนนี้อ่านแต่จากข่าว ค่อนข้างงงๆ รวมถึงรอคุยกับพี่เบนซ์ด้วย เพราะยังไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง
“แพทแค่ได้คุยกับคุณแม่ของพี่เบนซ์ ซึ่งคุณแม่ก็ให้แพทรอคุยกับพี่เบนซ์เอง ถ้าตามที่ตำรวจบอกว่าพี่เบนซ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดแพทก็โล่งใจ เพราะถ้าเกี่ยวข้องยาเสพติดก็คงต้องขอบาย ส่วนเมื่อเช้าที่ตำรวจบุกเข้าไปที่ห้อง แพทกำลังนอนอยู่ก็ตกใจ ขณะที่พี่เบนซ์ออกไปแว้นตามปกติแบบนี้ทุกคืนอยู่แล้ว เลยไม่ได้คิดอะไร เพราะตอนเช้าเขาก็จะกลับมาปลุกค่ะ”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากเดิมที่ในวันพรุ่งนี้(3ก.พ.) ‘แพท-ณปภา’ จะมีการแถลงข่าวนั้น ล่าสุดได้ยกเลิกไปก่อนเนื่องจากต้องมีการพูดคุยกับทางผู้ใหญ่ ถ้ามีความคืบหน้าอะไรดาราสาวจะแจ้งให้ทราบอีกที

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบเด็กม.6ค้ายาบ้า ซุกกว่าพันเม็ดบนเพดานห้องเช่า ส่งขายให้วัยรุ่นย่านเตาปูน

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 11 ม.ค. ที่สน.เตาปูน พ.ต.อ.นพพล สุขบุญคง ผกก.สน.เตาปูน พ.ต.ท.สุรเดช ฉัตรไทย สว.สส. ร.ต.อ.จำลอง สาดสูงเนิน ร.ต.ท.วีรชน อินทร์ชีลอง ร.ต.ท.สายันต์ งามสมเกล้า รองสว.สส. และด.ต.จำนงค์ พลหลวง ผบ.หมู่(สส.) ร่วมทำการจับกุมนายมาโนชย์ หรือกอล์ฟ อายุ 19 ปี ชาวบางซื่อ กทม. พร้อมของกลางยาบ้า 1,740 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ที่หอพักไม่มีชื่อ ซอยตรอกประดู่ ถนนริมคลองฝั่งซ้าย แขวงและเขตบางซื่อ กทม.พ.ต.อ.นพพล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากฝ่ายสืบสวนสืบทราบว่า มีการลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในซอยตรอกประดู่พื้นที่สน.เตาปูน จึงลงพื้นที่สืบสวนจนทราบว่านายมาโนชเป็นผู้ขายยาบ้าให้กับวัยรุ่น จึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบนายมาโนชยืนอยู่หน้าหอพักไม่มีชื่อสูง 2 ชั้น จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบจากการสอบถามนายมาโนชยอมรับว่า เป็นผู้จำหน่ายยาบ้าจริง โดยซุกซ่อนยาบ้าไว้ในหอพักดังกล่าว ชั้น 2 ห้องหมายเลข 8 เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้า จำนวน 8 ถุง และถุงพลาสติกสีดำมีรูปแอปเปิ้ลอยู่บนถุง จำนวน 1 ถุง ซุกซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานภายในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางและนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่สน.เตาปูน

จากการสอบสวนนายมาโนช ให้การรับสารภาพว่า ตนกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางซื่อ และกำลังจะจบในปีนี้ ก่อนหน้านี้ได้พักการเรียนไป 1 ปี เนื่องจากมีปัญหาส่วนตัว โดยตนพักอยู่ที่หอพักดังกล่าวกับพ่อเพียง 2 คน ส่วนแม่ได้เลิกรากับพ่อไปก่อนหน้านี้แล้ว จนเมื่อประมาณปี 2559 ในช่วงปิดเทอมตนได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ก่อนได้รู้จักกับนายโอ้ต (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) และถูกชักชวนให้นำส่งห่อยาบ้าโดยได้ค่าจ้างครั้งละ 500 บาท และก่อนกลับมากทม.ก็ได้นำยาบ้า 1 ห่อมาขายด้วยทุกครั้ง โดยซื้อมาในราคา 8,000 บาท

จนช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาได้ไปที่ จ.บุรีรีมย์อีก และขอซื้อยาบ้าจากเพื่อเพื่อนำมาจำหน่ายใน กทม. ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว ซึ่งตนไม่เคยเสพยาบ้าแต่อย่างใด ส่วนเงินที่ได้ตนจะนำมาใช้เที่ยวเตร่และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.เตาปูน ดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ทหารร้อยม.2ปะทะเดือดแก๊งยาบ้าชายแดนพม่าจนท.เจ็บ 2 นาย

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารร้อย.ม.2 จัดกำลังพล จำนวน 8 นาย ประกอบด้วย นายสิบ 4 นาย พลทหาร 4 นาย ทำการซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณเส้นทางศาลเจ้า สันเขาเจียจันทร์-นาศิริ พิกัด MB 845798 (L 7018) ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ ขณะนั้นมีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดผ่านมาพอดีไม่ทราบฝ่ายและจำนวน ทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ปรากฏว่ากลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดขัดขืน และเกิดการปะทะกันขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ทหารยิงตอบโต้กลุ่มกำลังไม่ทราบฝ่ายซึ่งใช้อาวุธปืนสงคราม โดยปะทะกันประมาณ 10 นาที เสียงปืนจึงสงบลง201611061751333-20021028190509ผลการปะทะทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ดังนี้ 1.พลทหารณัฐวุฒิ ร่มโพธิ์ศรี ถูกยิงที่โคนขาขวา 2.พลทหารคณิต พรมชา ถูกยิงเฉี่ยวสะโพกด้านซ้าย ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ขอเฮลิคอปเตอร์สนับสนุน เพื่อนำทหารที่ได้รับบาดเจ็บส่งรพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ต่อไป และขอกำลังเพิ่มเพื่อเข้าเคลียร์พื้นที่ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สืบจากเฟซบุ๊ก!! สส.บก.น.2จับคดีค้างเก่า-แก๊งทุบกระจกรถตำรวจเชียงราย

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 27 ต.ค. พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.บก.น.2 พร้อมด้วยพ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ธนากร อ่อนทองคำ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.กิตติ์ ยังมี สว.สส.บก.น.2 และเจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.2 และกก.สส.3 บก.สส.บช.น.

ร่วมนำกำลังเข้าจับกุมนายชัยวัฒน์ ปรางมาศ หรือ “โหน่ง รามคำแหง” อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 404/26 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่จ.1139/2559 ลงวันที่ 19 ต.ค.2559 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นนั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและทำให้เสียทรัพย์

s__77242372โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าสมาคมศูนย์กีฬาศิวนารถ เลขที่ 148/8 หมู่ 4 ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ต.ค. คนร้ายก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ของพ.ต.ท.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง รอง ผกก.ตม.จ.เชียงราย โดยจอดไว้บริเวณลานจอดรถหลังร้านอินทนนท์ ถ.สุขาภิบาล 5 ซอย 26 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ซึ่งทราบภายหลังว่ามีทรัพย์สินสูญหายหลายรายการ ประกอบด้วย พระเลี่ยมทองหายากกว่า 30 องค์, เงินสด 1.5 แสนบาท, นาฬิกาโรเล็กซ์ 1 เรือน รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาทs__77242373จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 2 ราย ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียนเป็นยานพาหนะ ก่อนนำภาพวงจรปิดประชาสัมพันธ์ทางเพจเฟซบุ๊ก “สืบสวนนครบาล 2” ทำให้ทราบเบาะแสมากยิ่งขึ้น กระทั่งทราบว่านายชัยวัฒน์ เป็นหนึ่งในคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ และหลบหนีซ่อนตัวอยู่ที่ จ.นครนายก จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวนนายชัยวัฒน์รับสารภาพว่า ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง ก่อนมารวมกลุ่มกับเพื่อน 5 คน ตั้งชื่อแก๊งว่า “JAKHOO” พากันออกตระเวนลักทรัพย์ โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนและเลือกรถที่เจ้าของจอดทิ้งไว้แล้วลงไปรับประทานอาหารตามร้านต่างๆที่ไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยดูแลซึ่งทำมาแล้ว 5-6 ครั้ง ประกอบด้วย ย่านสายไหม บางเขน คันนายาว และหัวหมาก ได้ทรัพย์สินจะนำมาแบ่งกันก่อนเอาเงินไปเที่ยวเตร่ และซื้อยาเสพติดมาเสพs__77242374นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนลงมือกับนายกบ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) ซึ่งตนเป็นคนขับ ส่วนนายกบ เป็นคนใช้ไขควงงัดกระจกรถ เมื่อได้ทรัพย์สินก็พากันหลบหนี กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามทรัพย์สินของผู้เสียหาย ก่อนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สารภาพหมดเปลือก! สาวออสซี่รับมีเซ็กซ์กับเจ้าตูบ ตร.เจอคลิปในมือถือมัดแน่น

