ตำรวจแหกโค้ง!! ขับรถไปเข้าเวร กระเด็นตกข้างทางดับสลดกลางดึก กว่าจะเจอศพ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 29 พ.ย. ร.ต.อ.เกียรติกุล เกษามูล พนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.บ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างถนนสายดงทิพย์-หล่มเก่า บริเวณหมู่ 3 ต.ท่าอิบุญ อ.หล่มสัก มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลหล่มสัก

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่นอาร์3 300 ซีซี สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพด้านข้างฝั่งซ้ายได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบศพชายสวมกางเกงขายาวสีน้ำตาล เสื้อแขนยาวสีขาว รองเท้าผ้าใบสีน้ำเงิน ทราบชื่อต่อมา คือ ส.ต.อ.สิทธิศักด์ ศรีวัฒนา อายุ 33 ปี อยู่หมู่ 4 ต.ท่าอิบุญ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก สภาพศพมีเลือดออกปาก จมูก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-8 ชั่วโมง
201611291149392-20050615160100จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายขี่รถ จยย. ออกจากบ้าน เพื่อจะไปเข้าเวรเที่ยงคืนที่ สภ.หล่มสัก คาดว่าผู้ตายอาจจะขับรถด้วยความเร็วสูง ประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งบังคับรถไม่อยู่ จึงแหกโค้ง และกระเด็นออกจากรถ ประมาณ 10 เมตร จนเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนและหาพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เผยนาทีเมียหลวงยิงใส่หน้าต่างบ้าน กระสุนโดนกิ๊กสาวตาย ก่อนอุ้มลูก 2 ขวบรอมอบตัว

จากกรณีน.ส.ราตรี อินเทพ อายุ 37 ปี ตามไปเจอนายนวพล อินเทพ สามีซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ม. 6 ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย อยู่ในบ้านพักข้าราชการของเทศบาลตำบลศรีดอนชัย กับน.ส.รัตนาภรณ์ สถานเดิม อายุ 37 ปี ตำเหน่งผู้ช่วยธุระการฝ่ายกองช่างเทศบาลตำบลศรีดอนชัย ทำให้นส.ราตรีบันดาลโทสะ ใช้ปืนลูกซองยาวที่ถือติดตัวไปด้วยกระหน่ำยิงใส่น.ส.รัตนาภรณ์จนเสียชีวิต เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 7 ต.ค.201610071649431-20021028190521จากการสอบปากคำพนักงานเทศบาลเทศบาลตำบลศรีดอนชัย ที่อาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าว่า ช่วงกลางดึก ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขับขี่เข้ามาจอดใกล้บ้านพักของผู้ตาย จากนั้นได้ยินเสียงตะโกนโวยวาย มีน.ส.ราตรียืนถือปืนลูกซองยาวอยู่หน้าบ้านพัก ตะโกนเรียกให้สามีออกมา แต่ไม่มีใครออกมาจากบ้าน ชาวบ้านที่ออกมาดูพยายามเข้าไปขอปืนลูกซองจากน.ส.ราตรี แต่ไม่เป็นผล ทันใดนั้นน.ส.ราตรีได้ขึ้นลำลูกซองแล้วยิงผ่านกระจกหน้าต่างหน้าบ้านเข้าไป 1 นัด จากนั้นได้ขึ้นรถจักรยานยนต์ขับขี่ออกไป

เพื่อนบ้านใกล้เคียงได้วิ่งเข้าไปดูพบว่าน.ส.รัตนาภรณ์ถูกกระสุนลูกซองกระจายเข้าลำตัวหลายแห่ง รวมทั้งที่ศีรษะ เลือดไหลนองเต็มบ้าน มีนายนวพลยืนตัวสั่นด้วยความตกใจอยู่ใกล้ๆ เพื่อนบ้านได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่น.ส.รัตนาภรณ์เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ต่อมาตำรวจได้เดินทางไปที่บ้านของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก พบน.ส.ราตรียืนอุ้มลูกชายวัย 2 ขวบ จึงได้ยึดปืนลูกซองยาว 5 นัดกระบอกที่ใช้ก่อเหตุ พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง ปลอกกระสุนเบอร์ 12 เก็บใว้เป็นหลักฐาน ควบคุมตัวมาสอบสวนทันที

พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผกก.สภ.เชียงของ เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาน.ส.ราตรี 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองใว้ก่อน, พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะในยามวิกาล, ใช้อาวุธปืนผิดมือ ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำไปโดยบัลดาลโทสะ และยินยอมมอบตัวแต่โดยดี เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้ที่สภ.เชียงของ

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อแม่สุดช็อก!! จอดดูอุบัติเหตุ เห็นรถคุ้นตา-เจอศพลูกชายตกข้างทาง จยย.ชนกันเละตายหมู่3ศพ

จยย.ชนประสานงาสนั่น เด็กชายวัยรุ่นตายหมู่ 3 ศพรวด สงสัยซิ่งมาเร็วจะกลับบ้านเสียหลักข้ามเลนชนกันยับ หรือ กระบะเฉี่ยวชน เจ้าหน้าที่เร่งสอบเหตุ

วันที่ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.ธนกานต์ พระสุมาตย์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ รับเเจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันที่ถนนระหว่างบ้านคำไผ่กับบ้านหนองกุง ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ รพ.กาฬสินธุ์ อาสาสมัครกู้ภัยกาฬสินธุ์ เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ201610061146072-20041022161358โดยที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กธพ 860 กาฬสินธุ์ และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเเดงดำ ทะเบียน 1 กข 4274 มหาสารคาม ชนประสานงากันล้มอยู่กลางถนน สภาพด้านหน้าพังยับเยินทั้ง 2 คัน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ ด.ช.ทักษิณ ถินไผ่ อายุ 14 ปี ชาวบ้านหนองกุงใต้ ม.5 ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กธพ 860 กาฬสินธุ์ และ นายเสกสรร สุขสง่า อายุ 18 ปี ชาวบ้านดอนสวรรค์ ม.8 ต.ไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเเดงดำ ทะเบียน 1 กข 4274 มหาสารคาม ส่งโรงพยาบาล แต่ทั้งสองรายได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา201610061146074-20041022161358201610061146073-20041022161358นอกจากนี้ใกล้กันในร่องข้างทาง ยังพบศพ ด.ช.ภูชิต โสวัฒน์ อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นคนนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับเพื่อน คือ ด.ช.ทักษิณ สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่ในร่องข้างทาง ลึกกว่า 4 เมตร201610061146071-20041022161358จากการสอบถามพ่อแม่ของ ด.ช.ภูชิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายตนกับเพื่อนได้ขับขี่จักรยานยนต์เข้าไปในตัวอำเภอเมือง และบอกว่ากำลังจะกลับบ้านหนองกุงใต้ ซึ่งตนได้แต่กำชับให้ขับขี่รถด้วยความระมัดระวัง แต่พอตนเลิกงาน เดินทางกลับบ้าน ระหว่างนั้นพบว่ามีอุบัติเหตุ เลยจอดรถดู ก็พบว่าจักรยานยนต์คุ้นตา จึงสอบถามดูว่ามีลูกชายตนหรือเปล่า สุดท้ายก็พบว่าเป็นศพลูกชายตกอยู่ข้างทาง201610061146076-20041022161358เบื้องต้นจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่คาดว่า รถจักรยานยนต์ทั้งสองคันน่าจะขับมาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับเส้นทางดังกล่าวมืด และมีชาวบ้านเห็นในช่วงเกิดเหตุ รถกระบะวิ่งนำหน้ารถจักยานยนต์ของนายเสกสรร ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการเฉี่ยว หรือ รถจักรยานยนต์ของนายเสกสรร แซงรถกระบะไม่พ้น จึงทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนประสานงากันอย่างจัง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและจะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงของสาเหตุอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้แจ้งให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่ตามหาลูก!! เจอกระเป๋าเงิน ลอยน้ำ กู้ภัยงมหา สุดท้ายจมอยู่ก้นคลอง เผย2วันก่อนบอกฝันตัวเองตาย!

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 3 ต.ค. ร.ต.อ.วัชรพงษ์ เทียนประถัมป์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งนางมะลิ ขณะรัตน์ อายุ 67 ปีว่าลูกชายจมน้ำเสียชีวิตภายในคลองสี่ตะวันตก หมู่ 7 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ส่งทีมนักประดาน้ำเข้าร่วมค้นหา201610032146344-20050222192603เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุพบนางมะลิ พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนมากยืนอยู่ริมตลิ่ง ทีมนักประดาน้ำมูลนิธิร่วมกตัญญู จึงสวมใส่อุปกรณ์ลงน้ำงมค้นหานานประมาณ 10 นาที ก็พบศพนายศราวุธ ขณะรัตน์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/5 หมู่ 7 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จมอยู่ก้นคลองจึงนำศพขึ้นมาตรวจสอบ สภาพสวมกางเกงขายาวสีดำ สวมเสื้อแขนสั้นสีดำ ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-6 ชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มาร่วมชันสูตรพลิกศพ201610032146343-20050222192603จากการสอบสวนนางมะลิ มารดานายศราวุธ ให้การว่าประมาณ 2 วันก่อน ลูกชายเคยเล่าให้ฟังว่านอนฝันว่าเสียชีวิตจากนั้นเขาก็ตกใจตื่น จนกระทั่งวันนี้ลูกชายพยายามจะนำรถจักรยานยนต์ขี่ออกไปกินเหล้ากับเพื่อน แต่ตนห้ามไว้ไม่ให้เอารถออกไป ทำให้ลูกชายทิ้งรถแล้วเดินออกมาจากบ้านไปกับเพื่อน เมื่อเห็นหายไปนานจึงออกมาตามหา ก็พบกระเป๋าเงินลูกชายลอยน้ำอยู่ในคลอง ส่วนรองเท้าแตะลอยติดอยู่ที่สะพานข้ามคลอง ตนคาดว่าลูกชายต้องตกน้ำเสียชีวิตแน่นอน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจและมูลนิธิกู้ภัยร่วมกตัญญูมาค้นหาศพ จนกระทั่งพบศพลูกชายจมอยู่ใต้น้ำจริงๆ201610032146342-20050222192603เบื้องต้น ร.ต.อ.วัชรพงษ์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้ว ได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำศพนายศราวุธ ส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ จากนั้นจะได้ติดตามตัวเพื่อนผู้ตายที่นั่งดื่มสุราด้วยกันมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ช็อก!! แฟนสาวรู้ว่าหนุ่มนศ.ตามหาไม่เจอ ยืมรถเพื่อนไล่ตาม-เจอภาพสลดแฟนชนเละ2ศพ

หนุ่มนศ.ปี2 ขับรถตามหาแฟนสาว ชนเละจยย.เหลือแต่เศษเหล็ก ดับคาถนน2ศพ ด้านแฟนสาวสุดช็อกรู้ว่าหนุ่มตามหาแต่ไม่เจอ ยืมรถเพื่อนไล่ตาม เห็นภาพสลด แฟนหนุ่มซิ่งจยย.ประสานงานรถจักรยานยนต์ดับคาที่พร้อมคู่กรณี 2 ศพ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ร.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ปริญา พงส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุประจำ สภ.พระสมุทรเจดีย์ว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนสุขสวัสดิ์-ป้อมพระจุล ด้านหน้าแฟลตไทย-เยอรมัน หมู่ที่ 5 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

201609260729421-20041020105821

 ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน รถวิ่งสวนทางกัน บริเวณกลางถนน พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ-ไอ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 5 กด 4594 กทม. ล้มคว่ำในสภาพพังยับเยินเป็นเศษเหล็กอัดติดกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ-ไอ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 2 กข 7462 กทม. โดยในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายอานนท์ อนันต์ อายุ 21 ปี อยู่หมู่ที่ 13 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นอนหงายจมกองเลือดในสภาพ แขน ขาและคอหัก หน้าอกยุบ สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีแดง กางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีน้ำเงิน รองเท้าหูคีบสีน้ำตาลและ นายอมรเทพ คิดนุนาม อายุ 18 ปี อยู่หมู่ที่ 7 ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ สภาพศพขาและคอหัก สวมเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้า-ขาว กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน สวมรองเท้าแตะ201609260729424-20041020105821

จากการสอบถาม นางสาวกมลรัฐ อายุ 18 ปี อยู่หมู่ที่ 6 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ทราบว่า นายอมรเทพเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 โรงเรียนเทคโนโลยีหมู่บ้านครู สาขาช่างยนต์ ก่อนเกิดเหตุ ตนได้มาเที่ยวบ้านเพื่อนบริเวณสะพานคลองตาเพิ่ม เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. นายอมรเทพ แฟนหนุ่มได้ขี่รถมารับตนที่บ้านเพื่อน เพื่อรับกลับบ้าน แต่ไม่พบ จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับ ตนเห็นนายอมรเทพกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับจึงได้ยืมรถจักรยานยนต์เพื่อนขี่ไล่ติดตามเพื่อเรียกให้นายอมรเทพหยุดรถและวนรถมารับ จนกระทั่งขี่รถมาพบนายอมรเทพ ชนประสานงารถจักรยานยนต์อีกคันจนเสียชีวิตคาที่

201609260729423-20041020105821

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำศพทั้ง 2 ราย ส่งสถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์การเสียชีวิต ก่อนที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุเพื่อสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไฟลุกไม่รู้ตัว!! หนุ่มขี่จยย.ซ้อนแม่ ออกจากปั๊ม พลเมืองดีเรียกจอด-เพลิงเผาวอด

เพิ่งเติมน้ำมันเต็มถัง หนุ่มขี่จยย.ซ้อนแม่ออกมาได้ไม่นาน ไฟลุกไม่รู้ตัว จนพลเมืองดีเรียกจอด บอกไฟไหม้ ตำรวจคาดน้ำมันรั่ว เกิดประกายไฟเผารถ201609191018193-20041020151344เวลา 09.30 น. วันที่ 19 ก.ย. บริเวณหน้าสวนอาหารหนองบัว ถนนสุขุมวิท ต.วังกระจะ อ.เมือง จ.ตราด ศูนย์รับแจ้งเหตุสถานีตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีมีเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ หลังรับแจ้งจึงประสานตำรวจสายตรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดเดินทางตรวจสอบเบื้องต้น201609191018197-20041020151344เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุปรากฏว่า เจ้าหน้าที่โรงแรมเหลายา อินแลนด์ รีสอร์ท ได้นำถังดับเพลิงเคมี จำนวน 2 ถัง มาฉีดพ่นดับไฟที่กำลังลุกไหม้รถจักรยานยนต์จนเพลิงสงบแล้ว โดยสภาพรถถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ หมายเลขทะเบียน กนธ 901 ตราด ทราบชื่อคนขับ คือ นายวสันต์ พันนิล อายุ 24 ปี อยู่ ม.7 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

201609191018198-20041020151344นายวสันต์ กล่าวว่า ตนเองนั่งมากับแม่จากอำเภอคลองใหญ่ มาหาพี่ชายใน อ.เมือง ตราด จากนั้นตนเองและแม่ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปต่อที่ ต.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด เพื่อไปทำธุระ แต่ตนเองได้แวะเติมน้ำมันที่ปั๊มปตท.หนองบัว จนเต็มถัง และขี่ออกจากปั๊มมาได้เพียง 400 เมตร มีพลเมืองดีคนหนึ่งที่ขี่รถตามหลังมา ได้เรียกให้หยุด พร้อมกับบอกว่า ไฟไหม้รถจักรยานยนต์ โดยที่ตนเองไม่รู้ว่ารถไฟไหม้ ก่อนที่จะลุกลามอย่างรวดเร็วไหม้รถทั้งคัน ซึ่งตนเองยังไม่ทราบสาเหตุของไฟไหม้ในครั้งนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า น่าจะเกิดจากน้ำมันรั่วลงไปบริเวณเครื่องยนต์รถ จนทำให้เกิดประกายไฟไหม้ลุกลามรถจักรยานยนต์ดังกล่าว201609191018196-20041020151344

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มขับรถ รู้สึกชนของใหญ่ เสียหลักพลิกคว่ำ ตกใจหันไปเจอคู่กรณี!!

 เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 31 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมเณรแก้วทางหลวง จ.สุพรรณบุรี โดยในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ พลิกคว่ำอยู่ บริเวณถนนมาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย มีบาดแผลตรงใบหน้า และรอยถลอกตามร่างกาย หลังจากลื่นไถลไปกับท้องถนน เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาล   จากการสอบถามผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ นายสมใจ บวงทอง อายุ 46 ปี คนขับรถ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังจะขับรถจยย.กลับบ้าน พอมาถึงระหว่างทาง จู่ๆรถก็เกิดเสียหลักพลิกคว่ำเหมือนชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่พื้นถนน ตนรู้สึกตกใจมาก และก็เห็นเต่าขนาดใหญ่อยู่ใกล้กันกับรถ รู้สึกตกใจ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะขับชน แต่ด้วยมองไม่เห็นและเบรกไม่ทันจริงๆ จึงคิดว่าเต่าคงกำลังจะเดินข้ามถนน เนื่องจากฝนเพิ่งหยุดตกได้ไม่นาน เต่าน่าจะคลานออกมาจากคลองใกล้ๆ กับถนน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เจ็บทั้งตนและเต่า ส่วนเต่าที่ได้รับบาดเจ็บ จากการถูกรถชนในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กู้ภัยสมาคมเณรแก้วทางหลวงจังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำไปปฐมพยาบาล และจะไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป คาดว่าเจ้าเต่าตัวนี้ มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กก. ที่มา>>>ข่าวสด

สองหนุ่มใหญ่หิ้วถังน้ำมันซิ่งจยย.ฝ่าไฟแดงชน 6 ล้อไฟลุกไหม้ดับสยอง (คลิป)

14705628641470563422l

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ส.ค.ร.ต.อ.ภัทระ จาวใจเด็ด รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากคาด รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถ 6 ล้อบริเวณสามแยกไฟแดงทางออกไปหนองคายและโซ่พิสัย มีไฟลุกไม้รถจักรยานยนต์และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง ผกก.ตำรวจชุดสายตรวจและทหาร กกล.รส.ปากคาด ที่เกิดเหตุกลางสามแยกไฟแดง พบไฟกำลังโหมลุกไหม้ชาย 2 คนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดพร้อมรถจักรยานยนต์ 1 คัน โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์และชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุช่วยกันนำน้ำมาดับใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจึงดับไฟได้สนิท ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายอำนาจ สุขนันทา อายุ 49 คนขี่ถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโกและผู้บาดเจ็บถูกไฟไหม้เช่นกันทราบชื่อนายเวียงทอง ทาวอแวง อายู 50 ปี ส่วนรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน 1 กก 6909 บึงกาฬ ถูกไหม้เสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบรถยนต์ 6 ล้อยี่ห้อฮีโน่สีขาว ทะเบียน 80-0078 บึงกาฬ จอดอยู่โดยมีนายคำตัน อุ่นจิต อายุ 65 ปีคนขับคู่กรณียืนรอมอบตัวอยู่

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายคำตัน ได้ขับรถ 6 ล้อกลับจากไปส่งยางก้อนที่โรงงานไทยอิสเทิร์น ถึงสามแยกเป็นไฟเขียวจะเลี้ยวขวาเข้าตัวเมืองปากคาด ขณะที่รถ จยย.โดยมีนายอำนาจผู้ตายเป็นขี่และนายเวียงทอง คนซ้อนขับออกมาจากทางตัวเมืองปากคาดฝ่าไฟแดงถือถังน้ำมันติดมือมาด้วย จึงชนเข้าข้างรถ 6 ล้อตรงที่มีแบตเตอรี่อยู่พอดี ทำให้เกิดประกายไฟลุกไหม้ทั้งรถทั้งคนจนเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว.

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์สนั่นด.ช.17เดือนถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างบอบช้ำแม่ใจสลายลูกตายทรมาน สุดสลด!ไม่มีเงินค่าทำศพ

 เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์เรื่องราวของชะตากรรมหนูน้อยมีวัยเพียง 17 เดือน ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตอย่างทรมาน ขณะนี้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่วัดเกาะเสือ อ.หาดใหญ่ มีผู้ใจบุญและทราบเรื่องไปช่วยกันทำบุญให้กับหนูน้อย เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีเงินค่าจัดงานศพ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า หนูน้อยดังกล่าวคือน้องพีพี วัย 17 เดือน ศพตั้งอยู่ที่ศาลา 2 วัดเกาะเสือ ซึ่งเสียชีวิตวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา และตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 วันก่อนที่จะมีพิธีฌาปณกิจในวันที่ 28 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงานศพเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และเงียบเหงา มีเพียงแม่ น้าสาว เพื่อนบ้าน และนักเรียนโรงเรียนพาณิชยการหาดใหญ่ ที่ไปช่วยงานศพเท่านั้น ในขณะที่แม่ยังไม่สะดวกที่จะเปิดเผยในรายละเอียด น้าสาวของน้องพีพี อายุ 25 ปี กล่าวว่า ทราบจากแม่ของน้องพีพี อายุ 24 ปีว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.วันที่ 22 ก.ค. ลูกชายมีอาการท้องบวมหน้าบวม และปัสวะไหลผิดปกติ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่หลังจากแพทย์ได้ตรวจร่างกายอย่างละเอียด พบว่าเด็กถูกทำร้ายอย่างรุนแรง จนอวัยวะภายในแหลกเหลว กระทั่งเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 24 ก.ค.

สอบถามสามี อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของน้องพีพี บอกว่า น้องพีพีตกรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ แต่แพทย์ยืนยันว่าไม่ใช่ เกิดจากการถูกทำร้าย ทางแพทย์จึงแจ้งไปยังตำรวจสภ.หาดใหญ่ และเชิญทั้งพ่อและแม่ไปสอบสวน พ่อเลี้ยงยอมรับสารภาพโดยบอกว่าเป็นคนทำร้ายน้องพีพี โดยการชกหน้าและกระทืบซ้ำ เพราะความเมาเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพ่อเลี้ยงดำเนินคดี

“น้องพีพีเสียชีวิตทางครอบครัวแทบไม่มีเงินจัดงานศพ มีเพียงเพื่อนบ้านและนักศึกษาจากโรงเรียนพาณิชยการหาดใหญ่ มาช่วยกันในงาน พร้อมกับมีการแชร์เรื่องราวของน้องพีพีผ่านสังคมออนไลน์ จนกระทั่งมีผู้ใจบุญมาทั้งบริจาคเงิน อาหารและการประดับตกแต่งงานศพ เนื่องจากสงสารน้องพีพี จนขณะนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยรอเพียงการฌาปณกิจศพ” น้าสาวน้องพีพี กล่าว

ส่วนที่มีการระบุว่าเมื่ออายุ 5 เดือนน้องพีพีเคยถูกแม่นำไปทิ้งนั้น น้าสาวยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากแม่ของน้องพีพีทำงานกลางคืน และพักผ่อนในตอนกลางวันไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงดู เพื่อนบ้านจึงสงสารนำไปฝากเลี้ยงไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กใกล้บ้าน ครอบครัวมีลูกสองคนน้องพีพีเป็นคนเล็กส่วนคนโตอายุ 5 ปีและเป็นลูกเลี้ยงทั้งสองคน

ด้าน พี่เลี้ยงที่เคยดูแลน้องพีพีในวัยเด็กมา 5 เดือนเนื่องจากพ่อแม่ไม่มีเวลาเลี้ยงดู และที่บ้านเปิดรับเลี้ยงเด็ก บอกว่า ทันทีที่ทราบข่าวว่าน้องพีพีเสียชีวิตรู้สึกเศร้าและสะเทือนใจมาก เนื่องจากน้องพีพี เป็นเด็กน่ารักร่าเริง ไม่น่าจะมาประสบชะตากรรมแบบนี้ อยากให้พ่อเลี้ยงมากราบขอขมาศพและให้ดำเนินคดีให้ถึงสุด

ร.ต.อ.วัลลภ สุภาไชยกิจ พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาพ่อเลี้ยงฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขณะนี้ส่งตัวไปฝากขังผัดแรก 12 วันที่เรือนจำจ.สงขลาแล้ว และจากการสอบสวนยอมรับสารภาพว่า ได้ทำร้ายน้องพีพีจริง โดยในวันเกิดเหตุอยู่ในอาการเมาสุรา และน้องพีพีขึ้นไปเล่นบนรถจักรยานยนต์ทำให้โมโหและชกไป 10 ครั้งและน้องพีพีเดินไปหาแม่ และไม่คิดว่าอาการจะรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิประทึก!กระบะแหกโค้งพุ่งชนคนเดินตลาดกวาดรถจยย.พังยับ

 เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ร.ต.อ.ธวัช หนอสิงหา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์แหกโค้งพุ่งเข้าชนร้านค้าตลาดนัดลุงเชาว์ บริเวณถนนทับมา -เขาโบสถ์ ต.ทับมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย คนขับรถคันก่อเหตุขาหักนำส่งรพ.ระยอง

ตรวจสอบทราบชื่อคนขับคือ นายนิคม จำปาสุข อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/6 หมู่ 4 ต.สะตรอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ได้รับบาดเจ็บขาหักทั้งสองข้าง ส่งรพ.ระยอง เป็นผู้ขับขี่รถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีขาว ทะเบียน กว5147 ระยอง ในสภาพที่พังยับชนเข้าไปในตลาดมีข้าวของเสียหาย หลังคาและเสาตลาดพังลงมา และพบว่ารถที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าวพังเสียหายหลายคัน มีรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ทะเบียน ผอ 3543 นครราชสีมา รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน บบ 1687 ระยอง รถจักรยานยนต์ อีก 9 คัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย คือ น.ส.นวลทิพย์ สังวาลวงศ์ อายุ 30 ปี นายสงวน ภูชุมชื่น อายุ 44 ปี น.ส.มะลิ สระทองแพ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่นำส่งรพ.ระยอง ซึ่งเป็นผู้ที่มาเดินซื้อของในตลาดสด ส่วนอีก 2 รายได้บาดเจ็บเล็กน้อย สำหรับถนนเส้นดังกล่าวเป็นช่วงทางโค้ง มีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ชัดเจน กับรถคันก่อเหตุที่ขับขี่มาด้วยความเร็วสูงในช่วงทางโค้ง ทำให้เสียหลักเบรกไม่อยู่แหกโค้งพุ่งเข้าชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนนหน้าตลาด และคนเดินเท้าที่มาซื้อของในตลาดได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด