เพิ่งซื้อจยย.ให้ลูกเป็นของขวัญปีใหม่ แม่ร่ำไห้กอดศพลูกวัย 18 หลังขี่รถคนใหม่ชนเสาไฟดับ

เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 4 ม.ค. พ.ต.ต.ธีทัต ตรุณจันทร์ สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างทางชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนเลียบทางรถไฟหนองปรือ ฝั่งขาเข้าสัตหีบ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่างนายสราวุธ พู่พลอย อายุ 18 ปี เสียชีวิตอยู่ในโพรงหญ้า ในสภาพคอหัก ใบหน้าเละ ข้างกันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า ซูมเมอร์เอ็ก สีน้ำเงินดำ สภาพใหม่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในสภาพพังยับเยิน ล้อหลังหลุดกระเด็น ตรวจสอบยังพบร่องรอยเลือดที่เสาไฟส่องสว่างข้างทาง

ต่อมาน.ส.อำพร เพชรคง อายุ 45 ปี มารดาผู้ตาย มาถึงที่เกิดเหตุก็รีบวิ่งเข้ามากอดศพลูกชาย ร้องห่มร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าปานจะขาดใจ สร้างความหดหู่ให้กับผู้ที่ผ่านมาและเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก โดยน.ส.อำพรเล่าให้ฟังว่า เพิ่งซื้อรถจยย.คันดังกล่าวให้ลูกชายได้ไม่ถึง 1 เดือน เป็นของขวัญปีใหม่ มาวันนี้ลูกชายได้ขอออกไปเที่ยวบ้านเพื่อน จนกระทั่งมารู้อีกทีว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้น พ.ต.ต.ธีทัต สว.สอบสวน เจ้าของคดีได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายน่าจะขับมาด้วยความเร็วแล้วเสียหลักตกข้างทางชนเสาไฟฟ้าจนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนศพมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯนำเก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุงเพื่อรอญาติมาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ที่แท้อาจารย์สาว!! นอนให้รถไฟทับร่างขาด-พ้นขีดอันตรายแล้ว เผยเหตุคิดสั้น

 ความคืบหน้ากรณีเหตุระทึกผู้หญิงกระโดดให้รถไฟเหยียบทับร่างขาด 2 ท่อน บนชานชาลาสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพ ขณะเกิดเหตุได้อย่างชัดเจน ที่แท้เป็นอาจารย์สอนวิทยาลัยเทคนิค  ล่าสุดหมอยื้อชีวิตพ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนเหตุจูงใจคิดสั้น คาดเกิดจากภาวะเครียดด้วยโรครุมเร้า วันที่ 10 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ระทึก สาวไม่ทราบชื่อและที่อยู่ ได้กระโดดลงไปนอนพาดรางรถไฟ บนชานชาลาสถานีรถไฟบุรีรัมย์ เพื่อให้ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 ซึ่งวิ่งมาจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าปลายทางอุบลราชธานี เหยียบทับร่าง ต่อหน้าต่อตาผู้โดยสารที่มารอขึ้นรถไฟเป็นจำนวนมาก จนร่างขาด 2 ท่อน เมื่อช่วงเที่ยงวานนี้ (9 ก.ค.59) ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุได้อย่างชัดเจน ความคืบหน้าล่าสุดทราบแล้วว่า หญิงที่กระโดดให้รถไฟเหยียบทับร่าง ทราบชื่อ คือ น.ส.กาญจนา สุขปานนท์ อายุ 50 ปี เป็นอาจารย์แผนกบัญชี อยู่วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ขณะนี้แพทย์โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ได้ทำการรักษา ยื้อชีวิตจนอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว รักษาตัวอยู่ตึกกระดูก ชั้น 1 แต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และยังต้องเฝ้าระวังภาวะติดเชื้อด้วย

ด้าน นพ.ไกรวุฒิ สุขสนิท หัวหน้ากลุ่มงานออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้อาการผู้ป่วยถือว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว ทั้งชีพจรและความดันโลหิตเริ่มคงที่ ซึ่งแพทย์เจ้าของไข้ก็ได้เข้าไปทำการล้างแผลและเย็บบาดแผลแล้ว ซึ่งคนไข้ก็รู้สึกตัวดี ทั้งยังสามารถสื่อสารด้วยการเขียนข้อความต่างๆ ได้ แต่ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้ เนื่องจากยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อย่างไรก็ตามแพทย์ยังต้องเฝ้าระวังภาวะ การติดเชื้อ และการเสียเลือดมาก ทั้งนี้ล่าสุดพบว่ามีญาติมาเยี่ยมแล้ว และจากการสอบถามคนสนิทถึงสาเหตุจูงใจที่ทำให้อาจารย์คิดสั้นถึงขั้นกระโดดให้รถไฟเหยียบทับร่าง น่าจะเกิดจากภาวะเครียดจากโรครุมเร้า เนื่องจากทราบว่าอาจารย์เคยเข้ารักษาอาการป่วยและรับการผ่าตัดที่บริเวณทรวงอกแล้วก่อนหน้านี้

ที่มา>>>ข่าวสด

รถไฟพุ่งชนรถกระบะ หน้า สน.ดอนเมือง เจ็บ 1 ราย

รถไฟพุ่งชนรถกระบะ ขณะข้ามทางรถไฟ หน้า สน.ดอนเมือง เจ็บ 1 ราย ผู้ว่าฯ การรถไฟ ลั่น ขอสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน ยัน หากเกิดจากความผิดพลาดของพนักงานปฏิบัติหน้าที่ พร้อมไล่ออก

เมื่อเวลา 23.40 น. วันที่ 8 พ.ค. ร.ต.อ.ทศพร ดุดง รอง สารวัตร(สอบสวน) สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถยนต์กระบะ บริเวณทางข้ามรางรถไฟ หน้าสน.ดอนเมือง แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มีผู้บาดเจ็บติดภายในรถ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.รังสรรค์ สอนสิงห์ รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ต.สุเทพ ปานสีเส้ง สว.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุ บริเวณทางข้ามรางรถไฟใกล้กับ สน.ดอนเมือง พบรถยนต์กระบะ โตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีบรอนส์ หมายเลขทะเบียน 6ฎ 1329 กรุงเทพมหานคร จอดนิ่งอยู่บนรางรถไฟด้านขาขึ้นเหนือ ห่างจากจุดข้ามราง ประมาณ 20 เมตร สภาพรถด้านคนขับพังยับเยิน ล้อหลังด้านซ้ายยางแตกวงล้อบิดเบี้ยว ห่างออกไปอีกประมาณ 50 เมตร พบรถไฟขบวนรถด่วนพิเศษ ขบวนที่ 22 อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ มุ่งหน้าเข้าหัวลำโพง จอดอยู่พบด้านหน้าหัวจักรได้รับความเสียหายเล็กน้อยสภาพรถกระบะถูกรถไฟชน คนขับได้รับบาดเจ็บ ที่รางรถไฟ ตรงข้ามสน.ดอนเมือง

จากการตรวจสอบภายในรถกระบะพบ นายชัยยงค์ วงศ์ตะมะ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 ม.13 ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย ผู้ขับรถคันดังกล่าว นั่งหมดสติ ศรีษะแตกเลือดอาบ อยู่ในตำแหน่งคนขับ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวออกจากตัวรถ และปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่ง รพ.ภูมิพล เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

จากการสอบสวน นายพิเชษฐ์ จันทร์เอี่ยม อายุ 39 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนขับรถมาจากด้านหน้า สน.ดอนเมือง มาตามถนนกำแพงเพชร 6 เพื่อออกถนนวิภาวดี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุพบว่า มีสัญญาณเตือนรถไฟกำลังมา และไม้กั้นทางข้ามรางรถไฟได้ลงมากั้นทางไว้ปรกติ โดยตนจอดเป็นคันที่สาม เมื่อขบวนรถไฟขาขึ้นเหนือจาก กทม. มุ่งหน้ารังสิต ผ่านไปตามปกติ เมื่อไม้กั้นเปิดขึ้น รถคันหน้าก็ออกตัวข้ามทางรถไฟไปตามปกติ และตนกำลังจะออกรถตาม จากนั้นได้มีรถกระบะคันของผู้บาดเจ็บ ขับแซงจากทางด้านขวารถของตนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ตนตกใจเหยียบเบรก จากนั้นก็พบว่า มีรถไฟอีกขบวนวิ่งมาตามรางด้านขาเข้า กรุงเทพฯ ก่อนจะชนกับรถกระบะเสียงดังสนั่น ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่า ในเมื่อยังมีรถไฟวิ่งมาอีกขบวน เหตุใดพนักงานจึงยกไม้กั้นทางรถไฟขึ้น

ต่อมา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบได้ดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ว่า เกิดข้อผิดพลาดจากส่วนไหน ซึ่งจะต้องตรวจสอบด้านการสื่อสาร ระหว่างสถานีดอนเมือง และสถานีรังสิต เพื่อตรวจหาว่ามีความผิดพลาดจากการติดต่อสื่อสารของทางเจ้าหน้าระหว่างสถานี กับจุดกั้นทางข้าม หรือเป็นที่ระบบการยกไม้กั้นทางรถไฟเกิดผิดพลาดกันแน่ ขณะเดียวกัน หลังเกิดเหตุทำให้รถไฟขาขึ้นติดค้างหลายขบวน เบื้องต้น ได้สั่งให้สับรางระบายรถที่ติดค้างออกไปบ้างแล้ว ในส่วนของผู้บาดเจ็บ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลแล้ว และหากพบว่าเป็นความผิดของการรถไฟ ก็ยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดอย่างเต็มที่

ส่วนความเสียหายของรางรถไฟนั้น จากการตรวจสอบพบว่า ไม่ได้เสียหายมาก สามารถเปิดเดินรถได้ตามปกติ ทั้งนี้หากพบว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมไม้กั้นมีการดื่มสุรา ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยการไล่ออก แต่ขอยื่นยันว่า ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งทั้งหมดต้องรอการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บเสียก่อน

ด้านพ.ต.ท.รังสรรค์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ทำการสอบสวนพนักงานที่ประจำป้อมที่ควบคุมไม้กั้นตรงจุดเกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อยู่ระหว่างการติดตามสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำ ทั้งนี้ คงต้องรอผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถกระบะที่รักษาตัวอยู่ รพ.ภูมิพล ให้หายดีเสียก่อน หลังจากนั้นจะเชิญตัวมาให้ปากคำ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

พายุถล่มโคราช เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน 20 ต้น-ศรีสะเกษ กิ่งไม้ฟาดรถ เจ็บ 1

พายุฤดูร้อนถล่ม! อ.เมืองนครราชสีมา เสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนสาย 304 ขาเข้า หน้ากองพลพัฒนาที่ 2 หักโค่นขวางถนนกว่า 20 ต้น จนท.ปิดเส้นทางเร่งเก็บกู้ เปิดทางพิเศษให้รถสัญจร ขณะศรีสะเกษ ต้นไม้หักโค่นฟาดกระบะกระจกแตก เจ็บ 1 ราย

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 5 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่เขต อ.เมืองนครราชสีมา นานกว่า 30 นาที ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นลงมารวม 24 ต้น ขวางการจราจรบนถนนสาย 304 ราชสีมา-ปักธงชัย ฝั่งขาเข้าตัวเมืองนครราชสีมา บริเวณตรงข้ามกองพลพัฒนาที่ 2 ต.ไชยมงคล รวมระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร รถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร ให้ไปใช้ช่องทางพิเศษฝั่งตรงข้าม ส่งผลให้ไฟฟ้าดับสนิทกินพื้นที่บริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งเคลียร์พื้นที่ด่วน คาดว่าต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีรถสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียหาย

นอกจากนี้ ยังมีเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นอีก 6 ต้น บริเวณถนนฝั่งตรงข้าม บริเวณปั๊มแก๊ส LPG ขาออกตัวเมือง ปิดทับเส้นทางจักรยานยาวกว่า 300 เมตร เสาไฟฟ้าทับหลังคาปั๊มเสียหายลมแรงจัดพัดเสาไฟฟ้าหักขวางถนน

นายประดิษฐ์ คำพาธู และ น.ส.ทองเสน่ห์เพชร พุฒทอง สองสามีภรรยา ที่กำลังขับรถจะเดินทางมาเยี่ยมญาติที่โคราช เล่านาทีระทึกให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุมีลมพายุฝนพัดกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก ทำให้มองไม่เห็นทาง จึงขับรถมาช้าๆ จากนั้นได้เห็นเสาไฟฟ้าที่อยู่ริมถนนล้มไล่ลงมาจากด้านหน้าเข้ามาหาตัวรถ จึงได้จอดรถทัน โชคดีที่เสาไฟต้นที่อยู่ตรงหน้าหักครึ่ง จึงล้มมาไม่ถึงตัวรถ ทำให้ตนและแฟนรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด

ขณะที่ เวลา 19.30 น. ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งเหตุต้นไม้หักโค่นทับรถยนต์ มีคนได้รับบาดเจ็บ บนถนนกสิกรรม ต.เมืองเหนือ ช่วงข้ามทางรถไฟ ไปตรวจสอบร่วมกับกู้ภัยสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองศรีสะเกษ พบรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน บจ 5323 ศรีสะเกษ จอดอยู่บนถนนก่อนข้ามทางรถไฟ ขอบกระบะหลังฝั่งขวายุบ กระจกหน้ารถแตก มีผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อ นายวันดี บุญร่วม อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176 หมู่ 3 ต.ไพรบึง อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ ถูกกระจกบาดแขน หน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ. ไปก่อนแล้วนายสมพร สอนบุตร อายุ 33 ปี คนขับรถคันเกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาจากบ้านเพื่อพาผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นพ่อตาไป รพ.ศรีสะเกษ โดยมีภรรยานั่งมาด้วย ขณะขับรถมาถึงที่เกิดเหตุมีลมพายุพัดมาอย่างรุนแรง ต้นไม้ที่อยู่ในกำแพงรั้วบ้านข้างทางหักโค่นล้มลงมาพาดกำแพง ส่วนปลายของต้นไม้ได้หักลงมาทับใส่กระบะรถ ขณะที่กิ่งไม้ที่มีขนาดเล็กลงมาฟาดกระจกหน้ารถจนแตกทั้งบาน พ่อตาที่นั่งเบาะข้างคนขับถูกกระจกบาด ทั้งนี้ หลังตำรวจตรวจที่เกิดเหตุแล้วจะเชิญ นายสมพร ไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งนอกจากนี้ จากเหตุที่พายุพัดถล่มในตัวเมืองศรีสะเกษ เป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างนานกว่า 2 ชั่วโมง จนกระทั่งเวลา 21.00 น. ไฟฟ้าจึงกลับมาใช้ได้ปกติ.

ที่มา>>>Thairath