เว็บไซต์ เมล์ออนไลน์ ของอังกฤษรายงานวันที่ 11 ส.ค. ว่า น.ส.เจนนา หลุยส์ ดริสคอลล์ อายุ 26 ปี ให้การรับสารภาพต่อศาลเมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ว่ามีเพศสัมพันธ์กับสุนัขและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยศาลจะอ่านคำพิพากษาในวันที่ 3 พ.ย.นี้ น.ส.ดริสคอลล์ ถูกจับกุมและตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน ต.ค.2557 ข้อหาร่วมประเวณีกับสัตว์ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบคลิปวิดีโอ 3 ไฟล์ ในโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ผู้ต้องสงสัยมีเพศสัมพันธ์กับสุนัข จึงยึดไว้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวน กระทั่งนำไปสู่การตั้งข้อหาซื้อขายกัญชา 2 กระทง น้ำหนักรวมเกือบ 200 กรัม มูลค่า 2,050 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (กว่า 71,000 บาท)

ที่มา>>>ข่าวสด

ล้อมจับระทึก!! หนุ่มเอเย่นต์ยา ขังตัวในรถไม่ยอมลง

วันที่ 27 ก.ค. พ.ต.อ.ณัทณพงศ์ หลิ่มวิรัตน์ ผกก.1 บก.ปส.3 พร้อมด้วย พ.อ.ประดิยุทธ กลิ่นศรีสุข ผอ.กอง 12 ศรภ.บก.ทท. พ.ท.ณปพงศ์ธร วังตาล หัวหน้า ชป.กอง 12 พ.ต.ท.สมใจ เมฆหมอก สว.สส.สน.ประชาชื่น ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 30 นาย เข้าจับกุมนายนิรุต หรือท็อป เจิมศรี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ซ.19 แยก 8 ถนนศิริเกษม แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม. ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 161/2559 ลงวันที่ 19 พ.ค.2559 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยสามารถจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 225/92 ซอยกรุงเทพนนทบุรี 56 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. ขณะกำลังนั่งอยู่บน รถเบนซ์ ซี 220 สีดำ หมายเลขทะเบียน ธม 9061 กทม.การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่านายนิรุต เอเย่นต์ยาเสพติดรายสำคัญและมีหมายจับติดตัว ได้หลบหนีมากบดานที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์ได้ประมาณ 2 วัน จนกระทั่งช่วงเย็นที่ผ่านมา พบนายนิรุต กำลังนั่งอยู่บนรถเบนซ์คันดังกล่าว ซึ่งเป็นรถของเพื่อนสาวคนสนิท และเป็นรถที่ผู้ต้องหาใช้ขับส่งยาเสพติด จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมทั้งแสดงหมายจับ แต่เมื่อนายนิรุต เห็นเจ้าหน้าที่ จึงไม่ยอมลงจากรถ ระหว่างนั้นน.ส.อำไพ หาญสมจิต อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นป้าของนายนิรุต เดินเข้ามาหานายนิรุต ที่รถ และนายนิรุตได้ส่งมอบยาไอซ์ จำนวน 3 กรัม ให้กับน.ส.อำไพ เพื่อให้นำไปทิ้ง ก่อนจะเดินเข้าบ้านหลังดังกล่าวไป แต่เจ้าหน้าที่สังเกตุพบจึงได้เดินตาม น.ส.อำไพ เข้าไปในบ้าน และพบว่ากำลังนำยาทั้งหมดทิ้งลงชักโครกในห้องน้ำ จึงทำการยึดไว้ได้ 1 กรัมต่อมาเมื่อเวลา 20.30 น. หลังการล้อมจับผ่านไปหลายชั่วโมง นายนิรุต ก็ยังไม่ยอมออกมาจากรถ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจทุบกระจกรถคันดังกล่าว พร้อมกับนำตัวนายนิรุต ออกมา จากการตรวจค้นภายในรถพบอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันได้เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พบเพียงน.ส.พรรณวดี เจริญด้วยปัญญา อายุ 29 ปี เพื่อนสาวคนสนิทของนายยนิรุต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายนิรุต ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดี พร้อมเชิญตัวป้าและเพื่อนสาวคนสนิทของนานิรุต ไปสอบปากคำที่ บช.ปส.ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบอีกแก๊ง โจ๋โพสต์เฟซบุ๊กโชว์ปืน ค้นบ้านพบปืนเพียบ กัญชา ยาเสพติด

เมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 14 ก.ค. 59 พ.ต.อ.วารินทร์ ทองตรา รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เศรษฐณัณช์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต พ.ต.ท.สมศักดิ์ สาภูงาม รอง.ผกก.สส.สภ.คูคต พ.ต.ท.ปรากฏ นาคใหญ่ สว.สส.สภ.คูคต พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คูคต ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมเด็กวัยรุ่นจับกุมตั้งแก๊งมั่วสุมยาเสพติดและมีอาวุธ ก่อความวุ่นวายให้แก่ชาวบ้าน โพสต์โชว์เฟชบุ๊ก ในชื่อแก๊งค์ยันหว่าง โดยเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 15/363 หมู่บ้านอยู่เจริญ 2 หมู่ 5 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบ นายอิศรหรือเบนซ์ ทับหิรัญ อายุ 23 ปี นายชยุต เปลี่ยนทอง อายุ 19 ปี นายณัฐพงศ์  ทิพย์ดี อายุ 21 ปี นายวิรัช จันทร์ศิริ อายุ 19 ปี นายณัฎฐาพันธ์ ทิพย์ดี อายุ 19 ปี และเยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปีอีกจำนวน 5 คน พร้อมด้วยของกลางกัญชา อบแห้ง 14 ถุง รวม 65.8 กรัม อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ .38 1 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบลูกซองสั้นขนาดเบอร์ 12 ชนิดหักลำ 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสไลด์ 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน .32 จำนวน 48 นัด เครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 4 นัด กับอีก 1 ปลอก วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (อัลปราโซแรม) 19 เม็ดด้าน พ.ต.อ.วารินทร์ ทองตรา รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากที่มีชาวบ้านร้องเรียนมายังตน ว่ามีวัยรุ่นรวมกลุ่มแก๊ง พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านอยู่เจริญ 2 หมู่ 5 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และถ่ายรูปโชว์ถือปืน ใช้ผ้าปิดบังใบหน้า โพสต์เฟชบุ๊คโชว์ความเก๋า และ เป็นที่รวมตัว ซ่องสุม ของกลุ่มวัยรุ่น ตั้งตนเป็นอันธพาล และก่ออาชญากรรม โดยมีชื่อแก๊งยันหว่าง หรือ YW เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี เลขที่ 356/2559 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2559 เพื่อค้นบ้านของนายอดิศร และ อดิศักดิ์ ทับหิรัญ สองพี่น้อง ซึ่งเป็นแกนนำและหัวหน้าแก๊ง จากการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบว่ามีสมาชิกอยู่ในบ้านทั้งหมด 10 คน โดยจากการค้นพบ ของกลางกัญชา อบแห้ง 14 ถุง รวม 65.8 กรัม อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ .38 1 กระบอก  อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบลูกซองสั้นขนาดเบอร์ 12 ชนิดหักลำ 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสไลด์ 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน .32 จำนวน 48 นัด เครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 4 นัด กับอีก 1 ปลอก วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (อัลปราโซแรม) 19 เม็ด ซึ่งในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ยกเว้นนายอิศรหรือเบนซ์ ทับหิรัญ อายุ 23 ปี ที่ไม่ยอมรับสารภาพอ้างว่าไม่ใช่ของตน แต่ลูกน้องทั้งหมดเป็นผู้รับว่าสิ่งของทั้งหมดเป็นของพวกตน ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษ (ประเภท 1,5) ยาบ้า,กัญชา ไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยผิดกฎหมาย มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 และ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถอนุญาตให้มีได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด