รถคว่ำเลือดกระจายถนน นึกว่าอุบัติเหตุแจ้งจนท. ถึงผงะ!! 2หนุ่มร่างพรุนเป็นศพ

 วันที่ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ ร.ต.อ.สมพงษ์ ศรีครินทร์ พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายถนนสายสันตาเพีย-น้ำจาง หมู่ที่ 13 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ ที่เกิดเหตุเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านบ้านสันตาเพียหมู่ที่ 12 – บ้านน้ำจาง หมู่ที่ 13 ต.บ้านโตก ตลอดเส้นทางมืดสนิท ไม่มีไฟส่องสว่างแต่อย่างใด พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน – ขาว หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 8067 เพชรบูรณ์ ซึ่งล้มอยู่กลางถนน และพบศพชายซึ่งคาดว่าเป็นคนขับขี่สวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น ทราบชื่อต่อมา คือ นายประวิน อุ้มภูธร อายุ 30 ปี อยู่หมู่ 12 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และชายสวมเสื้อสีเหลืองทับด้วยเสื้อคลุมสีน้ำตาล กางเกงยีนส์ขายาว ซึ่งคาดว่าเป็นคนซ้อนท้าย ทราบชื่อต่อมา คือ นายบุญธรรม จันคูณ อายุ 29 ปี อยู่หมู่ 13 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ถูกยิงด้วยกระสุนปืนหลายนัดนอนเสียชีวิตในลักษณะศพยังคร่อมรถอยู่

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 9 ปลอก จึงให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตรวจค้นภายในตัว พบเพียงโทรศัพท์มือถืออยู่ในกระเป๋ากางเกงของคนขับ ส่วนคนซ้อน พบเงิน 20 บาท ยาเส้นและไฟแช็คอยู่ในกระเป๋ากางเกง จากการชันสูตรพบว่านายประวิน ซึ่งเป็นคนขับรถ จยย. ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าตามลำตัวจำนวน 5 นัด กระสุนฝังใน ส่วนนายบุญธรรม ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 11 มม. เช่นเดียวกันจำนวน 6 นัด จากการสอบสวนนายเอ (นามสมมติ) ผู้พบศพเป็นคนแรก ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ตนขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านหมู่ที่ 13 ต.บ้านโตกมาตามเส้นทางดังกล่าว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นรถจักรยานยนต์ล้ม โดยมีคนนอนทับอยู่ 2 คน จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุรถล้ม แต่เมื่อเจ้าหน้าที่อาสาฯ มาดู ก็พบว่าเป็นการฆาตกรรมจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า จากการสอบสวนและตรวจสอบสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุ คาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และน่าจะรู้จักกับผู้ตาย และคาดว่าในขณะที่ทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์มาตามเส้นทางดังกล่าวได้มาพบกับคนร้าย จึงได้จอดเพื่อเคลียร์ปัญหาอะไรกันบางอย่าง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. กระหน่ำยิงจนเสียชีวิตทั้งคู่ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้านและสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุของการสังหารในครั้งนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

อดีตพนักงาน ขสมก.วัย 84 ปี นอนตายหลังท่ารถเมล์ “สาย 138” ย่านพระประแดง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 มิ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.บุญเลิศ เหล็กมา พนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองลัดหลวงและมูลนิธิร่วมกตัญญรุดไปเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณข้างกำแพงวัดกลางหลังท่าปล่อยรถเมล์ 138 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นเต็นท์ปรับเป็นที่พักนอนพบผู้เสียชีวิต 1 ราย นาง ทองบาง พันธ์สมบัติ อายุ 84 ปี ชาวต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นอนเสียชีวิต อยู่ข้างเตียงนอนของตัวเอง โดยเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 ช.ม ตำรวจตรวจสอบแล้วร่างกายไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด ทางตำรวจได้สอบถาม นาย ไพรัตน์ ทองพุ่ม อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่ ขสมก.หรือนายท่าปล่อยรถเมล์สาย 138 ได้เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนหน้านี้ ตนมาทำงานปกติที่ท่าปล่อยรถ พอสักพักก็มีนักเรียนที่เอารถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณที่เกิดเหตุเป็นประจำทุกวันและพบผู้ตายทุกวัน แต่มาวันนี้นักเรียนเห็นผู้ตายนอนผิดปกติจึงเดินมาบอกตนว่าผู้ตายทำไมนอนแบบนั้น ตนจึงรีบไปดูจึงเห็นว่าผู้ตายนอนผิดปกติ พอไปถึงจุดเกิดเหตุก็เห็นผู้ตายนอนนิ่งเรียกแล้วไม่ตอบรับ จึงโทรแจ้งขอความช่วยเหลือไปที่เทศบาลเมืองลัดหลวงพอเจ้าหน้าที่มาถึงจุดเกิดเหตุก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ ผู้ตายเดิมเป็นพนักงาน ขสมก. ตำแหล่งคอยเก็บค่าโดยสาร และได้เกษียนมาได้หลายปีแล้วอยู่คนเดียวตามลำพังไม่มีลูกไม่มีหลาน และผู้ตายก็มาอาศัยอยู่ที่เกิดหตุมานานแล้ว ผู้ตายมีอาการป่วยเป็นโรคหลายโรคเช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และความดัน ตอนเกิดเหตุผู้ตายอาจจะเป็นลมหรือวูบลงและไม่มีใครเห็น จึงทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นทางตำรวจตรวจสอบแล้วจึงมอบศพให้ญาติรับไปดำเนินพิธีกรรมทางกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

อย่างโหด! 2มือปืนกราดเอ็ม16 ถล่มฆ่าสาวตายสยองกลางเมืองแม่โจ้ แฟนหนุ่มสาหัส

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 14 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายกันด้วยใช้อาวุธปืน มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 รายและได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดที่บริเวณอู่ซ่อมรถชื่อกิจเจริญยนต์ ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 10 ต.หนองหาร อ.สันทราย จึงได้รีบรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบริเวนด้านหลังอู่ซ่อมรถพบศพน.ส.เกษสุดา สายเขียว อายุ 34 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าตามร่างกายถึง 12 นัด นอนเสียชีวิตในสภาพคว่ำหน้า โดยมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายชื่อนายเอ็มได้รับบาดเจ็บขณะวิ่งหลบหนีลูกกระสุนทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือขวา เบื้องต้นพบว่าปลอกกระสุนปืนคาดว่าเป็นอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่คนร้ายกราดยิงจนทำให้ 2 คน ซึ่งเป็นแฟนกันขณะกำลังทำงานในอู่ดังกล่าว จนเป็นเหตุให้ฝ่ายหญิงเสียชีวิตส่วนฝ่ายชายรอดตายหวุดหวิด โดยบริเวณที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนถึงจำนวน 12 นัด   จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่น.ส.เกษสุดากับแฟนหนุ่มกำลังทำงานที่อู่ซ่อมรถดังกล่าว ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีขาว-แดง ผู้ขับขี่สวมหมวกกันน๊อคสีขาวคนซ้อนสวมหมวกสีดำเข้ามาในอู่ดังกล่าวก่อนที่จะนำอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่ซุกซ่อนไว้ในกระสอบปุ๋ยออกมากราดยิงทั้งคู่จำนวน 12 นัด หลังจากนั้นก็ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าไปทางตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับผู้ต้องสงสัยแต่ก็ยังไร้วี่แววโดยทางเจ้าหน้าที่จะทำการติดตามแกะรอยเส้นทางหลบหนีจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและเส้นทางที่หลบหนีเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด ส่วนสาเหตุของปมสังหารในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นไว้คือเรื่องของชู้สาว เรื่องของปมขัดแย้งส่วนตัวซึ่งต้องรอการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮาทั้งโรงพัก!! ตร.จับไก่ชนนับ10ตัวราคาหลายแสนขังคุก โจ๋17ขโมยไปตี-แพ้จับต้มกิน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 มิ.ย. พ.ต.อ.สว่างวงศ์ จงสมชัย ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้ติดตามตัวผู้ต้องสงสัยหลังจากได้รับแจ้งจาก นายวิสิทธิ์ ดวงนิล อายุ 45 ปี ชาวบ้าน อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ ว่ามีชายวัยรุ่นคนหนึ่ง มาขโมยไก่ชนราคาเหยียบแสนบาทไป เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยหลังจากวัยรุ่นคนดังกล่าวได้เข้ามาอุ้มไก่ชนของตนเองไป ก็มุ่งหน้ามาทางตัวเมืองอำนาจเจริญเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงได้กระจายกำลังออกติดตาม จนกระทั่งพบผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายเอ (นามสมมติ) ทำท่าทางมีพิรุธ มองซ้าย มองขวา อยู่ที่บ้านหลังหนึ่งที่มีการเลี้ยงไก่ชนไว้ที่หน้าบ้าน ซึ่งอยู่ติดกับท้ายวัดเทพมงคล จากนั้น นายเอ จึงได้เดินเข้าไปที่บ้านหลังดังกล่าว พร้อมกับอุ้มไก่ชนออกมาจากซุ้มไก่ไป 1 ตัว แล้วขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหนีออกไป เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ตาม พร้อมกับบอกให้นายเอ หยุดรถคันดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบถามเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ

จากการสอบถามนายเอ ให้การรับสารภาพว่า ขณะที่ตนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์มาทางเส้นข้างโรงพยาบาล ที่อยู่ติดกับวัดเทพมงคล จากนั้นตนได้จอดรถ ลงไปปัสสาวะ ที่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว พอดีเหลือบไปเห็นไก่ชนเลี้ยงไว้อยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าว ทำให้เกิดความคิดที่อยากจะได้ เนื่องจากไก่ชนตัวดังกล่าวมีลักษณะที่ดี จึงได้ลงไปขโมยไก่ชนตัวดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาขโมยไก่ชนตัวดังกล่าวในวันเดียวกันนั้น ตนได้ขโมยมาแล้ว 3 ตัว ในเขตพื้นที่อำเมืองอำนาจเจริญ ส่วนในเขตพื้นที่อำเภอลืออำนาจนั้น ตนก็ได้ขโมยมาแล้ว 3 ตัว โดยตัวแรกที่ขโมยมานั้น ตนเอามาต้มกินเอง ส่วนอีก 2 ตัว ตนเอาไปขายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตอำเภอลืออำนาจเจริญ

พ.ต.อ.สว่างวงศ์ จงสมชัย ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา ผู้ต้องหาจะตระเวนลักไก่ชน ในเขตพื้นที่ อ.ลืออำนาจ และ อ.เมือง ตัวผู้ต้องหาได้ทำมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากหลังจากเจ้าหน้าที่ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปค้นที่บ้าน พบไก่ชนอีกนับ 10 ตัว ที่ผู้ต้องหาขโมยมา และนำกลับมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน เพื่อที่จะนำไปตีตามซุ้มไก่ต่างๆ หากตัวไหนตีแพ้ ก็จะนำไปขาย หรือไม่ก็นำมาต้มกินเอง และตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ ก็ได้ประกาศไปแล้วว่า หากมีชาวบ้านคนใดที่เลี้ยงไก่ชน แล้วไก่ชนหาย ให้เข้ามาติดต่อ ดูไก่ชนได้ที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ ว่าใช่ไก่ชนของตัวเองหรือเปล่า ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำไก่ชนไปขังไว้ในคุกก่อน เพื่อรอผู้เสียหายเข้ามาดู ล่าสุดก็มีผู้เสียหายจำนวน 2 ราย ที่มาติดต่อขอดูและรับไก่ชนคืนไปแล้ว 2 ตัว

ที่มา>>>Thairath

พระกรุงเก่าฉุน! ทวงเงินกลับถูกด่า คว้ามีดขอฟันฆราวาสหัวแบะดับอนาถ

พระสงฆ์วัดดัง อ.บางบาล ทวงเงินชาวนาหนุ่มใหญ่หลังยืมไปใช้หนี้พนันบอล แต่ถูกด่ากลับอย่างรุนแรง ฉุนขาดคว้ามีดขอฟันข้อมือ-ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ เสียชีวิตคาลานวัด พร้อมรอมอบตัว ตร. บอกบันดาลโทสะ

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 4 พ.ค. 59 ร.ต.อ.สนอง ไผ่งาม รอง สว.สส.สภ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งว่ามีเหตุพระฆ่าคนเสียชีวิต บริเวณลานวัดแห่งหนึ่งใน ต.ไทรน้อย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา แพทย์เวร รพ.บางบาล และหน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจ รุดไปตรวจสอบ

มีดขอ ของกลาง ที่ใช้ฟันฆราวาส จนเสียชีวิต

ที่เกิดเหตุพบศพ นายฉัตรชัย เพลิดพลาย อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 5 ต.ไทรน้อย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา นอนจมกองเลือดอยู่พื้น มีบาดแผลถูกของมีคมฟันที่ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผล ที่ข้อมือขวาถูกฟันขาดห้อยรุ่งริ่ง ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ทะเบียน ขกต 867 พระนครศรีอยุธยา ของผู้ตายล้มอยู่ โดยพบ พระประยูร พรหมศรี อายุ 48 ปี พระลูกวัด ยืนถือมีดขอด้ามยาว 1 เมตร เปื้อนเลือด รอมอบตัวกับตำรวจ

ตร.จับอดีตพระสงฆ์ อ้าง บันดาลโทสะฟันชายดับอนาถ เหตุทวงเงินแล้วถูกด่า

สอบสวนทราบว่า พระประยูร บวชมา 8 พรรษา โดยจำวัดอยู่ที่วัดท่าสุทธาวาสอ.บางบาล และย้ายมาอยู่ที่วัดดังกล่าวได้ 2 พรรษา โดย พระประยูร อ้างว่า นายฉัตรชัย มีอาชีพทำนาอยู่ใกล้วัด ชอบเล่นพนันฟุตบอลแล้วเป็นหนี้ มาขอยืมเงิน พอทวงถามกลับถูกด่าว่าหลายครั้ง กระทั่งวันนี้ขณะกวาดลานวัด นายฉัตรชัย ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจึงทวงถามถึงหนี้ แต่ถูกผู้ตายด่าว่าอย่างรุนแรงจนเกิดการโต้เถียง ด้วยความโมโหจึงหยิบมีดขอที่วางไว้บนรถเข็นฟันไปที่มือขวาของผู้ตาย และฟันซ้ำไปหลายครั้งจนเสียชีวิต ก่อนจะรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกล่าวว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำตัว พระประยูร ไปสึก และดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

บิ๊กไบค์ซิ่งชนเก๋งที่พัทยา ชายเมืองเบียร์กระเด็นอัดรถทัวร์ดับคาที่

หนุ่มใหญ่ชาวเยอรมัน ซิ่งบิ๊กไบค์ชนรถเก๋ง ปากซอยเทพสิทธิ์ 5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ร่างกระเด็นกระแทกรถทัวร์ก่อนร่วงเสียชีวิตใต้ท้องรถ เจ้าของรถเก๋งเผย เห็นบิ๊กไบค์ส่ายไปมาก่อนพุ่งชนอย่างแรง

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 27 เม.ย. 59 ร.ต.อ.กฤชฐา ประทุมแก้ว รอง สว.สส.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนประสานงากับรถยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณปากซอย เทพสิทธิ์ซอย 5 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อ MR.ROBERT ALOIS ACHERMANN อายุ 58 ปี สัญชาติเยอรมัน มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ ถลอกตามร่างกาย และนิ้วเท้าด้านขวาขาดทั้งหมด นอนเสียชีวิตอยู่ใต้ท้องรถทัวร์ด้านท้าย ที่จอดอยู่ริมถนน ข้างกันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซีบีอาร์ 650 สภาพพังยับเยินทั้งคัน ล้มตะแคงอยู่ข้างรถยนต์ฟอร์ด เอฟเวอร์เรส สีบรอนซ์ทอง ทะเบียนป้ายแดง ล-9169 กทม. ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้า ไฟแตกทั้ง 2 ข้าง ฝากระโปรงยุบจนถึงหม้อน้ำสภาพหลังเกิดเหตุ ฝรั่งซิ่งบิ๊กไบค์ชนเก๋ง กระเด็นอัดรถทัวร์ ดับอนาถ ที่พัทยา

จากการสอบสวน นายวิทยา ชูศรียิ่ง 31 ปี อาชีพช่างซ่อมเจ็ตสกี ทราบว่า ขณะขับรถยนต์ฟอร์ดมาตามถนนเทพสิทธิ์ มุ่งหน้าแยกแกรนด์คอนโดฯ มีชาวต่างชาติได้ขี่บิ๊กไบค์คันดังกล่าวส่ายไปมาด้วยความเร็ว ก่อนจะเสียหลักพุ่งเข้ามาชนด้านหน้ารถของตนเองอย่างจัง ก่อนที่ร่างผู้ตายจะกระเด็นไปกระแทกกับรถทัวร์ที่จอดอยู่ริมถนนเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้น ร.ต.อ.กฤชฐา เจ้าของคดี ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่เมืองพัทยา เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเก็บรักษาที่ รพ.บางละมุง เพื่อรอญาติติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

รถเก๋งเลี้ยวเข้าปั๊ม ถูกจยย.วิ่งซ้ายชนกระเด็น ลอยข้ามตกคูน้ำเจ็บ 2 ราย

เครดิตภาพโดย :แอมหทัยราษฎร์

หนุ่มออฟฟิศขับรถเก๋ง กำลังเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันระหว่างทางมีรถจักรยานยนต์ชนเข้าอย่างจัง ก่อนกระเด็นตกคูน้ำข้างทางถนนวิภาวดี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ตร.เตรียมดูวงจรปิด สอบคนเจ็บเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 22 เม.ย.59 พ.ต.ท.มานิต จันทร์ประสิทธิ์ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.วิภาวดี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ ถูกเฉี่ยวชนตกคูน้ำข้างทาง บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน คาลเท็กซ์ ถนนวิภาวดี แขวงและเขตจตุจักร กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู     จนท.กู้ภัยช่วยกันงมหารถ จยย.และดึงขึ้นจากน้ำ

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันดังกล่าว ภายในคูน้ำพบนายอดุลย์ อุฬุมปานันท์ อายุ 51 ปี คนขับขี่จักรยานยนต์ นอนเกาะอยู่ริมทางขึ้นคูน้ำ มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย นำตัวส่งรพ.วิภาวดี ใกล้กันพบ น.ส.ณัฐรัตน์ ตั้งศิริกุล อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนซ้อนท้ายนอนหมดสติอยู่ริมถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องปั๊มหัวใจก่อนส่ง รพ.เกษมราษฎร์ บริเวณทางเข้าปั๊มน้ำมันพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน 5กค 618 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบว่ามีร่องรอยการเฉี่ยวชนทางด้านซ้ายของตัวรถ โดยมีนายธนวัฒน์ พงศ์ศักดิ์กมล อายุ 33 ปี อาชีพพนักงานบริษัท ภายหลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันยกรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์150 สีแดง หมายเลขทะเบียน 3กม 3775 กรุงเทพมหานคร ขึ้นจากคูน้ำ

จากการสอบสวนนายธนวัฒน์ เปิดเผยว่าก่อนเกิดเหตุตนกำลังขับรถกลับจากการประชุม และกำลังจะเลี้ยวรถเข้าไปภายในปั๊มน้ำมันเพื่อเติมเชื้อเพลิง จู่ๆ ได้ยินเสียงรถชนจากฝั่งประตูคนนั่งและเห็นคน 2 คนลอยข้ามรถและรถจักรยานยนต์ได้พุ่งลงคูน้ำข้างทาง ตนจึงรีบลงรถมาดูและรีบเรียกเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และต้องรอสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

ที่มา>>>Thairath