รวบอีกแก๊ง โจ๋โพสต์เฟซบุ๊กโชว์ปืน ค้นบ้านพบปืนเพียบ กัญชา ยาเสพติด

เมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 14 ก.ค. 59 พ.ต.อ.วารินทร์ ทองตรา รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เศรษฐณัณช์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต พ.ต.ท.สมศักดิ์ สาภูงาม รอง.ผกก.สส.สภ.คูคต พ.ต.ท.ปรากฏ นาคใหญ่ สว.สส.สภ.คูคต พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คูคต ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมเด็กวัยรุ่นจับกุมตั้งแก๊งมั่วสุมยาเสพติดและมีอาวุธ ก่อความวุ่นวายให้แก่ชาวบ้าน โพสต์โชว์เฟชบุ๊ก ในชื่อแก๊งค์ยันหว่าง โดยเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 15/363 หมู่บ้านอยู่เจริญ 2 หมู่ 5 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบ นายอิศรหรือเบนซ์ ทับหิรัญ อายุ 23 ปี นายชยุต เปลี่ยนทอง อายุ 19 ปี นายณัฐพงศ์  ทิพย์ดี อายุ 21 ปี นายวิรัช จันทร์ศิริ อายุ 19 ปี นายณัฎฐาพันธ์ ทิพย์ดี อายุ 19 ปี และเยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปีอีกจำนวน 5 คน พร้อมด้วยของกลางกัญชา อบแห้ง 14 ถุง รวม 65.8 กรัม อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ .38 1 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบลูกซองสั้นขนาดเบอร์ 12 ชนิดหักลำ 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสไลด์ 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน .32 จำนวน 48 นัด เครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 4 นัด กับอีก 1 ปลอก วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (อัลปราโซแรม) 19 เม็ดด้าน พ.ต.อ.วารินทร์ ทองตรา รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากที่มีชาวบ้านร้องเรียนมายังตน ว่ามีวัยรุ่นรวมกลุ่มแก๊ง พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านอยู่เจริญ 2 หมู่ 5 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และถ่ายรูปโชว์ถือปืน ใช้ผ้าปิดบังใบหน้า โพสต์เฟชบุ๊คโชว์ความเก๋า และ เป็นที่รวมตัว ซ่องสุม ของกลุ่มวัยรุ่น ตั้งตนเป็นอันธพาล และก่ออาชญากรรม โดยมีชื่อแก๊งยันหว่าง หรือ YW เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี เลขที่ 356/2559 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2559 เพื่อค้นบ้านของนายอดิศร และ อดิศักดิ์ ทับหิรัญ สองพี่น้อง ซึ่งเป็นแกนนำและหัวหน้าแก๊ง จากการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบว่ามีสมาชิกอยู่ในบ้านทั้งหมด 10 คน โดยจากการค้นพบ ของกลางกัญชา อบแห้ง 14 ถุง รวม 65.8 กรัม อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ .38 1 กระบอก  อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบลูกซองสั้นขนาดเบอร์ 12 ชนิดหักลำ 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสไลด์ 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน .32 จำนวน 48 นัด เครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 4 นัด กับอีก 1 ปลอก วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (อัลปราโซแรม) 19 เม็ด ซึ่งในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ยกเว้นนายอิศรหรือเบนซ์ ทับหิรัญ อายุ 23 ปี ที่ไม่ยอมรับสารภาพอ้างว่าไม่ใช่ของตน แต่ลูกน้องทั้งหมดเป็นผู้รับว่าสิ่งของทั้งหมดเป็นของพวกตน ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษ (ประเภท 1,5) ยาบ้า,กัญชา ไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยผิดกฎหมาย มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 และ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถอนุญาตให้มีได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

“แม่อย่าเกลียดโน่นะ”..แม่”จีโน่ ชูทส์”ร่ำไห้เปิดใจข้ามทวีปถึงตอนที่ลูกสารภาพว่าติดยา

จากกรณีอดีตดาราเด็กชื่อดัง จีโน่ ชูทส์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ยอมรับติดยาหนักทั้งกัญชาและโคเคน และกำลังอยู่ระหว่างบำบัดอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ล่าสุด ธนวรรณ ชูทส์ แม่ของจีโน่ เผยกับผู้สื่อข่าวข่าวสดบันเบิงแบบข้ามทวีปว่า “พูดตรงๆว่าแม่ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยครั้งแรกที่รู้แม่ก็ช็อคไปเหมือนกัน และแม่ยังไม่ได้เห็นข้อความที่จีโน่โพสในเฟส มีเพื่อนมาพูดกับแม่ว่าห้ามโกรธลูก เพราะเขากล้าที่จะไปรักษาตัวเอง เราก็ต้องให้โอกาสเขา อย่าเกลียดลูก อย่าไปด่าลูก ให้อภัยลูก เราเคยพูดกับลูกว่าให้ทำตัวดีอย่าให้เสียชื่อเสียง แม่เป็นคนหัวโบราณ แคร์สังคมทำให้ตอนแรกเขาไม่กล้ามาคุยกับเรา”ถามว่าแม่กับจีโน่สนิทกันแค่ไหน?
แม่จีโน่กล่าวด้วยเสียงสะอื้นไห้ว่า “เรารักลูกมาก ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด จนมีคนบอกว่าแม่รักจีโน่มากกว่าลูกคนอื่นๆอีก เขาเหนื่อยมาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นเด็กดี พูดเพราะ บางทีเราพูดจาไม่เพราะกับลูกซะเอง แต่จีโน่ไม่เคยพูดจาไม่ดีกับเรา เวลามีปัญหาเขามักจะคุยกับพ่อมากกว่า ไม่เคยมาปรึกษาแม่ และเรื่องที่เกิดขึ้นพ่อรู้มาตลอดและไม่เคยบอกเรา ปิดบังมาตลอดเพราะกลัวเรารับไม่ได้ “พ่อเขาเป็นคนพาไปรักษา แม่แค่รู้ว่าจีโน่เครียด พักผ่อนน้อย แม่ไม่เคยคิดเลยว่าจีโน่จะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะเขาไม่เคยแสดงอาการให้เราเห็นเลย ก็มีบ้างที่เขาดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เราก็เตือนเขาเพราะกลัวเขาจะติด ตอนนี้จีโน่ไปรักษาอยู่ในเมืองห่างจากที่พักประมาณ 20 นาที เขาไปได้ประมาณ 4-5 วันแล้ว แม่จะไปเยี่ยมเขากำลังเตรียมทำอาหารไปให้เขา”  “ทราบเรื่องนี้จากจีโน่ เขามาสารภาพเมื่อเช้า โน่บอกว่าสารภาพทุกอย่างลงเฟส แม่ถามว่าเรื่องอะไร โน่บอกแม่อย่าเกลียดโน่นะ แม่ต้องยอมรับในสิ่งที่โน่เป็นนะ ถ้าโน่พูดต่อหน้าแม่ต้องรับไม่ได้แน่ๆ  ตอนนี้โน่ตัดสินใจระบายให้คนอื่นรับรู้ทุกอย่าง บอกว่าเขายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พ่อโกหกแค่ว่าเป็นเรื่องแอลกอฮอร์ เขาไม่กล้าพูดต่อหน้าแม่ กลัวแม่จะเครียดจึงตัดสินใจโทรศัพท์มาบอกหลังจากที่เขาไปรักษาเราเป็นห่วงเขามาก”เคยทะเลาะกันรุนแรงมั้ย?
“มีบ้าง เรื่องกลับดึก ไม่รับโทรศัพท์  เคยทะเลาะแล้วโกรธไม่คุยกันหลายวันแต่จีโน่มาง้อแม่ ครอบครัวเราไปปักหลักที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้ 10 ปีแล้ว ตั้งแต่น้องจีโน่ออกจากวงการ เมื่อตอนเขาอายุ 15 ปี ปีนี้อายุย่าง 26 ปี จีโน่เรียนจบด้านทำอาหาร เพื่อทำตามความฝันของแม่ จะได้มีร้านอาหาร จีโน่เคยเป็นผู้ช่วยเชฟ แต่ด้วยงานที่หนัก สุขภาพอ่อนแอจากการทำงานหนักจึงเลิกทำงานนี้แล้ว น้องจีโน่เป็นลูกชายคนโต คนกลางอัลแบร์โต ก็เป็นโรคซึมเศร้า ต้องมาจับเข่าคุยกันแล้ว และนาน่าลูกสาวคนเล็กเรียนเก่ง”

จีโน่มีแฟนมั้ย
“ส่วนเรื่องมีแฟน ตอนโน่เป็นวัยรุ่น 17-18 เขาเคยอกหักร้องไห้ เราก็ร้องไห้ตามลูก ทำใจไม่ได้ คอยกอด ปลอบลูก เคยไปง้อผู้หญิงคนนั้นให้ลูก แต่แม่ไม่อยากให้เขาคบต่างชาติ อนาคตอยู่ยาก”
ถามว่าภูมิใจกับลูกคนนี้แค่ไหน
“ลูกคนนี้เขาสุดยอดมาก ให้อะไรหลายอย่าง จนบางครั้งเคยคิดที่จะตายพร้อมลูก ต่อไปจีโน่เป็นที่พึ่งให้เด็กรุ่นใหม่ เขาเจอกับตัวมาแล้ว เรื่องเขาจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่น”
ครอบครัวอยากกลับมาอยู่เมืองไทยไหม
“ทุกคนรักเมืองไทยมาก ถ้ามีเงินมากพอก็จะกลับเมืองไทย โดยเฉพาะจีโน่เพราะอยู่ที่นี่เขาเหงา”
จีโน่เคยคิดจะกลับเข้าวงการไหม?
“จีโน่เขาไม่เอาแล้ว มันไม่ใช่ทางของเขา”

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อค้ายาจนมุมตำรวจ ชักปืนจ่อหัว ก่อนลั่นไกปลิดชีพตัวเอง เพื่อหนีความผิด

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมว่ามีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 503 หมู่ 5 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพบ พ.ต.อ.ดุษฏี กุญชร ณ อยุธยา ผกก.สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน กำลังตรวจชันสูตรพลิกศพคนร้ายที่บ้านหลังดังกล่าวพบว่าหลังบ้านเป็นบ่อเลี้ยงปลา พบศพชายนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตในกระต๊อบกลางบ่อ ทราบชื่อต่อมาคือนายธานินทร์ มาชิตตระกูล อายุ 44 ปี ชาวจ.ราชบุรี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .45 เข้าที่ศรีษะ ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด .45 ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานพ.ต.อ.ดุษฏี กล่าวเปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจาก ฝ่ายสืบสวน สภ.บ้านบึง สืบทราบไเว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดกันบริเวณบ้านหลังดังกล่าว จึงนำกำลังไปซุ่มสังเกตุการณ์กระทั่งพบรถเก๋งฮอนด้า หมายเลขทะเบียน ชศ 9440 กทม. และรถเก๋งมาสด้า 3 ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเข้ามาจอดท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่เมื่อกลุ่มดังกล่าวเห็นตำรวจจึงยิงปืนเพื่อเปิดทางหนี จากนั้นผู้ตายได้วิ่งหนีเข้าไปที่กระต๊อบใกล้บ่อปลา เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวนายวีระพงษ์ หวังกร อายุ 35 ปี และนายสิงหา มาชิตตระกูล อายุ 23 ปี น้องของผู้ตาย ตรวจค้นเจอยาบ้าอีก 200 เม็ด ยาไอซ์ 20 กรัม อาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก เครื่องชั่งดิจิตอล และอุปกรณ์การเสพอีก 1 ชุดพ.ต.อ.ดุษฏี กล่าวต่อว่า ระหว่างนั้นกำลังอีกชุดก็ได้ไล่ติดตามผู้ตายไปอย่างกระชั้นชิด แต่เมื่อผู้ตายเห็นจวนตัวก็ยิงปืนเพื่อเปิดทางหลบหนีเป็นระยะ กระทั่งผู้ตายได้วิ่งหลบหนีไปที่กระต๊อบ เมื่อเห็นว่าหมดทางหนีเพราะตำรวจกระจายกำลังปิดล้อมไว้หมด จึงนั่งลงที่พื้นก่อนใช้ปืนกระบอกดังกล่าวจ่อยิงศรีษะตัวเองจนเสียชีวิต

พ.ต.อ.ดุษฏี กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจประวัติผู้ตายพบว่ามีหมายจับในคดีค้ายาเสพติดของ สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ.2553 อีกด้วย หลังจากนี้จะได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบปากคำและขยายผลเพิ่มเติม ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตรวจค้นผับดังบางบอน เจอฉี่ม่วง-นักเที่ยวอายุไม่ถึง 18 เพียบ!

กรมปกครองฯ นำกำลัง จนท.บุกค้นผับดังย่านบางบอน พื้นที่ สน.บางขุนเทียน หลัง ปชช.ร้องเรียน เปิดเกินเวลา เบื้องต้นพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าใช้บริการ 30 รายตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยว เจอฉี่ม่วง 15 ราย

เมื่อเวลา 01.20 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดี เจ้าหน้าที่สรรพสามิต เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ สน.อส. และสำนักงานเขตบางบอน กว่า 100 นาย ดำเนินตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 22/2558 เข้าตรวจค้นภายในสถานบันเทิงชื่อ Ben Pub ย่านบางบอน หลังได้รับการร้องเรียนว่าเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และปล่อยให้เยาวชนเข้าไปมั่วสุมจำนวนมาก

จากการตรวจสอบสถานบันเทิงดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียว ล้อมรอบด้วยลานจอดรถ เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1 ไร่ ติดกับถนนเอกชัย ภายในยังเปิดเพลงเสียงดังสนั่น มีนักท่องราตรีทั้งชายหญิง กว่า 100 ชีวิต กำลังกินดื่มเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน เบื้องต้นชุดปฏิบัติการจึงปิดทางเข้าออกเอาไว้ ก่อนสั่งการให้ดีเจปิดเพลง และทำการคัดแยกพนักงาน รวมถึงลูกค้า ออกเป็นกลุ่ม เพื่อทำการคัดกรอง และตรวจปัสสาวะ ผลปรากฏว่ามีเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการ จำนวน 29 ราย เป็นชาย 14 ราย หญิง 15 ราย ส่วนผลตรวจปัสสาวะ พบมีสีม่วง จำนวน 15 ราย เป็น ชาย 3 ราย หญิง 12 ราย ในจำนวนนี้มีหญิงสาวอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมอยู่ด้วย จำนวน 5 ราย นอกจากนั้นยังพบยาเสพติดประกอบด้วย ยาอี 2 เม็ดครึ่ง ยาเคแบบผง 8 ซอง ยาเคแบบน้ำ 5 ขวด และยาทามาด่อน 6 เม็ด ซุกอยู่ตามใต้โต๊ะ ในห้องน้ำ และกระจายเกลื่อนตามพื้น จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นในวันนี้เป็นไปตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 22/2558 หลังได้รับการร้องเรียนว่าสถานบันเทิงแห่งนี้มีการปล่อยปละละเลยให้มีเยาวชนเข้ามาใช้บริการรวมถึงเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงต้องสนธิกำลังจากหลายภาคส่วนเข้ามาตรวจค้นผลการปฏิบัติพบว่า สถานบันเทิงแห่งนี้เปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ปล่อยปละให้มีเยาวชนเข้ามาใช้บริการและเปิดเกินเวลาตามที่ได้รับร้องเรียนจริง หนำซ้ำยังขายสุราให้กับเยาวชน โดยปล่อยปละให้มียาเสพติดด้วย

เบื้องต้นจะดำเนินการแจ้งข้อหาทุกฐานความผิดแก่ผู้ดูแล ดำเนินคดีกับผู้ที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง และจะประสานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ดำเนินการรับเยาวชน ที่พบทั้งหมดไปดูแลก่อนติดต่อผู้ปกครองเข้ามาว่ากล่าวตักเตือน สำหรับเรื่องตำรวจท้องที่ที่ปล่อยปละละเลย จะรายงานให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำเสนอต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาดำเนินการต่อไปด้าน นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง กล่าวว่า ฝากเตือนไปถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิงที่ปล่อยปละละเลยด้วยว่า หากมีการเข้าตรวจสอบแล้วพบความผิดในทำนองนี้ท่านจะถูกดำเนินคดีและสั่งปิดสถานบันเทิงตามคำสั่ง ไม่ต่ำกว่า 5 ปีโทษฐานที่ท่านปล่อยปละละเลย สำหรับที่แห่งนี้ชุดสืบสวนของเราได้แฝงตัวเข้ามาหาข่าว ไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง พบมีการเปิดให้บริการถึงตีสามตีสี่แทบทุกวัน เป็นศูนย์รวมของเด็กแว้น สาวสก๊อย และยังเป็นแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่บางบอนและละแวกใกล้เคียง ดังนั้นการเข้าตรวจสอบและจับกุมในครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดวงจรของยาเสพติดที่เกิดจากแหล่งมั่วสุมในพื้นที่ละแวกนี้ได้ดีอีกทางหนึ่ง

ขณะที่ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับและตรวจสอบกรมการปกครอง เปิดเผยว่า สถานบันเทิงแห่งนี้น่าจะเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือน เม.ย.58 เนื่องจากพบใบขออนุญาตจำหน่ายสุราและยาสูบที่ดำเนินการขออนุญาตโดย นายรัฐวิชย์ อนันตอมรวิชญ์ ซึ่งยังไม่ทราบว่าเกี่ยวพันอะไรกับสถานบันเทิงแห่งนี้ นอกจากนี้เคยถูกเจ้าหน้าที่ทหารนำกำลังเข้าตรวจสอบปัสสาวะลูกค้ามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือน พ.ย.58 ผลปรากฏพบมีลูกค้าฉี่สีม่วงจำนวนหนึ่งแต่ยังไม่ถูกสั่งให้ปิดกิจการ จากการเข้าปฏิบัติการในวันนี้มี นายบรรจบ เพิ่มพูล อายุ 34 ปี ชาว จ.ขอนแก่น รับเป็นผู้ดูแลกิจการ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาหนัก 4 ข้อหาคือ 1.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.จำหน่ายสุราในเวลาห้ามจำหน่าย 3.จำหน่ายสุราให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี และ 4.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม

“สำหรับแนวทางการสืบสวนที่ผ่านมาหลังได้รับการร้องเรียน ตนพร้อมกำลังได้แฝงตัวเข้ามาหาข่าวในสถานบันเทิงแห่งนี้พบว่ามีการเปิดให้บริการเกินเวลาบ่อยครั้ง เคยพบหญิงตั้งครรภ์ท้องแก่ อายุไม่น่าถึง 20 ปี เข้ามาใช้บริการ และพบพฤติกรรมของวัยรุ่นชายหญิงที่มักเข้าไปจับกลุ่มรวมตัวกันในห้องน้ำนานแบบผิดสังเกต เชื่อว่าคงจะเข้าไปเสพยาเสพติดกัน เมื่อมั่นใจในข้อมูลก็ตัดสินใจสนธิกำลังเข้าตรวจสอบในวันนี้ สิ่งที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งคือ ผู้ที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง จำนวน 15 รายนั้น มีเพศหญิงถึง 12 ราย ซึ่งมากกว่าเพศชายที่มีแค่ 3 ราย ผู้เสพส่วนใหญ่ยอมรับว่าเสพยาอี จำนวน 11 ราย เสพยาไอซ์ 3 ราย และเสพยาเค 1 ราย ซึ่งจะนำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน เจ้าของท้องที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” นายรณรงค์ กล่าว

ที่มา>>>Thairath

อ.สองพี่น้อง ปิดชุมชนเป้าหมาย ค้นยาเสพติด สุ่มตรวจฉี่ม่วง

ตำรวจ-ปกครอง ร่วมปิดล้อมชุมชนหมู่บ้านเป้าหมายยาเสพติด ตามแผนประชารัฐร่วมใจชุมชนเข้มแข็ง อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี สุ่มตรวจปัสสาวะบุคคลต้องสงสัย จำนวน 5 ราย พบสารเสพติด 2 ราย ก่อนนำตัวเข้าสู่การบำบัด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 พ.ค. นายวิศิษฐ์ อนันต์วรปัญญา นอภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย นายสมโชค วณิชชาพลอย ปลัดฝ่ายความมั่นคง พ.ต.อ.สุเมธ สุนทร ผกก.สภ.สองพี่น้อง และ ร.อ.ไพโรจน์ ล้ำเลิศ มทบ.17 พร้อมกำลัง สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 7 นำโดย นายวรเชษฐ์ สัจจารักษ์ ผอ.บก. รวม 50 นาย ทำการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านชุมชนเป้าหมาย ตามแผนประชารัฐร่วมใจสร้างหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งปลอดยาเสพติดฯ และเป้าหมายตามข้อร้องเรียน 1386 ในพื้นที่ ต.ศรีสำราญ ทั้งหมดมี 4 เป้าหมายตร.โชว์ฟอร์ม ปิดล้อมชุมชนหมู่บ้านเป้าหมายยาเสพติด จนสามารถจับคนร้ายได้

ได้จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายวีระศักดิ์ ภูทองบ่อ อายุ 23 ปี ยาบ้า 12 เม็ด (ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย) แล้วสุ่มตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะบุคคลต้องสงสัย มี 5 ราย พบสารเสพติด 2 ราย ต้องนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ส่วนผู้กระทำผิดนำตัวส่งดำเนินคดีต่อไป.ร่วมปิดล้อมชุมชนหมู่บ้านเป้าหมายยาเสพติด ตามแผนประชารัฐร่วมใจชุมชนเข้มแข็ง อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี

ตร.จับชายตรวจปัสสาวะ 5 ราย พบเป็นสีม่วง 2ราย

ที่มา>>>Thairath