ลูกสาวสุดช็อก!! ร่ำไห้โฮเห็นศพพ่อ กระบะชนลากไปไกล จยย.พังยับเสียบคา

เวลา 08.00 น. วันที่ 26 มกราคม 2560 บริเวณโค้งโรงงานปลาป่น ถนนสุขุมวิท ต.เนินทราย อ.เมือง จ.ตราด เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายถนอม โมลี อายุ 80 ปี อยู่หมู่ 1 สภาพศพแขนหัก กรามแตก และมีแผลแตกที่ศีรษะ ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพตราด ได้พยายามปั๊มหัวใจยื้อชีวิต แต่ก็ไม่เป็นผล ขณะที่ลูกสาวที่ตามมาเห็นสภาพพ่อ ถึงกับช็อกกับเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียบิดา โดยร้องไห้อยู่ตลอดเวลาส่วนรถจักรยายนตร์ผู้ตายเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ หมายเลขทะเบียน กจท 968 ตราด ติดอยู่กับรถกระบะ มาสด้า หมายเลขทะเบียน นก 2026 นครสวรรค์ คนขับเป็นพนักงานห้างแห่งหนึ่งในจ.ตราด ซึ่งสภาพรถทั้ง 2 คัน พังเสียหายไม่สามารถขับต่อได้ญาติผู้ตาย กล่าวว่า นายถนอมขี่รถออกจากบ้านและกำลังข้ามมายังถนนอีกฝั่ง เพื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลตราด ก่อนจะถูกรถกระบะชนเสียชีวิตสลดด้านผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า รถจักรยานยนต์ขี่ออกจากซอยตัดหน้าคู่กรณีก่อนถูกรถยนต์กระบะพุ่งชนกลางลำและลากรถจักรยานยนต์ไปไกลกว่า 30 เมตร ขณะที่ผู้ตายกระเด็นตกกระแทกพื้นจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ร.ต.ต.ณัฐภัทร์ ศรีทา ร้อยเวร สภ.เมืองตราด จะเรียกคนขับรถยนต์กระบะและผู้เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำอีกครั้งเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

หมากัดกัน เป็นเรื่องบานถึงโรงพัก “3พิตบูล”รุมฝังเขี้ยว”พันทาง” แผลเหวอะทั้งตัว-เย็บ50เข็ม เจ้าของ2ฝ่ายเคลียร์กันไม่จบ

พิตบูลรุม- สภาพ”เจ้าช็อปเปอร์” สุนัขพันทาง ของน.ส. สุดารัตน์ อบอุ่น ถูกสุนัข พิตบูล 3 ตัวรุมขย้ำเป็นแผลเหวอะทั้งตัว ต้องเย็บถึง 50 เข็ม เจ้าของ 2 ฝ่ายตกลงค่ารักษากันไม่ได้ ผู้เสียหายเลย เข้าแจ้งความไว้ที่ สน. บางเขน เมื่อ 22 ม.ค.

หมากัดกันจนเป็นเรื่อง หญิงสาวขึ้นโรงพักบางเขน แจ้งความ หมาพันทางที่เลี้ยงไว้ โดนหมาพิตบูล 3 ตัวของเพื่อนบ้านรุมขย้ำเหวอะทั้งตัว เย็บ 50 เข็ม ระหว่างน้าชายจูงเดิน ไปไว้ที่บ้านอีกหลัง เผยตอนเดินผ่านบ้านก็ไม่มีอะไร แต่พอจะถึงบ้าน ทั้ง 3 ตัว วิ่งออกมาจากบ้าน ไล่ตามมารุมกัด ก่อนที่เจ้าของหมาจะตามมาดึงกลับไป เผยหมดค่ารักษาไป 15,000 แต่คู่กรณีจะจ่ายแค่ 3,000 สุดท้ายคุยไม่รู้เรื่อง เจ้าตัวจะนำคดีไปฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหายต่อไป

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สน.บางเขน น.ส.สุดารัตน์ อบอุ่น อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง เข้าพบร.ต.อ.จตุพงศ์ อาจหาญ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน เพื่อลงบันทึกประจำวันร้องทุกข์ว่า สุนัขพันทางชื่อเจ้าช็อปเปอร์ อายุ 5 ปี ที่เลี้ยงเอาไว้ ถูกสุนัขพันธุ์พิตบูลจำนวน 3 ตัวของเพื่อนบ้าน รุมกัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเย็บแผลถึง 50 เข็ม แต่ไม่สามารถตกลงค่าเสียหายกับทางเจ้าของสุนัขพิตบูลได้

น.ส.สุดารัตน์ เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 17.00 น. ของวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา ภายในซอยวัดศิริพงศ์ ธรรมนิมิต แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. โดยทุกวันในช่วงเช้าน้าชายของตน จะต้องจูงเจ้าช็อปเปอร์ ออกจากบ้านพักซึ่งเปิดเป็นร้านท่อไอเสียรถยนต์ เพื่อเอาไปเลี้ยงที่บ้านอีกหลัง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร เนื่องจากมีพื้นที่กว้างกว่าที่ร้าน จากนั้นช่วงเย็นหลังจากปิดร้านก็จะนำเจ้าช็อปเปอร์กลับมานอนที่เดิมเป็นประจำทุกวัน

น.ส.สุดารัตน์ เปิดเผยต่อว่า วันที่เกิดเหตุขณะน้าชายกำลังจุงเจ้าช็อปเปอร์เดินผ่านบ้านที่เลี้ยงสุนัขพิตบูลเอาไว้ อยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร โดยใกล้จะถึงบ้านอยู่แล้ว จู่ๆ สุนัขพิตบูล 3 ตัว ก็วิ่งออกมาจากประตูบ้าน ตามเข้ามารุมกัดเจ้าช็อปเปอร์จนบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่เจ้าของหมาพิตบูลจะวิ่งตามมาแยกหมากลับเข้าบ้านไป จากนั้นทางบ้านรีบนำตัวเจ้าช็อปเปอร์ส่งโรงพยาบาล โดยสัตวแพทย์ต้องเย็บแผลที่บริเวณลำตัว 30 เข็ม หูข้างขวา 6 เข็ม ขาหน้าข้างขวา 9 เข็ม ขาหน้าข้างซ้าย 4 เข็ม ขาหลังข้างซ้าย 3 เข็ม และยังต้องมีการรักษาพยาบาลต่อเนื่องอีก รวมแล้วค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท แต่คาดว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมดจนหายดีจะไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท

โดยทางตนได้เจรจาเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากคู่กรณี แต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงมาตลอด จึงเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา

“วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนัดให้มาเจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี แต่ก็ตกลงกันไม่ได้เพราะเขาเสนอเงินให้เพียง 3,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการรัษาต่อเนื่อง หลังจากนี้จึงจะดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายตามกฎหมายต่อไป” น.ส.สุดารัตน์กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สืบจากเฟซบุ๊ก!! สส.บก.น.2จับคดีค้างเก่า-แก๊งทุบกระจกรถตำรวจเชียงราย

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 27 ต.ค. พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.บก.น.2 พร้อมด้วยพ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ธนากร อ่อนทองคำ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.กิตติ์ ยังมี สว.สส.บก.น.2 และเจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.2 และกก.สส.3 บก.สส.บช.น.

ร่วมนำกำลังเข้าจับกุมนายชัยวัฒน์ ปรางมาศ หรือ “โหน่ง รามคำแหง” อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 404/26 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่จ.1139/2559 ลงวันที่ 19 ต.ค.2559 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นนั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและทำให้เสียทรัพย์

s__77242372โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าสมาคมศูนย์กีฬาศิวนารถ เลขที่ 148/8 หมู่ 4 ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ต.ค. คนร้ายก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ของพ.ต.ท.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง รอง ผกก.ตม.จ.เชียงราย โดยจอดไว้บริเวณลานจอดรถหลังร้านอินทนนท์ ถ.สุขาภิบาล 5 ซอย 26 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ซึ่งทราบภายหลังว่ามีทรัพย์สินสูญหายหลายรายการ ประกอบด้วย พระเลี่ยมทองหายากกว่า 30 องค์, เงินสด 1.5 แสนบาท, นาฬิกาโรเล็กซ์ 1 เรือน รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาทs__77242373จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 2 ราย ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียนเป็นยานพาหนะ ก่อนนำภาพวงจรปิดประชาสัมพันธ์ทางเพจเฟซบุ๊ก “สืบสวนนครบาล 2” ทำให้ทราบเบาะแสมากยิ่งขึ้น กระทั่งทราบว่านายชัยวัฒน์ เป็นหนึ่งในคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ และหลบหนีซ่อนตัวอยู่ที่ จ.นครนายก จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวนนายชัยวัฒน์รับสารภาพว่า ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง ก่อนมารวมกลุ่มกับเพื่อน 5 คน ตั้งชื่อแก๊งว่า “JAKHOO” พากันออกตระเวนลักทรัพย์ โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนและเลือกรถที่เจ้าของจอดทิ้งไว้แล้วลงไปรับประทานอาหารตามร้านต่างๆที่ไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยดูแลซึ่งทำมาแล้ว 5-6 ครั้ง ประกอบด้วย ย่านสายไหม บางเขน คันนายาว และหัวหมาก ได้ทรัพย์สินจะนำมาแบ่งกันก่อนเอาเงินไปเที่ยวเตร่ และซื้อยาเสพติดมาเสพs__77242374นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนลงมือกับนายกบ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) ซึ่งตนเป็นคนขับ ส่วนนายกบ เป็นคนใช้ไขควงงัดกระจกรถ เมื่อได้ทรัพย์สินก็พากันหลบหนี กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามทรัพย์สินของผู้เสียหาย ก่อนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮือฮาเต่าใหญ่เดินตาม!! จนท.เทศกิจอุ้มกลับ พบกระดองลายพระสมเด็จ-แห่ขอเลขเด็ด(คลิป)

วันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายปั่น รักศิริ อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลตำบลพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ว่าได้มีเต่าขนาดใหญ่เดินตามตนเอง ขณะที่กำลังออกตรวจความสงบเรียบร้อยบริเวณถนนสายสระเพลง ในเขตเทศบาลตำบลพิมาย จึงเชื่อว่าเจ้าเต่าตัวดังกล่าวต้องการที่จะมาอยู่ด้วย และต้องการที่จะให้โชคลาภ ตนเองจึงตัดสินใจอุ้มมาอยู่ด้วยที่สถานีดับเพลิง เทศบาลตำบลพิมาย จนกระทั่งมีชาวบ้านทราบข่าว ต่างมามุงดูเต่าตัวดังกล่าว พร้อมกับบอกตนเองว่าที่กระดองของเต่านั้นมีลวดลายคล้ายกับพระสมเด็จอยู่บนกระดองหลายองค์ ทำให้ชาวบ้าน แห่นำแป้งมาโรยที่บริเวณกระดองเต่า เพื่อหาเลขเด็ด โดยจากการวัดความยาวของเต่า ตั้งแต่หัวถึงหาง มีความยาว 50 เซนติเมตร วัดเส้นผ่าศูนย์กลางของกระดองเต่าได้ประมาณ 15 เซนติเมตร มีน้ำหนักเกือบ 10 กิโลกรัม201609261600271-20041020133805จากการสอบถาม นายปั่น รักศิริ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ที่ 1 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลตำบลพิมาย ผู้นำเต่าตัวขนาดใหญ่ตัวนี้มา เล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนและเพื่อนๆ ร่วมงานได้ออกตรวจความเรียบร้อย ด้วยรถยนต์ไปในเขตเทศบาลตำบลพิมาย เมื่อมาถึงบริเวณถนนสายสระเพลง ทางไปไทรงาม ตนจึงมองเห็นเต่าตัวดังกล่าวอยู่กลางถนนไม่ยอมเดินไปไหน ตนได้ลงจากรถเพื่อจะไปยกออกจากถนน พอตนลงไปถึง เต่าตัวดังกล่าวก็คลานเข้ามาหาตน เหมือนกับว่าอยากมาอยู่ด้วย201609261600274-20041020133805เมื่อตนเองอุ้มเต่าออกมาไว้บริเวณไหล่ทาง เจ้าเต่าตัวดังกล่าวก็ได้เดินตามมายังรถยนต์ตรวจการณ์ที่ขับออกมาจุดดังกล่าวอย่างช้าๆ เนื่องจากเกรงว่าจะมีรถที่สัญจรไปมาเหยียบ และเมื่อตนหยุดรถเจ้าเต่าตัวดังกล่าวก็ยังคงเดินมาหาที่รถยนต์ ตนจึงตัดสินใจอุ้มเจ้าเต่าตัวนั้นกลับมาที่สถานีดับเพลิง จนกระทั่งเมื่อชาวบ้านพอทราบข่าวก็แห่กันมาดูเต่าตัวขนาดใหญ่ บางคนก็ได้นำแป้งมาทาตามกระดองเต่า เพื่อหาเลขเด็ด นำไปเสี่ยงโชคตามความเชื่อของชาวบ้าน201609261600272-20041020133805201609261600275-2004102013380513362896681336289714l

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรสนามกีฬาอาละวาด ย่องกดรีโมตกุญแจ ปลดล็อกรถ ก่อนเปิดประตูฉกทรัพย์หนีลอยนวล

วันที่ 15 ก.ย. ร.ต.อ.วิทยา ศรีถม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุคนร้ายลักทรัพย์ภายในรถยนต์ ภายในสนามกีฬาจังหวัดระนอง ขณะผู้เสียหายมาออกกำลังกายในช่วงเย็น จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ201609152154452-20120716160851ที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถยนต์ใกล้รั้วสนามฟุตบอล พบน.ส.พรสวรรค์ สุขกมล หรือเจ๊ไก่ อายุ 44 ปี เจ้าของแพปลาปากน้ำระนอง เจ้าของรถยนต์ฮอนด้า สเตปวากอน สีดำ หมายเลขทะเบียน กฒ 1176 กรุงเทพมหานคร ยืนรอให้การพร้อมกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาออกกำลังกาย แล้วนำกุญแจรถแขวนทิ้งไว้บนหัวเสารั้วสนามฟุตบอล ซึ่งอยู่ห่างรถยนต์เพียง 10 เมตร แล้วไปออกกำลังกาย ระหว่างนั้นก็ได้ยืนเสียงสัญญาณกันขโมยรถดัง จึงหันไปดูก่อนหยิบกุญแจเดินไปที่รถ แต่พอดึงประตูกลับพบว่าประตูปิดไม่สนิท ทั้งที่จำได้ว่าหลังลงรถก็ปิดประตูสนิทแน่นอน201609152154574-20120716160851“จึงรีบตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถพบว่ากระเป๋าสตางค์ยังอยู่ แต่เงินสดภายในหายไปประมาณ 20,000 บาท ซึ่งคนร้ายเลือกเอาแต่แบงก์ 1,000, 500 และ 100 บาทเท่านั้น ส่วนแบงก์ 20 บาท ยังอยู่ครบ คนร้ายไม่แตะต้องแต่อย่างใด ก่อนแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีนายสุรศักดิ์ จรรยา อายุ 46 ปี พ่อค้าไก่หมุน ถูกคนร้ายขโมยพวงกุญแจรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ไปเท่านั้น แต่คาดว่ายังไม่ได้ลงมือเพราะเสียงสัญญาณกันขโมยรถตนดังขึ้นเสียก่อน คนร้ายจึงหลบหนีไป” นางพรสวรรค์ กล่าว201609152154451-20120716160851เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายน่าจะแฝงตัวมาออกกำลังกายในสนามกีฬา และทราบว่าเหยื่อส่วนใหญ่จะเก็บทรัพย์สินไว้ในรถ และนำเฉพาะกุญแจติดตัวไป บางส่วนก็เอาไปวางรวมกันไว้บนหัวเสารั้วสนามฟุตบอล ก่อนที่คนร้ายจะอาศัยจังหวะที่เจ้าของรถเผลอ แอบกดกุญแจรีโมต เพื่อปลดล็อกประตูรถยนต์ เมื่อสัญญานไฟกันขโมยกระพริบ คนร้ายจะทราบทันทีว่าเป็นรถยนต์คันไหน ก่อนจะเข้าไปรื้อค้นเอาทรัพย์สินของบมีค่า แต่กรณีของนางพรสวรรค์ นั้นคาดว่าขณะคนร้ายปิดประตูรถยนต์ แต่ปิดประตูไม่แน่น แล้วกดรีโมตเพื่อล็อกประตูรถ เสียงสัญญานกันขโมยจึงร้องดังขึ้น คนร้ายจึงรีบเดินหนีออกจากจุดเกิดเหตุทันที นอกจากนี้ยังมีพยานที่เห็นเหตุการณ์สามารถจดจำใบหน้าของคนร้ายได้ ว่าเป็นวัยรุ่น อยู่ในชุดเสื้อคล้ายชุดพละของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบ เพื่อหาคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จนท.ราชภัฏดับสยองคาซากรถ หลังโดนเก๋งแต่งซิ่งแซงไม่พ้นชนประสานงาพังยับ (คลิป)

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณถนนสายลพบุรี-บ้านแพรก หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง แพทย์จาก รพ.พระนารายณ์มหาราช เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบนถนนสายลพบุรี-บ้านแพรกดังกล่าว พบรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นเซฟีโร่ สีแดง ทะเบียน ฆบ-3741 กรุงเทพมหานคร ลักษณะแต่งซิ่ง ชนกับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า สีบอร์นเงิน ทะเบียน กท5868 ลพบุรี อย่างรุนแรง ในสภาพรถทั้งสองคันพังยับเยิน

ตรวจสอบมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บชื่อนายธวัช สุวรรณไชยา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 121หมู่ 1ต.นายาว อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี คนขับรถนิสสัน ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นคนขับรถโตโยต้าทราบชื่อคือน.ส.เบญจมาภรณ์ นิยมจันทร์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 11 ต.หัวสำโรง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง สภาพศพเสียชีวิตคาที่ร่างติดอยู่กับพวงมาลัย

จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.สุวิทย์ หลวงชัย รองสารวัตร(สอบสวน) ทราบว่า รถยนต์ยี่ห้อนิสสันได้ขับออกมาจากสี่แยกไฟแดงด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุแซงรถคันหน้าแต่ไม่พ้น จึงได้ชนประสานงากับรถของอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏอย่างจัง ขณะนี้ร้อยเวรติดต่อประสานญาติของอาจารย์ ที่เสียชีวิตแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิประทึก!กระบะแหกโค้งพุ่งชนคนเดินตลาดกวาดรถจยย.พังยับ

 เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ร.ต.อ.ธวัช หนอสิงหา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์แหกโค้งพุ่งเข้าชนร้านค้าตลาดนัดลุงเชาว์ บริเวณถนนทับมา -เขาโบสถ์ ต.ทับมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย คนขับรถคันก่อเหตุขาหักนำส่งรพ.ระยอง

ตรวจสอบทราบชื่อคนขับคือ นายนิคม จำปาสุข อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/6 หมู่ 4 ต.สะตรอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ได้รับบาดเจ็บขาหักทั้งสองข้าง ส่งรพ.ระยอง เป็นผู้ขับขี่รถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีขาว ทะเบียน กว5147 ระยอง ในสภาพที่พังยับชนเข้าไปในตลาดมีข้าวของเสียหาย หลังคาและเสาตลาดพังลงมา และพบว่ารถที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าวพังเสียหายหลายคัน มีรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ทะเบียน ผอ 3543 นครราชสีมา รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน บบ 1687 ระยอง รถจักรยานยนต์ อีก 9 คัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย คือ น.ส.นวลทิพย์ สังวาลวงศ์ อายุ 30 ปี นายสงวน ภูชุมชื่น อายุ 44 ปี น.ส.มะลิ สระทองแพ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่นำส่งรพ.ระยอง ซึ่งเป็นผู้ที่มาเดินซื้อของในตลาดสด ส่วนอีก 2 รายได้บาดเจ็บเล็กน้อย สำหรับถนนเส้นดังกล่าวเป็นช่วงทางโค้ง มีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ชัดเจน กับรถคันก่อเหตุที่ขับขี่มาด้วยความเร็วสูงในช่วงทางโค้ง ทำให้เสียหลักเบรกไม่อยู่แหกโค้งพุ่งเข้าชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนนหน้าตลาด และคนเดินเท้าที่มาซื้อของในตลาดได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ผวาทั้งตึก!! กันสาดแมนชั่นย่านประดิพัทธ์ถล่ม-หล่นทับเก๋ง8คันพังยับเยิน

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. นายคณิต ชุ่มช่วย เจ้าพนักงานเทศกิจปฎิบัติการ (หัวหน้างานตรวจและบังคับการ) รับแจ้งเหตุหลังคากันสาดหล่นทับรถ ภายในโนเบิล แมนชั่น ซอยประดิพัทธ์ 23 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจสำนักเขตพญาไทกรุงเทพมหานคร ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 10 ชั้น บริเวณลานจอดรถด้านข้างอาคาร พบหลังคากันสาดชนิดปูนความยาว 20 เมตร หลุดลงมาทั้งแผง รถยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 8 คัน แบ่งเป็นรถเก๋ง 6 คัน และรถกระบะ 2 คัน

ทั้งนี้ มีรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก 3 คัน ประกอบด้วย รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นมิราจ สีดำ ทะเบียน ฆม 9249 กรุงเทพมหานคร พังยับเยินทั้งคัน, รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กท 8308 กาญจนบุรี เสียหายพังยับเยินตั้งแต่ช่วงกลางถึงด้านท้าย จนด้านหน้ายกและยางล้อหลังด้านขวาแตก, และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นออลนิว ยาริส สีขาว ทะเบียน 3 กค 1832 กรุงเทพมหานคร เสียหายมากกว่าครึ่งคัน ยางล้อหลังด้านขวาแตกละเอียด ที่เหลือถูกหลังคากันสาดทับบริเวณด้านท้ายรถ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำเทปกั้นเขตอันตรายมาปิดกั้นไว้เพื่อกันผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาบริเวณจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

น.ส.กชพร พงษ์วิทยาภานุ อายุ 27 ปี พนักงานต้อนรับของโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งย่านราชดำริ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 20.30 น. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนนอนหลับอยู่ภายในแมนชั่น ได้ยินเสียงดังคล้ายฟ้าผ่าอย่างแรง พร้อมทั้งมีเสียงสัญญาณกันขโมยของรถดังสนั่น แต่ตนไม่ได้เอะใจ คิดว่าฝนตก จากนั้นตนตื่นเวลา 22.30 น. เพื่อจะออกไปรับประทานอาหารด้านนอกก็ต้องถึงกับผงะเมื่อเห็นรถโตโยต้า รุ่นยาริส ทะเบียน กท 8308 กาญจนบุรี ของตนเสียหายพังยับเยิน โชคดีที่วันนี้ไม่ได้ออกไปทำงาน รวมทั้งไม่ได้มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ด้านนายคณิต เผยว่า หลังรับแจ้งตนจึงรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ พร้อมเจรจากับฝ่ายนิติบุคคลของแมนชั่น ก่อนได้รับข้อมูลว่าสาเหตุที่กันสาดถล่มลงมาอาจเป็นเพราะเรื่องอายุการใช้งานนานแล้ว เนื่องจากตึกดังกล่าวสร้างมากว่า 20 ปี ทั้งนี้เจ้าของตึกพร้อมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด แต่ให้เจ้าของรถผู้เสียหายไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.บางซื่อ พรุ่งนี้จะประสานเจ้าหน้าที่กรมโยธาเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ลำเลียงศพ 3 นักบินถึงรพ.ที่ชลบุรีแล้ว เตรียมขึ้นเครื่องบินกลับกทม.

 เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. นายสัมพันธ์ ผลโพธิ์ หน.อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง กล่าวว่า ขณะนี้ได้ลำเลียงศพน.ต.พสิษฐ์ เตชะเสน นักบิน รอ.อลงกรณ์ จันทร์กระจ่าง นักบิน และพ.อ.อ.วิสุทธิ์ พุทธรักษา ช่างประจำเฮลิคอปเตอร์ ลงมาถึงบริเวณบ้านหนองระกำ และได้มีการเปลี่ยนแผนนำศพทั้งทหารทั้งสามนายไปขึ้น ฮ.ของกองทัพอากาศ ที่เตรียมรออยู่ที่ลานจอดฮ.หนองเจ็กสร้อย ต.พวา อ.แก่งหางแมว จันทบุรี เพื่อเคลื่อนศพไปยัง กทม.เพื่อบำเพ็ญกุศลต่อไป ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและญาติพี่น้องรวมถึงเพื่อนทหารที่มารอรับ  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แยกหนองเจ๊กสร้อย ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี พี่น้องประชาชนมารอส่งขบวนศพ 3 นักบิน ทอ. ซึ่งเสียชีวิตจากฮ.ตกพื้นที่ ป่าในอุทยานแห่งชาติ เขาชะเมา-เขาวง ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ขบวนจะเคลื่อนออกไปถนนสุขุมวิท ตรงไปสนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง  มีการเคลื่อนขบวนศพทางรถยนต์ด้วยรถตู้ของรพ.จำนวน 3 คัน มุ่งสู่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติร์ จ.ชลบุรี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แกลง ระยอง ร่วมนำขบวนเคลื่อนศพ เพื่อส่งต่อไปยัง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เพื่อทำการตกแต่งศพและดำเนินการต่อไปเคลื่อนย้ายศพไปยังสนามบินอู่ตะเภาเพื่อขึ้น ฮ.ของกองทัพอากาศสู่สนามบินดอนเมือง กทม.ต่อไปก่อนหน้านี้ เวลา 18 40 เครื่องบินลำเลียง แบบ ที่ 8 (C130 ) หมายเลข 7 ได้ถึงสนามบิน อู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง บริเวณหน้าฝูงบินอิสระปฎิบัติราชการสนาม 106 กองทัพอากาศเพื่อเตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายร่าง 3 บิน ฮ.ตก โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา พระภิกษุ พ่อแม่ญาติพี่น้องของทหารที่เสียชีวิต และกองทหารเกียรติยศจำนวน 1 กองร้อยมารอเตรียมพร้อมรับศพ 3 ทหารกลับไปดำเนินพิธีทางศาสนาที่ กทม.

ที่มา>>>ข่าวสด

นักศึกษาขี่จยย.ส่งเพื่อนกลับหอพัก หลบหลุมเสียหลัก พุ่งชนรถยนต์ดับ 2 ศพ

เมื่อเวลา 05.00 นของวันที่ 26 มิถุนายน 2559 ร.ต.อ.อธิรัตน์ สุริยะฉาย  รองสารวัตรเวรสอบสวนสภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับจยย. มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบริเวณถนนริมคลองชลประทานหมู่ 7 ต.หนองปากโลง อ.เมืองนครปฐม หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรรพ. ศูนย์นครปฐม เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ ในที่เกิดเหตุพบศพนายอานันท์ ปึงศิริเจริญ อายุ 19 ปี ชาวต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี สภาพศพนอนหงายเสียชีวิตจอมกองเลือดอยู่กลางถนน กะโหลกแตกแขนขาหัก ใกล้กันพบศพน.ส.จุฑามาส แก้วไทรอินทน์ อายุ 19 ปี ชาวต.นิลเพชร อ.บางเลน จ.นครปฐม ผู้ตายทั้งสองคนเป็นนักศึกษาชั้นปี 1 สาขาการบริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมห่างกันเล็กน้อยพบรถจยย.ยามาฮ่า ฟีโน่  สีขาว หมายเลขทะเบียน  ขทล   974 นครปฐม สภาพรถพังยับเยินล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กับรถยนต์กระบะ อีซูซุ แค็ป สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บม 5852 นครปฐม สภาพหน้ารถพังยับเยินกันชนหลุด  จากการสอบถามนายประเสริฐ  ศรีสำคัญ  อายุ 53  ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 5 ต.หันตา อ.หันคา จ.ชัยนาท  คนขับรถยนต์กระบะ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถมาทางตรงเพื่อมุ่งหน้าเข้าเมืองนครปฐม ขณะที่มาถึงจุดเกิดเหตุนั้นได้มีรถจยย.ของผู้ตายทั้งสองคนขี่ซ้อนท้ายสวนทางมา จากนั้นรถจยย.ของผู้ตายเกิดเสียหลักเซเข้ามาในเลนของตน ทำให้ตนไม่สามารถเบรคได้ทันจึงทำให้ชนอย่างจังเป็นเหตุให้ผู้ตายทั้งสองกระเด็นตกจากรถเสียชีวิตดังกล่าว

หลังเกิดเหตุเพื่อนของผู้ตายได้เดินทางมาดูศพ ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้าพร้อมกับเปิดเผยว่าผู้ตายทั้งสองกลับจากเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง หลังจากเที่ยวเสร็จก็ได้แยกย้ายกันกลับ โดยนายอานันท์ ได้ขี่รถไปส่ง น.ส.จุฑามาสที่หอพัก  ซึ่งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 100 เมตร   คาดว่าขณะที่ขี่รถกลับมาอาจหักหลบหลุม หรือมีสุนัขวิ่งตัดหน้าก็เป็นได้ จึงทำให้เสียหลักพุ่งชนกับรถกระบะจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามต้องเจาะเลือดไปตรวจหาสารแอลกอฮอล์ ในส่วนของข้อเท็จจริงต้องรอการสอบสวนอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด