โผล่อีกรถตู้รับส่งนักเรียน ปล่อยเด็กเปิดประตูหลังว ห้อยขาออกมา แถมในรถยังอัดกันแน่น

วันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้บันทึกภาพจากกล้องหน้ารถ ระหว่างที่รถตู้รับ-ส่งนักเรียนโตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน นข 2995 ลำปาง กำลังวิ่งส่งเด็กนักเรียน บนถนนระหว่าง ต.เวียงมอก มุ่งหน้าเข้าตัว อ.เถิน จ.ลำปาง โดยประตูท้ายรถตู้ได้เปิดออกและมีนักเรียนห้อยขาออกมา ส่วนในรถก็นั่งกันอย่างแออัด โพสจ์ลงในโลกโซเชียล ทำให้มีการแชร์ภาพดังกล่าวออกไปจำนวนมาก และมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยต่างก็เกรงว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นเด็กนักเรียนที่นั่งอยู่ด้านท้ายของรถตู้จะเป็นอย่างไร และทำไมคนขับรถไม่ดูแล ซึ่งถ้ามีรถมาชนท้ายอาจจะทำให้เด็กที่นั่งอยู่ท้ายรถเกิดอันตรายได้

นอกจากนี้ บริเวณหน้าต่างรถตู้คันดังกล่าวได้มีการเปิดกระจกรถทุกบานเพื่อรับลมและเด็กนักเรียนนั่งเรียงแถวบางรายยื่นแขนออกมานอกตัวรถ สร้างความหวาดเสียวและเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก โดยช่วงดังกล่าวเป็นถนนทางโค้งขึ้นเขา ขับนำหน้ารถที่บันทึกภาพไว้ หลังจากรถตู้เห็นว่ามีรถขับตามหลังมาจึงชะลอความเร็วและหักรถหลบเข้าเลนซ้าย ให้รถที่ขับตามหลังมาแซงไปก่อน โดยในขณะแซงเจ้าของรถสังเกตดูในรถนักเรียนพบว่า มีเด็กนั่งเป็นแถวเรียงยาวจำนวนมากจนเต็มคันรถ

เจ้าของโพสต์ กล่าวว่า อยากให้คลิปนี้เป็นคลิปเตือนภัย ซึ่งไม่อยากให้ใครสูญเสีย สำหรับคนขับรถตู้ ถ้าพบว่าไม่ปลอดภัย หรือเด็กไม่เชื่อฟังก็ไม่ควรออกรถ ซึ่งจำเป็นต้องช่วยกันป้องกัน และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรวจดูรถรับ-ส่งนักเรียนให้ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยให้มากกว่านี้

ด้านนายโสภณ พิทักษ์สาลี ขนส่งจังหลัดลำปาง กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งการณ์ให้เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดลำปางตรวจสอบรายชื่อผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์รถตามหมายเลขทะเบียนดังกล่าว และรู้ตัวคนขับรถตู้แล้ว ซึ่งจะได้เรียกให้มาพบเจ้าหน้าที่ขนส่ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ขนส่ง และ พ.ร.บ.รถยนต์ ซึ่งทางสำนักงานขนส่งลำปางก็มีการเข้มงวดตลอด แต่ก็ยังมีเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมาก็มีการนำคลิปในลักษณะดังกล่าวมาแชร์ในโลกออนไลน์ ซึ่งได้ลงโทษคนขับรถตู้ไปแล้ว ส่วนเจ้าของรถตู้รับ-ส่งนักเรียนรายนี้จะถูกเรียกมาสอบถามและเรียกปรับและอบรมรวมถึงการตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตรถรับ-ส่งนักเรียนถูกต้องหรือไม่ ก่อนที่จะนำมารับส่งนักเรียน

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ควักค่าจ้าง 7 แสน! หนุ่มลงทุนซื้อรถตู้ทำช่องลับซุกยาบ้า-ไอซ์ ขนจากเชียงรายเข้ากรุง

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พ.ต.ท.อังคาร อุทัยพันธุ์ รอง ผกก.3 บก.สกส.บช.ปส. หัวหน้าด่านตรวจเอ็กซ์เรย์แม่พริก จ.ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. เข้าสอบสวนขยายผล นายณัฐชัย วรยานันท์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/144 หมู่ 8 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังถูกจับได้พร้อมของกลางยาบ้า 200,000 เม็ด ไอซ์ 10 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนไว้ในรถตู้ที่ถูกดัดแปลงใช้สำหรับซุกซ่อนยาเสพติด เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.อังคาร เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากตำรวจบช.ปส. ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยใช้รถยนต์ตู้นำเที่ยวโตโยต้า ทะเบียน กจ 5156 กทม.เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีระบบกล้อง License plate ติดตามรถคันดังกล่าวจนพบว่าขับออกจากจ.เชียงราย ผ่านจุดตรวจท่าก๊อ อ.แม่สรวย มุ่งหน้าไปจ.เชียงใหม่ ผ่านเข้า จ.ลำพูน ก่อนที่จะขับรถผ่านจุดตรวจวังดิน อ.ลี้ จ.ลำพูน เข้ามายังเขตพื้นที่ อ.เถิน จ.ลำปาง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้ามาทางอ.แม่พริก จ.ลำปาง เพื่อมุ่งหน้าไป กรุงเทพฯเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจเอ็กซ์เรย์แม่พริก จึงติดตามแล้วสกัดจับได้ พบมีนายณัฐชัย วรยานันท์ อายุ 42 ปีเป็นคนขับ จากนั้นควบคุมตัวไว้แล้วนำรถตู้เข้าตรวจสอบที่ด่านเอ็กซ์เรย์แม่พริก จนพบว่าบริเวณหลังคารถด้านในมีร่องรอยดัดแปลง รวมทั้งบริเวณด้านข้างรถทั้งสองข้าง ตู้ลำโพง และช่องแอร์ท้ายรถ เมื่อเปิดออกดูเจอยาบ้าและยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่

จากการสอบสวนนายณัฐชัย รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างเป็นเงิน 720,000 บาท ให้ขนยาเสพติดจากจ.เชียงราย ไปส่งให้เครือข่ายในกรุงเทพฯ ตนจึงนำเงินว่าจ้างไปซื้อรถตู้ 7 แสนแล้วดัดแปลงให้มีช่องลับเพื่อใช้ซุกซ่อนหวังตบตาเจ้าหน้าที่ ส่วนอีก 2 หมื่นเป็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง จากนั้นขับรถไปรับยาเสพติดมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ขับมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯโดยขับวนอ้อมผ่านด่านตรวจมาได้หลายที่ ก่อนจะถูกจับกุมได้ที่ลำปาง

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานำตัวส่งสอบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

แห่แก้บนไม่หยุด!! ‘พญาเต่างอย’ให้โชคอีก-ถูกลอตเตอรี่รวยนับล้าน เข้าฝันบอกเลขรางวัลที่1

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 3 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สวนสาธารณะ “พญาเต่างอย” ต.เต่างอย อ.เต่างอย จ.สกลนคร ว่า ในช่วงเช้ายังคงมีประชาชนเดินทางมาแก้บนกันจำนวนมาก ในช่วงเช้ามืดได้มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินทางมาด้วยรถตู้ แล่นเข้ามา พร้อมนำสิ่งของ อาหาร น้ำแดง และเต่าเงินเต่าทอง มาแก้บน สอบถามทราบว่า มาจาก จ.อุบลราชธานี โดยก่อนหน้านี้ได้มาไหว้พญาเต่างอยและขอโชคลาภปรากฏว่าเมื่อกลับไป หลังลอตเตอรี่ออกมีหลายคนถูกรางวัลใหญ่ มีเงินใช้นับล้านบาท จึงกลับมาแก้บน เสร็จแล้วจึงเดินทางกลับ โดยจะเดินทางไปยังจังหวัดนครพนม201611030740201-20021113154942ด้านนายเกษม เคนะอ่อน ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเต่างอยและกรรมการผู้ดูแล สวนพญาเต่างอย กล่าวว่า ในช่วงหลังลอตเตอรี่ออกแล้ว พบว่ามีประชาชนเดินทางมาไหว้และแก้บนมากจนผิดปกติ สอบถามทราบว่าล้วนโชคดีกันทุกคน บางราย ถูกรางวัลที่ 2 หลายใบนับล้านบาท บางรายถูกหวยใต้ดิน เพราะฝันว่าพญาเต่างอยไปบอก201611030740204-20021113154942และมีชาวบ้านในสกลนคร อำเภอแห่งหนึ่งได้เดินทางมา พร้อมนำเต่าเงินเต่าทอง มาถวายแก้บนพญาเต่างอย เพราะบนเอาไว้ เมื่อกลับบ้านนอนหลับแล้วฝันว่าพญาเต่างอยไปบอก ตัวเลข 438 เมื่อรางวัลที่ 1 ออกมา 785438 ทำให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านถูกหวยกันจำนวนมาก ขณะนี้ยังรับเงินไม่หมดทุกคน เพราะเจ้ามือหาเงินจ่ายไม่ทัน จึงได้เดินทางมาทำพิธีแก้บน ถวายเต่าเงินเต่าทอง ตามที่บนไว้

โดยมีชาวบ้านที่เดินทางมาด้วยรายหนึ่ง บอกว่า “หลังมาแก้บนแล้ว ตกกลางคืนฝันว่า พญาเต่างอยไปเข้าฝันอีก บอกเลข 14-15 จะโชคดี จึงได้หาซื้อลอตเตอรี่ไว้แล้วหลายใบ และเชื่อว่าพญาเต่างอยให้โชคดี เพราะงานที่ผ่านมา ถูกใต้ดินจำนวนหนึ่งเป็นเงินแสนกว่าบาท จนมีเงินใช้หนี้แล้ว”201611030740202-20021113154942

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองรถทัวร์ฉีกครึ่งคัน!! เสยรถพ่วง ผู้โดยสารครึ่งร้อยเจ็บหนัก-ตายแล้ว2ศพ

 เวลา 04.30 น. วันที่ 2 ก.ค. พ.ต.ท.สว่าง เดชบุรัมย์ ร้อยเวร สภ.บรบือ จ.มหาสารคาม รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ชนกับรถพ่วง 20 ล้อ ที่บริเวณถนนสายกุดรัง-บรบือ ช่วงบริเวณบ้านพงโพด ต.หนองสิม อ.บรบือ จ.มหาสารคาม มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิจีเสียงเกาะ กู้ภัย 245 เองเต็กตึ้ง และกู้ภัยวาปี รุดไปที่เกิดเหตุ พบรถทัวร์ของบริษัทสหพันธ์ทัวร์ สายกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด หมายเลขทะเบียน 10-4307 ร้อยเอ็ด หมายเลขข้างรถ 24-3 พลิกตะแคงขวางถนน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ฝั่งซ้ายด้านข้างของรถฉีกขาดออกจากตัวรถกว่าครึ่งคัน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 49 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อ คือ นายธวัชชัย ไม่ทราบนามสกุล เป็นเด็กรถ และผู้โดยสารอีก 1 คน โดยมีนายสมจิตร ประวรรณมาตา อายุ 54 ปี เป็นคนขับรถทัวร์ เจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ชีพกู้ภัย ได้ลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบรบือและโรงพยาบาลมหาสารคาม อย่างเร่งด่วน ใกล้กันพบรถพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ตัวแม่หมายเลขทะเบียน 81-0757 สุพรรณบุรี ตัวลูกหมายเลขทะเบียน 82-9740 สุพรรณบุรี มีนายอาศักดิ์ ไชยต้นเทือก อายุ 46 ปี เป็นคนขับ สภาพถูกชนท้ายจนรถตกลงไปอยู่ข้างทางสินค้าเบ็ดเตล็ดบนรถพ่วงหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน นอกจากนี้ยังมีรถตู้สีขาว หมายเลขทะเบียน นข 2978 กาฬสินธุ์ ได้เบรกกะทันหันและตกข้างทางไปอีกคัน จากการสอบถามนายอาศักดิ์ ไชยต้นเทือก อายุ 46 ปี อยู่หมู่ 3 ต.บ้านโข้ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี คนขับรถพ่วง ทราบว่า ได้เดินทางออกมาจากกรุงเทพฯ เพื่อที่จะนำสินค้าไปส่งที่ จ.สกลนคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุประมาณ 4 ทุ่ม รถเกิดเสีย จึงได้จอดรถไว้ข้างทาง เพื่อที่จะรอซ่อมในช่วงเช้า แต่ตนได้นำกิ่งไม้ไปวางไว้ที่ท้ายรถ รวมระยะทางยาวกว่า 100 เมตร เพื่อเป็นสัญญาณให้รถคันหลังได้ทราบว่ารถเสีย จากนั้นได้ขึ้นมานอนบนรถ แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เนื่องจากมีรถทัวร์มาชนท้ายอย่างแรง ทำให้รถไถลไปไกลกว่า 20 เมตรจนตกข้างทาง จึงโทรแจ้งตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ

ด้านนายสมจิตร ประวรรณมาตา อายุ 54 ปี อยู่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด คนขับรถทัวร์ กล่าวว่า ออกจากหมอชิตเวลา 21.00 น. เพื่อที่จะเดินทางไปจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางค่อนข้างมืด ตนมองไม่เห็นรถพ่วงที่จอดเสียข้างทาง โดยรถพ่วงได้จอดเกินเลนถนนมากว่าครึ่งคัน ตนมาเห็นอีกครั้งก็เมื่อกระชั้นชิดแล้ว ทำให้ตนเบรกรถกะทันหัน และได้หักหลบ ทำให้รถเสียหลักพลิกตะแคง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

ด้าน พ.ต.ท.สว่าง เดชบุรัมย์ ร้อยเวรฯ สภ.บรบือ กล่าวว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นคนขับรถทัวร์อ้างว่า มองไม่เห็นรถพ่วงที่จอดเสียข้างทาง แต่ไม่เห็นรอยเบรกของรถทัวร์ ซึ่งคาดว่าคนขับอาจหลับใน อย่างไรก็ตาม ต้องรอสอบสวนคู่กรณีทั้งสองฝ่าย เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เสียงดังใต้ท้องรถตู้!! คนขับแตะเบรก เสียหลักพุ่งชนเสาฯ พระ-ฆราวาสเจ็บระนาว

 เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ร.ต.อ.กฤษณะ ธรรมจิต รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถตู้ชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างพลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ที่บริเวณถนนหนองคายโพนพิสัย ขาเข้า ก่อนถึงหมู่บ้านเอื้ออาทรชุมชนจอมเสด็จ ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย จึงออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ มูลนิธิสว่างคงคาธรรมสถานหนองคาย วีอาร์กู้ภัย ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้โดยสาร สีขาว หมายเลขทะเบียน นข 1735 เลย พลิกตะแคงอยู่กลางถนน บริเวณด้านหน้าพังเสียหาย เพลาขับขาดหลุดออกจากตัวรถ ซึ่งมีผู้บาดเจ็บ ทั้งสิ้น 3 ราย เป็นพระสงฆ์ 1 รูป ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะแตก และมีฆราวาส ที่โดยสารมาด้วยได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลหนองคาย จากการสอบถามนายอุ๊ด โสภารัตน์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 ม.4 ต.วังหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นคนขับรถตู้คันดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า ตนได้ขับรถพาพระสงฆ์และฆราวาสออกมาจากวัดในตัวอำเภอเฝ้าไร่ เพื่อเดินทางไปศูนย์มะเร็ง ที่ จังหวัดอุดรธานี เมื่อขับมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ตนได้ยินเสียงดังขึ้นใต้ท้องรถ 3–4 ครั้ง ก่อนที่ตนจะแตะเบรกและรถก็เสียหลักพุ่งไปชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างกลางถนนก่อนที่รถจะพลิกตะแคงทำให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

หัวใจแทบวาย! นาทีชีวิตรถ 18 ล้อจอมตบ เบียดรถตู้ตกเกาะกลาง (ชมคลิป)

คลิปวิดีโออุบัติเหตุอุทาหรณ์ของคนใช้รถใช้ถนน ที่ต้องระมัดระวังกันให้ดี หากขับรถเข้าใกล้รถบรรทุกอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันถึง คลิปนี้เป็นวินาทีชีวิตที่เกิดขึ้น บนถนนสายหนองคาย-อุดรธานี บริเวณบ้านหนองนกเขียน เมื่อมีรถบรรทุก 18 ล้อขนตู้คอนเทนเนอร์ ขับไปตามถนนอยู่ดีๆ แต่แล้วจู่ๆ คนขับก็ขับส่ายพวงมาลัยไปมา ทำให้ส่วนพ่วงที่เป็นตู้คอนเทนเนอร์ล้ำเส้นแบ่งกลางถนนออกมาอย่างน่าหวาดเสียว โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกไม่โดนรถคันอื่น แต่ครั้งที่ 2 ส่วนพ่วงไปตบเข้ากับรถตู้ที่มีผู้โดยสารเต็มคัน ทำให้รถตู้เสียหลักพลัดลงเกาะกลาง โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายอะไรมาก

คลิปวิดีโอนี้ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Piriyasit Charoensuk ไปยังแฟนเพจชื่อดังหลายเพจ จนมีคนเข้าไปชมนับแสนครั้ง โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่คอมเมนต์ว่า คนขับรถบรรทุกควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ขณะที่คนใช้รถเล็กก็ควรเพิ่มความระมัดระวัง เมื่อขับสวนทางหรือเข้าใกล้รถใหญ่รถบรทุกเช่นกัน ขณะที่บางคนก็ได้ตั้งข้อสงสัยว่า อาจเป็นการจงใจของคนขับรถ 18 ล้อก็ได้ เพราะขับส่ายไปมาอย่างน่าหวาดเสียว จนกระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุขึ้นจนได้

นอกจากนี้ ทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ได้สอบถามไปยัง ร.ต.อ.เอกบุญจันทร์ ไชยชาติ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เพ็ญ จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางผู้ประกอบการรถตู้ได้มาแจ้งความไว้แล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบทะเบียนรถบรรทุกอยู่ เพื่อจะได้ทราบว่าใครเป็นเจ้าของรถบรรทุกต่อไป

ที่มา>>>Thairath

ตม.มุกดาหาร รวบ 2 หญิงลาว ซุกซ่อนยาบ้าเข้าไทย 2.4 หมื่นเม็ด

ตม.มุกดาหาร สะกดรอยตาม 2 หญิงลาว ลักลอบนำยาบ้าเข้าไทย ทางด่านพรมแดนมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ตรวจค้นพบของกลาง 2.4 หมื่นเม็ด สารภาพ ทำเป็นครั้งที่ 5 เปลี่ยนที่รับ-ส่ง เพราะคนในหมู่บ้านเคยถูกจับ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. 59 พ.ต.อ.สังคม ตัดโส ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร ได้รับรายงานว่าจะมีเครือข่ายค้ายาเสพติดลักลอบนำยาบ้าเข้ามาในราชอาณาจักร จึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.ศุภโชค พาณิชย์พงศ์ สว.สส.ตม.จว.มุกดาหาร นำกำลังออกปฏิบัติหน้าที่เฝ้าดูกลุ่มบุคคลเป้าหมายบริเวณด่านพรมแดนมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 อ.เมืองมุกดาหารกระทั่งต่อมาพบหญิงชาวลาว 2 คน โดยสารรถปรับอากาศระหว่างประเทศเข้ามา จากการตรวจสอบตามหนังสือเดินทาง เดินทางมาจากบ้านไผ่ เมืองจำพร แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ทราบว่าเป็นเครือข่ายส่งยาบ้า จึงติดตามไปที่ บขส. โดยหญิงลาว 2 คน นั่งรถตู้มุกดาหาร-นครพนม เดินทางต่อ โดยมีเจ้าหน้าที่ ตม.มุกดาหาร แฝงตัวนั่งรถตู้ไปด้วย และส่วนหนึ่งขับรถติดตาม เมื่อถึงหน้าวัดพระธาตุพนม ทั้ง 2 คน ลงจากรถตู้ไปไหว้พระ จากนั้นเดินไปที่ห้องน้ำในตลาดสดเทศบาลธาตุพนม ต.ธาตุพนม ประมาณ 10 นาที ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าแสดงตัวขอตรวจค้น พร้อมประสานไปยัง สภ.ธาตุพนม และ ตม.นครพนม มาร่วมตรวจสอบทั้งนี้ นางหัน น้อยมนี อายุ 30 ปี และ นางคูน (ไม่มีนามสกุล) รับสารภาพว่ากระเป๋า 2 ใบ มียาบ้า 12 มัด รวม 24,000 เม็ด พร้อมกล่าวว่ากำลังจะนำยาบ้าตระเวนไปส่งตามจังหวัดต่างๆ ทั้ง จ.อุบลราชธานี จ.มหาสารคาม และ จ.ศรีสะเกษ เมื่อไปถึงสถานี บขส.แต่ละจังหวัด ก็จะมีผู้มารับไป ได้ค่าจ้างมัดละ 7,000 บาท เป็นเงิน 84,000 บาท โดย นางคูน บอกว่า ทำเป็นครั้งที่ 5 แล้ว และเนื่องจากที่ผ่านมาคนในหมู่บ้านนำยาบ้าไปส่งถูกจับหมด จึงเปลี่ยนสถานที่ไปที่ อ.ธาตุพนม จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทั้ง 2 คน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดี.

ที่มา>>>Thairath