ห้ามไม่ฟัง!แม่ค้าขี่จยย.ฝ่าเครื่องกั้นรถไฟเจอชนร่างกระเด็นตายสยองต่อหน้าชาวบ้าน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.พ. ร.ต.อ.อดิเรก บุรินทราพิบาล สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถจักรยานยนต์ บนถนนข้ามทางรถไฟบ้านคลองยาเหนือ เขตเทศบาลเมืองบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัย รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถนนข้ามทางรถไฟบ้านคลองยาเหนือ เขตเทศบาลเมืองบ้านพรุ พบขบวนรถไฟที่ 948 ปาดังเบซาร์-หาดใหญ่ ชนกับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 สีบรอนซ์ดำ หมายเลขทะเบียน ขทข 455 สงขลา ทำให้คนขับรถจักรยานยนต์เสียชีวิตคาที่ทราบชื่อ นางวรรณา เสาเพชร อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นแม่ค้าขายผักในตลาดบ้านพรุ เป็นชาวบ้านในพื้นที่เกิดเหตุ โดยนางวรรณากระเด็นจากจุดที่ชนประมาณ 3 เมตร และรถจักรยานยนต์ ถูกรถไฟลากไปไกลกว่า 300 เมตร สภาพพังเสียหาย ส่วนขบวนรถไฟไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด หลังเกิดเหตุรถไฟขบวนดังกล่าวเดินรถต่อไปยังปลายทางสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ได้

จากการสอบสวนชาวบ้านที่เหตุเหตุการณ์ทราบว่า ขณะเกิดเหตุเครื่องกั้นอัตโนมัติลงมาปิดกั้นเส้นทางรถไฟแล้ว แต่มีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 5 คัน เพื่อรอให้รถไฟผ่าน แต่ระหว่างนั้นนางวรรณาได้ขี่รถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะขี่รถฝ่าเครื่องกั้นออกไป ท่ามกลางเสียงตะโกนห้ามของชาวบ้าน เพราะรถไฟกำลังวิ่งมาพอ แต่นางวรรณาไม่ได้ยิน ยังขี่ออกไป ก่อนที่จะถูกรถไฟชนเสียชีวิต ต่อหน้าต่อตาชาวบ้านจำนวนมากที่กำลังรอให้รถไฟวิ่งผ่าน

ที่มา>>>ข่าวสด

ลูกสาวสุดช็อก!! ร่ำไห้โฮเห็นศพพ่อ กระบะชนลากไปไกล จยย.พังยับเสียบคา

เวลา 08.00 น. วันที่ 26 มกราคม 2560 บริเวณโค้งโรงงานปลาป่น ถนนสุขุมวิท ต.เนินทราย อ.เมือง จ.ตราด เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายถนอม โมลี อายุ 80 ปี อยู่หมู่ 1 สภาพศพแขนหัก กรามแตก และมีแผลแตกที่ศีรษะ ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพตราด ได้พยายามปั๊มหัวใจยื้อชีวิต แต่ก็ไม่เป็นผล ขณะที่ลูกสาวที่ตามมาเห็นสภาพพ่อ ถึงกับช็อกกับเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียบิดา โดยร้องไห้อยู่ตลอดเวลาส่วนรถจักรยายนตร์ผู้ตายเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ หมายเลขทะเบียน กจท 968 ตราด ติดอยู่กับรถกระบะ มาสด้า หมายเลขทะเบียน นก 2026 นครสวรรค์ คนขับเป็นพนักงานห้างแห่งหนึ่งในจ.ตราด ซึ่งสภาพรถทั้ง 2 คัน พังเสียหายไม่สามารถขับต่อได้ญาติผู้ตาย กล่าวว่า นายถนอมขี่รถออกจากบ้านและกำลังข้ามมายังถนนอีกฝั่ง เพื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลตราด ก่อนจะถูกรถกระบะชนเสียชีวิตสลดด้านผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า รถจักรยานยนต์ขี่ออกจากซอยตัดหน้าคู่กรณีก่อนถูกรถยนต์กระบะพุ่งชนกลางลำและลากรถจักรยานยนต์ไปไกลกว่า 30 เมตร ขณะที่ผู้ตายกระเด็นตกกระแทกพื้นจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ร.ต.ต.ณัฐภัทร์ ศรีทา ร้อยเวร สภ.เมืองตราด จะเรียกคนขับรถยนต์กระบะและผู้เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำอีกครั้งเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

หลวงพ่อกลับจากบิณฑบาต จยย.รีบไปทำงานชนกลิ้ง ชาวบ้านเกือบตื้บหนุ่มนักบิด

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 25 มค. ศูนย์วิทยุนเรนทร ( 1669) ได้รับแจ้งเหตุ รถจักรยานยนต์ชนพระสงฆ์ เหตุเกิดหน้าวัดสันทรายใหม่ ต.ริมกก เขตเทศบาลนครเชียงราย หลังจากรับแจ้งจึงรีบนำรถพยาบาลออกรับผู้บาดเจ็บทันที
 ในที่เกิดเหตุ พบพระสงฆ์รูปหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่า พระสำเนียง หรือพระแอ๊ด อายุ 81 พรรษา เป็นพระวัดสันทรายใหม่ นอนอยู่ริมถนนบาดเจ็บตามลำตัวหลายแห่ง ศรีษะมีเลือดไหล บาตรพระและย่ามกระจัดกระจาย ชาวบ้านได้ช่วยกันเก็บข้าวของมาให้  เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นรีบนำพระส่งโรงพยาบาล  ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กข-8620 เชียงราย ล้มอยู่ มีนายณัฐพล สุวรรณ์ อายุ 26 ปี เป็นผู้ขับขี่ มีแฟนสาวซ้อนท้ายมาด้วย ทั้งคู่บาดเจ็บเล็กน้อย
 จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า พระกำลังจะข้ามถนนหน้าวัด  มีรถจักรยานยนต์ขับขี่ตามกันมาหลายคัน และเห็นรถคันหนึ่งพยายามหักหลบพระ แต่ไม่ทันชนเข้าอย่างแรง จนทั้งคนขับขี่และคนซ้อนท้าย รวมทั้งพระสงฆ์ ล้มลง ชาวบ้านจึงรีบมาช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ดำเนินคดีข้อหาขับรถประมาทต่อไป
 ทั้งนี้ระหว่างการช่วยเหลือพระสงฆ์บาดเจ็บขึ้นรถพยาบาล มีชาวบ้านบางคนเกิดโมโห ได้ต่อว่าคนขับขี่จักรยานยนต์ จนเกือบเกิดการทะเลาะวิวาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ห้ามปรามใว้ทัน โดยผู้ขับขี่ก็บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ขับรถจะรีบมาส่งแฟนสาวทำงาน และขับขี่ตามรถคันหน้ามาในระยะกระชั้นชิดจนไม่ทันเห็นพระที่กำลังจะเดินข้ามถนน ซึ่งหลังเกิดเหตุตนก็ไม่ได้หนีแต่อย่างใด ยืนรถให้การอยู่ และตนก็บาดเจ็บคางแตกเช่นกัน
ที่มา>>>ข่าวสด

ดีเจหนุ่มดับปริศนา!! ข้างรถป้ายแดง-หลังเลิกงาน เร่งส่งศพพิสูจน์สาเหตุ

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสาร สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งว่า มีผู้พบศพชาวต่างชาตินอนเสียชีวิตภายในซอยข้างวัดละไม ม.6 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย หลังรับแจ้ง จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด รับทราบ พร้อมกับแจ้งให้ ร.ต.ท.ตุลา สว่างรัตน์ รองสารวัตร(สอบสวน) แพทย์เวรโรงพยาบาลเกาะสมุย และเจ้าหน้าที่ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยประจำจุดวัดละไม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อภายหลังว่า นายเคเรอัล (MR.KARAON ALP TURKER) อายุ 42 ปี สัญชาติตุรกี อาชีพดีเจเปิดเพลงในผับย่านหาดละไม เกาะสมุย นอนเสียชีวิตในสภาพนอนหงาย นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้น สีน้ำเงิน ใส่เสื้อยืดคอกลมสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ ที่คอห้อยสร้อยพระ 1 องค์ ที่ข้างศพผู้ตาย พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นมูฟ สีขาวเขียว ทะเบียนป้ายแดง 9-019 คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมงเจ้าหน้าที่จึงเชิญนายณัฐพวีพงศ์ บุญวัฒน์ อายุ 43 ปี เจ้าของผับที่นายเคเรอัล ทำงานอยู่ มาสอบปากคำ ทราบว่า ผู้ตายเป็นดีเจเปิดเพลงในผับของตนเอง โดยอาศัยอยู่ที่เกาะสมุยมาหลายปี เมื่อคืนที่ผ่านมาผู้ตายมาทำงานเปิดเพลงให้กับนักท่องเที่ยวตามปกติ จากนั้นเวลา 02.00 น. ผับปิดให้บริการ ผู้ตายก็ได้แยกกับตนเองเพื่อกลับบ้าน และมาทราบอีกครั้งว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนเองคาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้น่าจะเกิดจากการที่ดีเจหนุ่มสัญชาติตุรกีรายนี้ เป็นคนชอบดื่มสุรา ประกอบกับพักผ่อนน้อย อาจวูบเสียชีวิตเบื้องต้น จากการตรวจสอบสถานที่พบศพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และที่ศพของผู้ตายก็ไม่พบบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามได้มอบศพเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย นำศพส่งฝ่ายพิสูจน์อีกครั้งที่โรงพยาบาลเกาะสมุย เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จยย.เสียบท้ายสยอง!! หนุ่มดับสลด มองไม่เห็นรถอ้อยจอดเสีย-คนขับเผ่นหนี

วันที่ 18 มกราคม 2560 ได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.สายันต์ นันทพงษ์ รอง สารวัตร (สอบสวน) สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ว่าคืนวันที่ 17 มกราคม 2560 เวลา 23.00 น. ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกอ้อยเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บนถนนมิตรภาพ ขอนแก่น อุดรธานี ด้านขาเข้าตัวเมืองอุดรธานี ระหว่างสะพานบ้านโนนหยาดและบ้านใหม่ศรีสุข ต.โคกกลาง อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ขอให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานที่เกิดเหตุด้วย ร.ต.อ.สายันต์ หลังจากได้รับแจ้งเหตุ รีบประสานกับหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงอุดรธานี จุดบริการโนนสะอาด ออกไปช่วยเหลือในเบื้องต้น

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 80-0728 อุดรธานี บรรทุกอ้อยเต็มคันรถ ไม่พบคนขับกลัวความผิดอาจหลบหนี และบริเวณท้ายรถบรรทุกอ้อย พบ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาวคาดดำ หมายเลขทะเบียน คพบ.305 อุดรธานี สภาพด้านหน้าพังยับและยังพบศพนอนตายอยู่ในกองเลือด ทราบชื่อ คือ นายเจริญจิตร อ่อนจันทร์ อายุ 33 ปี อยู่หมู่ที่ 3 ต.โคกกลาง อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานีจากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับ จยย.คันที่เกิดเหตุไปตามถนนมิตรภาพขอนแก่น-อุดรธานี เพื่อที่จะกลับบ้านพัก พอขับมาถึงที่เกิดเหตุมองไม่เห็นรถบรรทุกอ้อยที่จอดเสียอยู่ข้างถนน ประกอบกับไม่มีการวางกรวยและสัญญานไฟ ผู้ตายมองไม่เห็นรถจึงเกิดเสียหลักชนท้ายรถบรรทุกอ้อยอย่างแรง เป็นเหตุให้คนขับ จยย.เสียชีวิต หลังตรวจที่เกิดเหตุแล้วเจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสอบสวนหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุพร้อมติดตามหาคนขับ รถบรรทุกอ้อยมาสอบสวน

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดอึ้ง! กระบะซิ่งตบรถจักรยานยนต์กระเด็นคว่ำกลางถนน บาดเจ็บสาหัส (คลิป)

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์คลิปอุบัติเหตุ ซึ่งภาพดังกล่าวเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะพบว่า รถกระบะได้ตั้งใจเข้าตบรถจักรยานยนต์ที่แล่นอยู่เลนค่อนมาทางขวาจนคนขับและซ้อนรถจักรยานยนต์ ล้มลงบนถนนอย่างแรง

โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก กันตภณ สุขุมาลินทร์ ซึ่งโพสต์คลิปดังกล่าว ได้ระบุว่า “น้องเค้ามาขอความช่วยเหลือใครก็ได้ช่วยน้องเค้าที น้องเป็นนักศึกษา ม.ศรีปทุมชลบุรี ถูกคนขับรถใช้รถยนต์ #ตบรถมอไซค์น้อง จนล้มคว่ำตามภาพที่เห็นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่8ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ บนถนนสุขุมวิท หน้านิคมอมตะนคร ชลบุรี #โปรดช่วยกันแชร์ด้วยครับ เพื่อให้น้องเค้าได้รับความเป็นธรรม #ฝากถึงตำรวจภูธรภาค 2.ช่วยน้องเค้าด้วยครับ”

 

ที่มา>>>ข่าวสด

เพิ่งซื้อจยย.ให้ลูกเป็นของขวัญปีใหม่ แม่ร่ำไห้กอดศพลูกวัย 18 หลังขี่รถคนใหม่ชนเสาไฟดับ

เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 4 ม.ค. พ.ต.ต.ธีทัต ตรุณจันทร์ สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างทางชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนเลียบทางรถไฟหนองปรือ ฝั่งขาเข้าสัตหีบ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่างนายสราวุธ พู่พลอย อายุ 18 ปี เสียชีวิตอยู่ในโพรงหญ้า ในสภาพคอหัก ใบหน้าเละ ข้างกันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า ซูมเมอร์เอ็ก สีน้ำเงินดำ สภาพใหม่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในสภาพพังยับเยิน ล้อหลังหลุดกระเด็น ตรวจสอบยังพบร่องรอยเลือดที่เสาไฟส่องสว่างข้างทาง

ต่อมาน.ส.อำพร เพชรคง อายุ 45 ปี มารดาผู้ตาย มาถึงที่เกิดเหตุก็รีบวิ่งเข้ามากอดศพลูกชาย ร้องห่มร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าปานจะขาดใจ สร้างความหดหู่ให้กับผู้ที่ผ่านมาและเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก โดยน.ส.อำพรเล่าให้ฟังว่า เพิ่งซื้อรถจยย.คันดังกล่าวให้ลูกชายได้ไม่ถึง 1 เดือน เป็นของขวัญปีใหม่ มาวันนี้ลูกชายได้ขอออกไปเที่ยวบ้านเพื่อน จนกระทั่งมารู้อีกทีว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้น พ.ต.ต.ธีทัต สว.สอบสวน เจ้าของคดีได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายน่าจะขับมาด้วยความเร็วแล้วเสียหลักตกข้างทางชนเสาไฟฟ้าจนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนศพมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯนำเก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุงเพื่อรอญาติมาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตำรวจแหกโค้ง!! ขับรถไปเข้าเวร กระเด็นตกข้างทางดับสลดกลางดึก กว่าจะเจอศพ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 29 พ.ย. ร.ต.อ.เกียรติกุล เกษามูล พนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.บ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างถนนสายดงทิพย์-หล่มเก่า บริเวณหมู่ 3 ต.ท่าอิบุญ อ.หล่มสัก มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลหล่มสัก

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่นอาร์3 300 ซีซี สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพด้านข้างฝั่งซ้ายได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบศพชายสวมกางเกงขายาวสีน้ำตาล เสื้อแขนยาวสีขาว รองเท้าผ้าใบสีน้ำเงิน ทราบชื่อต่อมา คือ ส.ต.อ.สิทธิศักด์ ศรีวัฒนา อายุ 33 ปี อยู่หมู่ 4 ต.ท่าอิบุญ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก สภาพศพมีเลือดออกปาก จมูก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-8 ชั่วโมง
201611291149392-20050615160100จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายขี่รถ จยย. ออกจากบ้าน เพื่อจะไปเข้าเวรเที่ยงคืนที่ สภ.หล่มสัก คาดว่าผู้ตายอาจจะขับรถด้วยความเร็วสูง ประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งบังคับรถไม่อยู่ จึงแหกโค้ง และกระเด็นออกจากรถ ประมาณ 10 เมตร จนเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนและหาพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด