2 สาวขับเก๋งกลับจากสถานบันเทิง รถตัดหน้าหักหลบพุ่งเข้าร้านข้าวตามสั่งพังยับ

เมื่อเวลา 01.40 น. วันที่ 24 ส.ค. พ.ต.ต.สมาน อุปภัมถ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเข้าไปในร้านอาหารตามสั่ง เป็นตึก 2 ชั้น เลขที่ 101 ถ.เทศา 1 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองกำแพงเพชร

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน สีบรอนทอง ทะเบียน กพ9676 นครปฐม พุ่งชนประตูม้วนเหล็กที่ปิดอยู่ทะลุเข้าไปภายในบ้าน แล้วชนกับโต๊ะเก้าอี้ ตู้แช่เครื่องดื่มพังเสียหาย พบผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 2 ราย ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งและผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยกัน ทราบชื่อคือน.ส.มิเยาวดี สุโขมุด อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 ม.6 ต.ตระคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี สภาพบาดเจ็บที่ใบหน้าและตามลำตัวเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลกำแพงเพชร

สอบสวนคนขับรถเก๋งเบื้องต้น อ้างว่า ระหว่างกลับออกมาจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจ.กำแพงเพชร ขณะขับรถมาบนถนนดังกล่าว ได้หักพวงมาลัยหลบรถคันหน้า จากนั้นรถเก๋งที่ตนขับมาเสียหลังพุ่งชนเข้าไปในบ้านดังกล่าว

จากการสอบถามนายไพรฑูรย์ เรือนทอง อายุ 50 ปี เจ้าของร้าน กล่าวว่า ตนนอนหลับอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน โดยมีภรรยาและลูกอีก 3 คน ซึ่งได้ยินเสียดังคล้ายรถชนกัน จึงลงมาดูก็กับตกใจ เห็นรถเก๋งอยู่ภายในบ้านชนข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหาย หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว ได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับคนขับตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สยองโทลล์เวย์! ขับเก๋งอยู่ดีๆ เจอท่อนเหล็กปลิวทะลุกระจกรถ ปักคาที่แผงประตู

เป็นเรื่องที่น่าตื่นตระหนกอย่างยิ่ง เมื่อรถเก๋งคันหนึ่งขับอยู่บนโทลล์เวย์ ปรากฏว่ามีท่อนเหล็กกระเด็นใส่ทะลุกระจกหน้ารถเข้ามาเต็มๆ เดชะบุญที่คันขับไม่ได้รับอันตราย

โดยเรื่องดังกล่าวมาจากทวิตเตอร์ @iamruj ได้ทวีตภาพรถเก๋งนิสสันสีดำจอดอยูตรงด่านบนโทลล์เวย์ ปรากฏว่าที่กระจกหน้ารถมีท่อนเหล็กยาวเกือบ 1 เมตรทะลุคาอยู่ ปลายด้านหนึ่งปักอยู่กับประตูด้านซ็าย เศกกระจกกระจายเกลื่อนเบาะ

โดยผู้ทวีตระบุว่า “รถเพื่อน เกิดเหตุเกิดบนโทลเวย์เช้านี้ มันลอยมาจากฟ้า หาที่มายังไม่ได้ ขับขี่ปลอดภัยกันนะครับ”
ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์

ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์ดูรูปภาพบนทวิตเตอร์
ที่มา:ข่าวสด
สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

หายลึกลับนับเดือน ผอ.สาว ตามพบเก๋ง-ถูกขาย ซื้อ3ทอด-โผล่อู่ทำสี พ่อร้องตร.ศรีสะเกษ แฉปม”คนมีสี”ติดพัน หวั่นอุ้มไปฆ่าล้างหนี้

ลูกหาย – นายบุญมี อุ่นอ่อน ร้อง ทุกข์สื่อ กรณีน.ส.จุฑาภรณ์ ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ลูกสาวหายตัวปริศนาร่วม 1 เดือน แจ้งความตร.แล้วแต่คดีไม่คืบ หวั่นถูกกลุ่มคนมีสีอุ้มไปล้างหนี้

หายปริศนานับเดือน ผอ.สาว ฝ่ายกองการศึกษา อบต. ไม่รู้เป็นตายร้ายดี พ่อวัย 62 ปี ร้องตร. ศรีสะเกษ เร่งติดตามหาตัว เผยลูกสาวรู้จักกับคนมีสีนายหนึ่ง โอนเงินให้หลายครั้งรวมกว่า 3 แสนบาท มีประวัติติดพนันบอล หนี้สิน หวั่นถูกลวงไปฆ่าล้างหนี้ ตร.ตั้งชุดสืบสวนหาเบาะแส พบรถเก๋งไปซ่อมทำสีในอู่ที่อุบลราชธานี ถูกขายเปลี่ยนมือ 3 ทอด ฝ่ายผู้หญิงเป็นคนโอนลอย อีกทั้งพบความเคลื่อนไหวในโซเชี่ยลมีเดีย มุ่งปมเรื่องสัมพันธ์ส่วนตัว ทรัพย์สิน ไล่วงจรปิดหาตัว

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายบุญมี อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/1 หมู่ 3 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และนายบัวกัน อุ่นอ่อน อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 บ้านโนนเจริญ ต.เสาธงชัย น้องชายนายบุญมี ร้องเรียนว่า น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ เป็นลูกสาวนายบุญมี หายตัวไปพร้อมกับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเงิน ทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา หรือเกือบ 1 เดือน

นายบัวกันกล่าวว่า น.ส.จุฑาภรณ์ หลานสาวแต่งงานแล้ว สามีทำงานเป็นต้นหนเรือเดินทะเล มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 8 ขวบ โดยเช่าบ้านพักอาศัยอยู่ที่บริเวณด้านหลังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขากันทรลักษ์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค หลังจาก น.ส.จุฑาภรณ์ไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนอนุบาลแล้ว ช่วงตอนเย็นวันเดียวกัน น.ส. จุฑาภรณ์โทรศัพท์มาบอกนายบุญมีผู้เป็นพ่อว่าให้ไปรับลูกสาวให้ด้วย จากนั้น น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไป ไม่ยอมรับโทรศัพท์จากครอบครัวและญาติพี่น้องอีกเลย

อาน.ส.จุฬาภรณ์กล่าวต่อว่า ต่อมาวันที่ 20 ก.ค. หลังหายตัวไปนานหลายวัน นายบุญมีไปแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ ขอให้ตำรวจช่วยติดตาม น.ส.จุฑาภรณ์ด้วย โดยก่อนหน้านี้ มีนายทหารคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ใกล้เขาพระวิหาร และมีภรรยาอยู่แล้ว มารู้จักกับหลานสาว จากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากของหลานสาว พบว่ามีรายการโอนเงินเข้าบัญชีของแม่นายทหารคนดังกล่าวหลายครั้ง อีกทั้งหลานสาวเคยส่งไลน์มาขอให้ญาติพี่น้องโอนเงินให้ครั้งละ 20,000 บาทหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 300,000 บาท

ส่วนนายบุญมี พ่อน.ส.จุฑาภรณ์ กล่าว ทั้งน้ำตาว่าคิดถึงลูกสาวมาก ลูกไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน คาดว่าลูกสาวคงเสียชีวิตแล้ว ขาดการติดต่อมานาน 6 สัปดาห์แล้ว ลูกสาวอาจจะถูกอุ้มไปฆ่าล้างหนี้ เพราะเคยไปทวงหนี้กับคนมีสีคนหนึ่งที่ยืมเงินไปจำนวนมาก แล้วไม่ยอมคืน เนื่องจากคนมีสีดังกล่าวติดการพนันฟุตบอลอย่างหนัก และหนี้สินรุงรัง ขอให้ตำรวจช่วยติดตามลูกสาวด้วย หรือหากยังมีชีวิตอยู่ขอให้ติดต่อครอบครัวโดยด่วน พ่อแม่ญาติพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะลูกสาวคิดถึงแม่มาก นอนร้องไห้ทุกคืน

จากการสอบถามไปยัง พ.ต.อ.ฉัตรพัฒน์ แก้วจันดี ผกก.สืบสวน บก.ตำรวจภูธร จ.ศรีสะเกษ เกี่ยวกับการติดตามหาตัว น.ส. จุฑาภรณ์ โดย พ.ต.อ.ฉัตรพัฒน์กล่าวว่าชุดสืบสวนภาค 3 ร่วมชุดสืบสวน จ.ศรีสะเกษ สืบสวนอย่างเต็มที่ เพื่อตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ ขณะนี้ได้เบาะแสสำคัญหลายส่วนแล้ว เพื่อสรุปประเด็นว่าหายตัวไปเพราะสาเหตุใด อีกทั้งทราบเบาะแสว่ารถเก๋งของ น.ส.จุฑาภรณ์ ถูกโอนลอยเอาไว้ ไม่ทราบว่าเอาไปขายแล้วหรือไม่ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนอย่างเต็มที่เพื่อหาข้อเท็จจริงในประเด็นนี้

ขณะที่ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ศรีสะเกษ กล่าวว่าตั้งชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีแล้ว โดยเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้วกว่า 10 ปาก พบเบาะแสสำคัญรถเก๋งของ น.ส.จุฑาภรณ์ ไปทำสีที่อู่รถแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี สอบสวนคนที่นำรถมาระบุว่าซื้อผ่านนายหน้าคนหนึ่ง โดยไม่รู้ว่ารถมีคดีความอยู่ และทราบอีกว่ารถถูกขายเปลี่ยนมือเจ้าของเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยพบว่า น.ส.จุฑาภรณ์เซ็นโอนลอยรถ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวนายหน้าคนซื้อขายรถครั้งแรก เพื่อมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

ผบก.ศรีสะเกษกล่าวต่อขณะนี้ไม่มีรายงานว่า น.ส.จุฑาภรณ์ เสียชีวิต แต่จากการตรวจสอบพบว่าบัญชีผู้ใช้ต่างๆ ที่ใช้สำหรับเล่น โซเชี่ยลมีเดียของ น.ส.จุฑาภรณ์ ยังมีการ เคลื่อนไหวอยู่ เบื้องต้นตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว เรื่องทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบในทุกด้าน รวมถึงไล่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในทุกเส้นทางที่คาดว่าจะพบ น.ส.จุฑาภรณ์

ด้าน น.ส.กิตติวรา คำมุงคุล นักวิชาการการศึกษา ผู้ใต้บังคับบัญชา และนั่งทำงาน ติดกับน.ส.จุฑาภรณ์กล่าวว่า ไม่เคยมีเรื่องราวโกรธเคืองกับผู้ใด น.ส.จุฑาภรณ์เคยนำเอาเงินมาให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานยืม 20,000 บาท เคยได้ยินน.ส.จุฑาภรณ์บ่นเพียงว่า หมุนเงินไม่ทัน เนื่องจากว่าต้องนำเอาเงินไปใช้ก่อสร้างบ้าน

ขณะที่นายสุเรียน ปูพะมูล นายก อบต.ชำ กล่าวว่า ไม่มาทำงานตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. รวม 26 วันทำการ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ไม่มาทำงาน ขอให้ตำรวจติดตามหาให้พบตัวโดยด่วน สมาชิกอบต. และเจ้าหน้าที่ทุกคนห่วงใยสวัสดิภาพน.ส.จุฑาภรณ์ เป็นอย่างมาก

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

หวิดดับยกครัว! พ่อขับเก๋งจู่ๆ ยางระเบิด เสียหลักพุ่งข้ามเลน เสยปิกอัพตกถนน หลายท้องทั้งคู่

วันที่ 3 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำที่บริเวณบนถนนสายสุขประยูร (ชลบุรี-พนัสนิคม) ฝั่งขาเข้าพนัสนิคม หมู่ 8 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยไตรคุณธรรม ชลบุรี

ที่เกิดเหตุบริเวณข้างถนนพบรถเก๋งโตโยต้า โคโรล่า หมายเลขทะเบียน กพ 6580 ชลบุรี สภาพหงายท้อง ล้อด้านซ้ายหลุดออก โดยมีนายชัยรัตน์ สงวนวารี อายุ 46 ปี คนขับได้รับบาดเจ็บมีแผลแตกที่ใบหน้า ส่วนผู้โดยสารที่มาด้วยเป็นภรรยาและลูก ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ใกล้กันพบรถกระบะอีซูซุ หมายเลขทะเบียน ฒฬ 6087 กทม. สภาพหงายท้องเช่นกัน โดยในรถยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป้น 3 พ่อ-แม่-ลูก เจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

 จากการสอบถามนายชัยรัตน์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้พาครอบครัวจะมุ่งหน้าไปอำเภอพนัสนิคม พอขับมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ ยางรถเกิดระเบิด จนไม่สามารถที่จะบังคับรถเอาไว้ได้ ก่อนพุ่งข้ามเลนไปชนกับรถกระบะเข้าอย่างเต็มแรง จนทำให้รถทั้ง 2 คันตกลงไปข้างถนนดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหานายชัยรัตน์ ว่าขับรถประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิประทึก! เก๋งไฟลุกท่วมระเบิดสนั่น แรงบึ้มซัดนักดับเพลิงกระเด็น-ไฟคลอก

 เว็บไซต์ เร็นทีวี ของรัสเซียเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุเพลิงไหม้รถเก๋งบนลานจอดรถอพาร์ตเมนต์ ในเมืองโนวีอูเรนกอย ทางตะวันออกของรัสเซีย ทีมนักผจญเพลิงได้รับแจ้งเหตุ จึงรีบมาดับไฟในระยะประชิด แต่จู่ๆ เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ขณะเพลิงไหม้ลามไปถึงถังเชื้อเพลิง รถเก๋งก็เกิดระเบิดตูมเสียงดังสนั่น ไฟลุกโชนขึ้นบนท้องฟ้า เป็นเหตุให้นักผจญเพลิงถูกระเบิดอัดเข้าอย่างจัง แต่โชคดีที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ ก่อนฉีดน้ำควบคุมเพลิงได้อย่างปลอดภัย

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปสยอง!! นาทีเก๋งชนประสานงารถบรรทุก เห็นจะจะ 4 คนกระเด็นปลิวว่อน

 เว็บไซต์ ไลฟ์ ของรัสเซียเผยคลิปอุบัติเหตุสยองที่บันทึกมาจากกล้องหน้ารถบนถนนในเมืองโวโลโซโว ทางเหนือของรัสเซีย เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยรถเก๋งคันสีดำขับแซงแล้วพยายามกลับเข้าเลน แต่เกิดหมุนติ้วแล้วเสียการทรงตัว ก่อนชนประสานงากับรถบรรทุกที่วิ่งสวนมา จนผู้โดยสาร 4 คน ในรถเก๋งคนสีดำ กระเด็นออกมากระแทกพื้นถนนและรถเจ้าของกล้องวิดีโออย่างน่าสยดสยอง โดยผู้โดยสารและคนขับได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ถูกนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

ที่มา>>>ข่าวสด

หลวงตาวัย64ขับปิกอัพกลับวัด โดนเก๋งซิ่งปาดหน้าทางโค้ง รถเสียหลักลงข้างทางชนยับ

 เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 13 ก.ค. ศูนย์วิทยุพุทไธสวรรย์ จ.ลพบุรี รับแจ้งจากประชาชนว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นบริเวณโค้งหนองประดง บ้านท่าหลวง อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี ทางหลวงหมายเลข 2256 ถนนสายชัยบาดาล-ด่านขุนทด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ พร้อมทั้งได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน บท-3125 ลพบุรี เสียหลักตำลงข้างทาง โดยตอนหน้าของรถได้ชนกับตอไม้อย่างรุนแรง จนรถพังเสียหายทั้งคัน ภายในรถพบพระภิกษุได้รับบาดเจ็บ ศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ตามลำตัวชุ่มโชกไปด้วยเลือด สายเข็มขัดรัดคออยู่นอนร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่อาสาสามสมัครพุทไธสวรรย์ได้เร่งทำการช่วยเหลือจนสามารถออกมาจากซากรถได้ พร้อมทั้งได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะได้นำตัวพระภิกษุองค์ดังกล่าวส่ง รพ.ท่าหลวงเป็นการเร่งด่วน จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ขณะขับรถตามหลังมาว่า ขณะที่พระภิกษุขับรถมาตามถนนเส้นทางท่าหลวง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง ได้มีรถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนได้ขับปาดหน้าในทางโค้ง พระภิกษุได้หักหลบด้วยความตกใจกะทันหัน จนรถเสียหลักพุ่งตกลงข้างทางและได้ชนตอไม้อย่างจัง จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งทราบชื่อต่อมาชื่อพระภิกษุ ถวัลย์ คลังผา อายุ 64 ปี พระลูกวัดถ้ำเพ็ชรนาคา ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล ที่กำลังจะเดินทางกลับวัด

ที่มา>>>ข่าวสด

ปิกอัพพุ่งชนยับ 5 คัน ขวางทางยกระดับพระราม 9 ทำรถติดยาวหลายกิโลเมตร

วันที่ 21 มิ.ย. ร.ต.อ.วินิตย์ แสงศิลา รองสารวัตร (สอบสวน) สน.มักกะสัน รับแจ้งเหตุรถชนกันหลายคัน บนทางยกระดับพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. ทำให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร เนื่องจากรถที่ประสบอุบัติเหตุกีดขวางเส้นทางสัญจร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจ สน.มักกะสัน และเจ้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุบนทางยกระดับพระราม  9 ขาเข้าฝั่งมุ่งหน้าดินแดง ช่วงแยกผังเมือง พบรถกระบะมิตซูบิชิ สตาร์ด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน ณฉ 3704 กทม. สภาพหน้ารถพังยับ มีนายเทวินทร์ จิตต์ถวิล อายุ 35 ปี เป็นคนขับ และด.ช.ภูผา จิตต์ถวิล 9 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ใกล้กันพบรถเก๋งโตโยต้า วิช สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน สล 1092 กทม. ถูกเบียดติดกับแบริเออร์ โดยมีนางสุชาดา ตั้งศรีไพโรจน์ อายุ 47 ปี เป็นคนขับ นอกจากนี้ยังพบรถแท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีเขียวเหลือง ทะเบียน มฉ 5686 กทม. รถพังเสียหายทั้งคัน โดยมีนายมั่นเศรษฐ์ เดชวงษ์พันทา อายุ 62 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะ น.ส.ปนิตา ด๊ะศิริ อายุ 36 ปี และน.ส.สิรภัสสร สินบุตร อายุ 18 ปี ผู้โดยสารที่นั่งมากับแท็กซี่ ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีรถได้รับความเสียหายเล็กน้อยอีกสองคัน เจ้าหน้าที่จึงนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลจากการสอบถามนางสุชาดา กล่าวว่า ตนกำลังขับรถกลับบ้าน จนมาถึงที่เกิดเหตุรถบริเวณดังกล่าวรถมีการชะลอตัวอยู่บนทางต่างระดับ แต่จู่ๆ รถตนก็ถูกกระแทกฝั่งซ้ายอย่างแรงไปเบียดกับขอบแบริเออร์ จนประตูฝั่งคนขับเปิดได้ จากนั้นจึงพยามตั้งสติแล้วเปิดกระจกรถปีนออกมา ก็พบว่ามีรถถูกชนได้รับความเสียหายหลายคัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นจึงมีพลเมืองดีและเจ้าหน้าเข้าให้ความช่วยเหลือดังกล่าวด้าน ร.ต.อ.วินิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้น จากการสวนผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่มีรถจอดติดอยู่บนทางต่างระดับพระราม 9 ได้มีกระบะกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ พุ่งเข้ามาชนท้ายรถแท็กซี่อย่างแรง เป็นเหตุให้รถแท็กซี่หมุนไปกระแทกรถโตโยต้าที่จอดอยู่ด้านข้าง และรถที่จอดอยู่ด้านหน้าอีกสองคัน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 5 ราย เบื้องต้นยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหากับใคร ต้องรอสอบสวนผู้ได้รับบาดอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สืบจากจีพีเอส! เจ้าของร้านรถเช่าตามเจอรถหาย เผยโดนจำนำ-สวมทะเบียนปลอม

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. ที่สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง ร.ต.อ.ปฏิยุทธ ป้องไธสง รองสารวัตรตำรวจทางหลวงลำปาง ควบคุมตัวนายชนาธิป ฤทธิ์เดช อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 255 หมู่ 9 ต.เหมืองหม้า อ.เมือง จ.แพร่ มาสอบสวน พร้อมยึดรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน ญฐ 5291 กรุงเทพมหานคร มาตรวจสอบ สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจาก น.ส.ศิรินภา บุญเพิ่มพูล อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152 ม.11 ต.หนองแหย่ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เจ้าของ หจก.มีโชคคาร์เรนท์ ตั้งอยู่ในปั๊ม ปตท.ป่าขาม ถ.ลำปาง-งาว ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเปิดบริการให้เช่ารถยนต์ว่ารถยนต์ที่เช่าจากร้านของตน เป็นรถเก๋งยี่ห้อมิซซูบิชิ สีขาว ทะเบียน ขฉ 7972 เชียงใหม่ มีผู้มาขอเช่าไป แต่เมื่อครบกำหนดกลับไม่เอารถมาคืน และไม่จ่ายเงินค่าเช่า

น.ส.ศิรินภา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ม.ค. นางกิติชา ธีรกุล อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 188/4 หมู่ 8 ต.สูงเม่น อ.สูงเม่น จ.แพร่ มาเช่ารถคันดังกล่าว พร้อมทำสัญญาเช่าวันละ 1,300 บาท แต่เมื่อหมดสัญญากลับไม่นำรถมาคืน และไม่ติดต่อมาเลย กระทั่งวันที่ 26 พ.ค. ตนติดตามรถจากจีพีเอสที่ติดตั้งไว้ ก็พบว่ารถอยู่บริเวณสี่แยกประตูชัย ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่ และพบนาชนาธิปเป็นผู้ครอบครองรถ จึงให้นายชนาธิปนำรถไปตกลงพูดคุยกันที่ สภ.เมืองแพร่  โดยนายชนาธิปรับสารภาพว่า รับจำนำรถคันนี้มาในราคา 80,000 บาท จากนั้นขอตัวออกมาโทรศัพท์และขับรถหลบหนีไป น.ส.ศิรินภา กล่าวว่า ต่อมาวันที่ 27 พ.ค. ตนแจ้งความกับ ร.ต.อ.จักรตุลย์ ทองกิ่ง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง ให้ดำเนินคดีกับนางกิติชา ข้อหายักยอกทรัพย์รถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีขาว ทะเบียน ขฉ 7972 เชียงใหม่ ราคารวม 450,000 บาท จากนั้นได้พยายามติดตามทวงคืนรถ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมาวันที่ 2 มิ.ย. ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองแพร่ ให้ติดตามรถของตนเอง คันที่นายชนาธิปขับหลบหนีไป

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า กระทั่งวันที่ 15 มิ.ย. น.ส.ศิรินภาจับสัญญาณจีพีเอสของรถได้ที่บริเวณถนนสายลำปาง-เชียงใหม่ ทางลงดอยขุนตาล ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งประสานตำรวจทางหลวงขุนตาลสกัดรถคันดังกล่าวไว้ได้ ก่อนนำมาตรวจสอบที่สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 5 พร้อมประสานเจ้าของรถเข้าร่วมตรวจสอบ เพื่อยืนยันเป็นรถของตนเองที่ให้เช่าไปจริงหรือไม่ โดยน.ส.ศิรินภายืนยันว่าเป็นรถของตน แต่ทะเบียนรถถูกเปลี่ยนจากป้ายทะเบียนเดิม ขฉ 7972 เชียงใหม่ เป็น ญฐ 5291 กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ป้ายภาษีที่ติดอยู่หน้ารถ ยังเป็นหมายเลขทะเบียนเดิม คาดว่าการป้ายทะเบียนปลอมเพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงนำส่ง สภ.เมืองลำปาง เพื่อตรวจสอบและสอบสวนผู้เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบหนุ่มเขมร ลอบขนกระเป๋า-รองเท้าละเมิดลิขสิทธิ์ จ่อส่งขาย กทม.

เจ้าหน้าที่ทหารพราน สนธิกำลังตำรวจ สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สกัดจับหนุ่มเขมรขับเก๋งคัมรี่ ลักลอบขนกระเป๋า-รองเท้าแบรนด์กีฬาชื่อดังละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 300 ชิ้น มูลค่าหลายแสนบาท ส่งเข้าขายใน พื้นที่ กทม.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 พ.ค. 59 พ.ท.สมเจตน์ ผลประเสริฐ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา และ ร.อ.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1204ฯ ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว พร้อมชุดสืบสวน ตร.สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมกันเข้าทำการดักซุ่มจับกุมขบวนการลักลอบขนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จากเขมรเข้ามาในประเทศไทย บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังสืบทราบว่าขบวนการค้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ชาวเขมร ซึ่งถูก ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา (หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) ทำการสกัดกั้นการลักลอบนำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จากเขมรเข้าประเทศไทยทุกเส้นทาง ตลอดแนวชายแดนด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการขนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย โดยว่าจ้างชาวเขมรขับรถเก๋งซุกสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เข้าประเทศไทยโดยอ้างว่าจะเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าและอาหารในฝั่งไทยหนุ่มเขมร ลอบขนกระเป๋า-รองเท้าละเมิดลิขสิทธิ์

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมฯ ได้ตรวจพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีเทา ทะเบียนกัมพูชา หมายเลข 2AA 7293 พนมเปญ ขับข้ามสะพานจุดผ่านแดนชั่วคราวบ้านหนองปรือ–มาลัย มาจากฝั่งอำเภอมาลัย จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา จึงได้ทำการเรียกตรวจสอบ พบว่า นายทม วัน อายุ 33 ปี ชาวกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา เป็นผู้ขับขี่ อ้างว่าจะเดินทางเข้ามาหาซื้อสินค้าและอาหาร ที่ตลาดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือฯ แต่เจ้าหน้าที่เกิดความสงสัยเป็นชาวปอยเปต แต่ทำไมขับรถมาทางอำเภอมาลัยฯ ซึ่งห่างกันมาก จึงได้ร่วมกันตรวจค้น จากการตรวจค้นพบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จำพวกกระเป๋าและรองเท้าผ้าใบจำนวนมากซุกซ่อนอยู่บริเวณกระโปรงท้ายรถและภายในรถ ตรวจสอบไม่มีเอกสารการเสียภาษีหรือเอกสารการขออนุญาตนำเข้าสินค้าแต่อย่างใด จึงร่วมกันควบคุมตัวมาสอบสวน และตรวจค้นที่ จุดตรวจทหารพราน 1204 จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนบ้านหนองปรือ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ซึ่งผลจากการตรวจค้นและตรวจนับ พบมีกระเป๋าสะพายแบรนด์กีฬาดัง ซุกซ่อนอยู่จำนวน 50 ใบ และรองเท้าผ้าใบ สีน้ำเงินและสีขาว แบรนด์เดียวกัน อีกจำนวน 252 คู่ ซึ่งรวมมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

จากการสอบถาม นายทม วัน ชาวเขมรอ้างว่า มีบ้านพักอยู่ที่กรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ถูกนายทุนชาวเขมรว่าจ้างให้ขับรถเก๋งคันดังกล่าว ซึ่งมีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ซุกซ่อนอยู่ภายใน ขับข้ามด่านจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือจากฝั่งเขมรเข้ามาในประเทศไทย เพื่อนำไปส่งให้คนไทยที่จะมารับที่ตลาดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือฯ นำส่งไปขายใน กทม.อีกทอดนึง โดยได้ค่าจ้างเพียง 1500 บาทเท่านั้น ซึ่งจากคำให้การ เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่ง สว.(สอบสวน) สภ.คลองน้ำใส จ.สระแก้ว ดำเนินคดี และสอบสวนขยายผลถึงนายทุนรายนี้ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath