ผงะ!ศพทารกอายุ 1 วันยัดถังน้ำทิ้งหน้าบ้าน ร่างยังสมบูรณ์-สายสะดืออยู่ครบ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 ก.ค. พ.ต.ท.คมศักดิ์ ชุมทอง สว.(สอบสวน) สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุพบศพทารกวัยเพิ่งคลอด ถูกนำมาทิ้งใส่ถังน้ำ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 84/1 หมู่ 3 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ หลังรับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.นบพิตำ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนครเขตนบพิตำ รุดเข้าตรวจสอบ

เมื่อไปถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุ พบถังน้ำสีขาวมีแผ่นผ้าไวนิลสีขาวปิดทับวางอยู่หน้าบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดดูถึงกับผงะ เพราะภายในถังพบร่างศพทารกเพศชายวัย 1 วัน สภาพยังสมบูรณ์ แต่เสียชีวิตแล้ว โดยยังมีสายสะดือติดมากับร่างทารกแรกเกิด และไม่บาดแผลแต่อย่างใด คาดว่าศพทารกดังกล่าวถูกนำร่างทิ้งใส่ถังน้ำ ตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ก่อนจะมีคนมาพบช่วงเย็นวันนี้

จากการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าศพทารกเป็นลูกของใคร แต่สันนิษฐานว่าอาจจะมีสาววัยรุ่นใจแตกที่ตั้งท้องไม่มีพ่อ จึงแอบมาทำแท้งหรือคลอดออกมาแล้วเสียชีวิต จึงนำร่างทารกมาใส่ถังน้ำทิ้งบริเวณดังกล่าว จนมีคนมาพบ ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวแม่รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

รวบเด็กม.6ค้ายาบ้า ซุกกว่าพันเม็ดบนเพดานห้องเช่า ส่งขายให้วัยรุ่นย่านเตาปูน

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 11 ม.ค. ที่สน.เตาปูน พ.ต.อ.นพพล สุขบุญคง ผกก.สน.เตาปูน พ.ต.ท.สุรเดช ฉัตรไทย สว.สส. ร.ต.อ.จำลอง สาดสูงเนิน ร.ต.ท.วีรชน อินทร์ชีลอง ร.ต.ท.สายันต์ งามสมเกล้า รองสว.สส. และด.ต.จำนงค์ พลหลวง ผบ.หมู่(สส.) ร่วมทำการจับกุมนายมาโนชย์ หรือกอล์ฟ อายุ 19 ปี ชาวบางซื่อ กทม. พร้อมของกลางยาบ้า 1,740 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ที่หอพักไม่มีชื่อ ซอยตรอกประดู่ ถนนริมคลองฝั่งซ้าย แขวงและเขตบางซื่อ กทม.พ.ต.อ.นพพล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากฝ่ายสืบสวนสืบทราบว่า มีการลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในซอยตรอกประดู่พื้นที่สน.เตาปูน จึงลงพื้นที่สืบสวนจนทราบว่านายมาโนชเป็นผู้ขายยาบ้าให้กับวัยรุ่น จึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบนายมาโนชยืนอยู่หน้าหอพักไม่มีชื่อสูง 2 ชั้น จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบจากการสอบถามนายมาโนชยอมรับว่า เป็นผู้จำหน่ายยาบ้าจริง โดยซุกซ่อนยาบ้าไว้ในหอพักดังกล่าว ชั้น 2 ห้องหมายเลข 8 เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้า จำนวน 8 ถุง และถุงพลาสติกสีดำมีรูปแอปเปิ้ลอยู่บนถุง จำนวน 1 ถุง ซุกซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานภายในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางและนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่สน.เตาปูน

จากการสอบสวนนายมาโนช ให้การรับสารภาพว่า ตนกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางซื่อ และกำลังจะจบในปีนี้ ก่อนหน้านี้ได้พักการเรียนไป 1 ปี เนื่องจากมีปัญหาส่วนตัว โดยตนพักอยู่ที่หอพักดังกล่าวกับพ่อเพียง 2 คน ส่วนแม่ได้เลิกรากับพ่อไปก่อนหน้านี้แล้ว จนเมื่อประมาณปี 2559 ในช่วงปิดเทอมตนได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ก่อนได้รู้จักกับนายโอ้ต (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) และถูกชักชวนให้นำส่งห่อยาบ้าโดยได้ค่าจ้างครั้งละ 500 บาท และก่อนกลับมากทม.ก็ได้นำยาบ้า 1 ห่อมาขายด้วยทุกครั้ง โดยซื้อมาในราคา 8,000 บาท

จนช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาได้ไปที่ จ.บุรีรีมย์อีก และขอซื้อยาบ้าจากเพื่อเพื่อนำมาจำหน่ายใน กทม. ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว ซึ่งตนไม่เคยเสพยาบ้าแต่อย่างใด ส่วนเงินที่ได้ตนจะนำมาใช้เที่ยวเตร่และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.เตาปูน ดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อแม่สุดช็อก!! จอดดูอุบัติเหตุ เห็นรถคุ้นตา-เจอศพลูกชายตกข้างทาง จยย.ชนกันเละตายหมู่3ศพ

จยย.ชนประสานงาสนั่น เด็กชายวัยรุ่นตายหมู่ 3 ศพรวด สงสัยซิ่งมาเร็วจะกลับบ้านเสียหลักข้ามเลนชนกันยับ หรือ กระบะเฉี่ยวชน เจ้าหน้าที่เร่งสอบเหตุ

วันที่ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.ธนกานต์ พระสุมาตย์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ รับเเจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันที่ถนนระหว่างบ้านคำไผ่กับบ้านหนองกุง ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ รพ.กาฬสินธุ์ อาสาสมัครกู้ภัยกาฬสินธุ์ เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ201610061146072-20041022161358โดยที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กธพ 860 กาฬสินธุ์ และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเเดงดำ ทะเบียน 1 กข 4274 มหาสารคาม ชนประสานงากันล้มอยู่กลางถนน สภาพด้านหน้าพังยับเยินทั้ง 2 คัน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ ด.ช.ทักษิณ ถินไผ่ อายุ 14 ปี ชาวบ้านหนองกุงใต้ ม.5 ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กธพ 860 กาฬสินธุ์ และ นายเสกสรร สุขสง่า อายุ 18 ปี ชาวบ้านดอนสวรรค์ ม.8 ต.ไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเเดงดำ ทะเบียน 1 กข 4274 มหาสารคาม ส่งโรงพยาบาล แต่ทั้งสองรายได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา201610061146074-20041022161358201610061146073-20041022161358นอกจากนี้ใกล้กันในร่องข้างทาง ยังพบศพ ด.ช.ภูชิต โสวัฒน์ อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นคนนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับเพื่อน คือ ด.ช.ทักษิณ สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่ในร่องข้างทาง ลึกกว่า 4 เมตร201610061146071-20041022161358จากการสอบถามพ่อแม่ของ ด.ช.ภูชิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายตนกับเพื่อนได้ขับขี่จักรยานยนต์เข้าไปในตัวอำเภอเมือง และบอกว่ากำลังจะกลับบ้านหนองกุงใต้ ซึ่งตนได้แต่กำชับให้ขับขี่รถด้วยความระมัดระวัง แต่พอตนเลิกงาน เดินทางกลับบ้าน ระหว่างนั้นพบว่ามีอุบัติเหตุ เลยจอดรถดู ก็พบว่าจักรยานยนต์คุ้นตา จึงสอบถามดูว่ามีลูกชายตนหรือเปล่า สุดท้ายก็พบว่าเป็นศพลูกชายตกอยู่ข้างทาง201610061146076-20041022161358เบื้องต้นจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่คาดว่า รถจักรยานยนต์ทั้งสองคันน่าจะขับมาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับเส้นทางดังกล่าวมืด และมีชาวบ้านเห็นในช่วงเกิดเหตุ รถกระบะวิ่งนำหน้ารถจักยานยนต์ของนายเสกสรร ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการเฉี่ยว หรือ รถจักรยานยนต์ของนายเสกสรร แซงรถกระบะไม่พ้น จึงทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนประสานงากันอย่างจัง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและจะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงของสาเหตุอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้แจ้งให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองโคราช! สตต.จ่อยิงนศ.แฟนสาวดับแล้วยิงตัวตาย หลังแฟนสาวกลับจากเที่ยวกับเพื่อนๆ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม พ.ต.ท.สายัญ แบ่งสันเทียะ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งมีเหตุคนใช้อาวุธปืนยิงกันเสียชีวิตจำนวน 2 ศพ ที่อพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่งใน ต.บ้านเกาะ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น   ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักสูง 6 ชั้น ซึ่งเปิดให้บริการให้ที่พักแบบรายเดือนและรายวัน ภายในโครงการ เอ 2 ที่พักแบบรายวัน ภายในห้อง 312 พบศพชายหญิงวัยรุ่นเสียชีวิตในสภาพเลือดแห้งเกรอะกรัง บริเวณข้างเตียงนอนหน้าตู้วางโทรทัศน์สี ซึ่งยังเปิดอยู่ โดยศพแรกเป็นศพส.ต.ต.วิรัช หาญสมบัติ อายุ 24 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา มีบาดแผลถูกยิงที่ขมับขวา และข้างเตียงนอนหน้าห้องน้ำ พบศพน.ส.ณัฎฐกรานต์ แก้วสุวรรณ์ อายุ 20 ปี ชาวอ.วังน้ำเขีย; จ.นครราชสีมา มีบาดแผลถูกยิงที่ขมับซ้าย โดยพบปืนขนาด .38 วางอยู่บนพื้น พร้อมปลอกกระสุน 1 ปลอกค้างอยู่ในลูกโม่ และตกบนพื้นห้อง 1 ปลอก รวมทั้ง 2 ลูกกระสุนที่ยังไม่ใช้งานอยู่ในลูกโม่ ต่อมาเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 และแพทย์เวรนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้มาตรวจสถานที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บร่องรอย หลักฐานตามกระบวน จากนั้นอาสาสมัครกู้ภัยสว่างเมตตาโคราช ได้เคลื่อนย้ายศพไปเก็บรักษาตามกระบวนการ  พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมระบุผู้เสียชีวิตทั้งสอง ได้มาเปิดห้องพักแบบรายวัน โดยเข้าพักเมื่อวานนี้ (22 ส.ค.) เวลา 15.40 น. จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. พบเห็นน.ส.ณัฎฐกรานต์ ซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ออกไปข้างนอกกับเพื่อนๆ กระทั่งบ่ายนวันนี้ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศ ได้มาซ่อมบำรุงข้างๆห้อง ได้มองเห็นศพทั้งสองผ่านหน้าตาที่เปิดแง้มอยู่ จึงแจ้งตำรวจ เบื้องต้นสันนิษฐานจากบาดแผลและตรวจสถานที่เกิดเหตุ คาดว่าส.ต.ต.วิรัช ซึ่งเพิ่งจบจากศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 ค่ายสุรนารายณ์ จ.นครราชสีมา เมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกยิงน.ส.ณัฎฐกรานต์ ก่อนยิงตัวเองหนีความผิด ส่วนสาเหตุเกิดจากปัญหาชู้สาว เพราะผู้ชายหึงหวงแฟนสาว ซึ่งหน้าตาดี และเพิ่งออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ อย่างไรก็ตาม จะต้องรอผลสอบจากพยานใกล้ชิดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบอีกแก๊ง โจ๋โพสต์เฟซบุ๊กโชว์ปืน ค้นบ้านพบปืนเพียบ กัญชา ยาเสพติด

เมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 14 ก.ค. 59 พ.ต.อ.วารินทร์ ทองตรา รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เศรษฐณัณช์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต พ.ต.ท.สมศักดิ์ สาภูงาม รอง.ผกก.สส.สภ.คูคต พ.ต.ท.ปรากฏ นาคใหญ่ สว.สส.สภ.คูคต พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คูคต ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมเด็กวัยรุ่นจับกุมตั้งแก๊งมั่วสุมยาเสพติดและมีอาวุธ ก่อความวุ่นวายให้แก่ชาวบ้าน โพสต์โชว์เฟชบุ๊ก ในชื่อแก๊งค์ยันหว่าง โดยเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 15/363 หมู่บ้านอยู่เจริญ 2 หมู่ 5 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบ นายอิศรหรือเบนซ์ ทับหิรัญ อายุ 23 ปี นายชยุต เปลี่ยนทอง อายุ 19 ปี นายณัฐพงศ์  ทิพย์ดี อายุ 21 ปี นายวิรัช จันทร์ศิริ อายุ 19 ปี นายณัฎฐาพันธ์ ทิพย์ดี อายุ 19 ปี และเยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปีอีกจำนวน 5 คน พร้อมด้วยของกลางกัญชา อบแห้ง 14 ถุง รวม 65.8 กรัม อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ .38 1 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบลูกซองสั้นขนาดเบอร์ 12 ชนิดหักลำ 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสไลด์ 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน .32 จำนวน 48 นัด เครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 4 นัด กับอีก 1 ปลอก วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (อัลปราโซแรม) 19 เม็ดด้าน พ.ต.อ.วารินทร์ ทองตรา รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากที่มีชาวบ้านร้องเรียนมายังตน ว่ามีวัยรุ่นรวมกลุ่มแก๊ง พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านอยู่เจริญ 2 หมู่ 5 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และถ่ายรูปโชว์ถือปืน ใช้ผ้าปิดบังใบหน้า โพสต์เฟชบุ๊คโชว์ความเก๋า และ เป็นที่รวมตัว ซ่องสุม ของกลุ่มวัยรุ่น ตั้งตนเป็นอันธพาล และก่ออาชญากรรม โดยมีชื่อแก๊งยันหว่าง หรือ YW เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี เลขที่ 356/2559 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2559 เพื่อค้นบ้านของนายอดิศร และ อดิศักดิ์ ทับหิรัญ สองพี่น้อง ซึ่งเป็นแกนนำและหัวหน้าแก๊ง จากการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบว่ามีสมาชิกอยู่ในบ้านทั้งหมด 10 คน โดยจากการค้นพบ ของกลางกัญชา อบแห้ง 14 ถุง รวม 65.8 กรัม อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ .38 1 กระบอก  อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบลูกซองสั้นขนาดเบอร์ 12 ชนิดหักลำ 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสไลด์ 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน .32 จำนวน 48 นัด เครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 4 นัด กับอีก 1 ปลอก วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (อัลปราโซแรม) 19 เม็ด ซึ่งในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ยกเว้นนายอิศรหรือเบนซ์ ทับหิรัญ อายุ 23 ปี ที่ไม่ยอมรับสารภาพอ้างว่าไม่ใช่ของตน แต่ลูกน้องทั้งหมดเป็นผู้รับว่าสิ่งของทั้งหมดเป็นของพวกตน ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษ (ประเภท 1,5) ยาบ้า,กัญชา ไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยผิดกฎหมาย มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 และ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถอนุญาตให้มีได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชายเมาหอมแก้มสาววันแห่นาค ญาติฉุนปรี่เอาเรื่อง หนุ่มเข้าไปห้ามเจอแทงดับ 1 เจ็บ 2 ราย

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. ร.ต.อ.ภุชงค์ ทรงศิลา รองสารวัตรสอบสวน สภ.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งเกิดเหตุใช้อาวุธมีดแทงกันในงานแห่บวชนาค มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต  เหตุเกิดที่ริมถนน สาธารณะ หน้าบ้านเลขที่ 160 หมู่ 7 ต.บ้านยาง อ.เมืองนครปฐม หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ประเสริฐ กัลยาวุฒิพงศ์ ผกก.สภ.โพรงมะเดื่อ พ.ต.ท.ประวัติ ณ พัทลุง รอง ผกก.สส. พร้อมนำกำลังตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวน สภ.โพรงมะเดื่อ เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านยืนจับกลุ่มกันจำนวนมาก ที่พื้นถนนพบเพียงกองเลือดและเศษขวดแตก ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลบ้านโป่ง จ.ราชบุรี จึงไปตรวจสอบทราบชื่อ นายเอกชัย ทองไข่ อายุ 28 ปี ชาวจ.นครปฐม ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่คิ้วซ้ายและหัวเข่าซ้าย นายอมรเดช จันทร์เปรม อายุ 27 ปี ชาว จ.ราชบุรี บาดเจ็บมีบาดแผลถูกเศษขวดแทงเข้าที่มือ ขวา หน้าท้องขวา มือขวา และนายปิยะ เที่ยงสงัด อายุ 29 ปี ชาวจ.นครปฐม ถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่ไหปลาร้า ชายโครงขวาหลัง ได้รับบาดเจ็บสาหัสทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งหมดมาร่วมงานบวชดังกล่าว โดยในงานได้แห่นาคออกจากวัดหนองเสือยางประสาททอง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มุ่งหน้าเขาบ้านนาคในเขต ต.บ้านยาง อ.เมืองนครปฐม ซึ่งเป็นเขตติดต่อ ขณะนั้นมีการเล่นดนตรี แตรวง กลองยาว ซึ่งมีเพื่อนๆ รวมทั้งญาติพี่น้องของนาคหลายฝ่ายมาเข้าร่วมงานจำนวนมาก ก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังเดินแห่นาคอยู่นั้น ได้มีชายสูงวัยอายุประมาณ 70 ปี อยุ่ในอาการมึนเมาสุราที่มาร่วมขบวนแห่ได้กระชาก น.ส.ส้ม (นามสมมติ) ซึ่งเป็นญาติของเจ้าภาพมาหอมแก้ม น.ส.ส้มโวยวายแล้วผลักชายสูงวัยออกไปอย่างแรง แล้วไปบอกกับญาติว่าถูกหอมแก้ม สร้างความไม่พอใจให้กับญาติของ น.ส.ส้มเป็นอย่างมาก ทำให้กลุ่มวัยรุ่นที่เป็นญาติของน.ส.ส้ม เข้าตบหน้าชายสูงวัยอย่างแรง จากนั้นนายเอกชัยและนายอมรเดชเข้าห้ามปราม เพราะกลัวจะเกิดเรื่อง  เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงชุลมุน ขณะเดียวกันนายปิยะคาดว่ากำลังจะเข้าห้ามปรามด้วยเช่นกัน เนื่องจากเห็นว่าชายแก่ที่อยู่ในอาการมึนเมากำลังจะถูกตะลุมบอน แต่จู่ๆ กลับถูกอาวุธมีดแทงเข้าหลายแห่งตามร่างกาย โดยที่ไม่ทราบว่าใครเป็นมือมีดผู้ก่อเหตุ จากนั้นคนที่มาร่วมงานต่างพากันวิ่งหลบหนีกันชุลมุน จากนั้นเพื่อนของนายปิยะช่วยกันนำตัวนายปิยะส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะได้อบสวนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อติดตามหาผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป คาดว่าสาเหตุเกิดจากความไม่พอใจที่ชายสูงวัยที่อยู่ในอาการมึนเมาเข้าหอมแก้ม น.ส.ส้ม ทำให้ญาติของนาคไม่พอใจจึงเกิดเหตุการณ์ขึ้นดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮาทั้งโรงพัก!! ตร.จับไก่ชนนับ10ตัวราคาหลายแสนขังคุก โจ๋17ขโมยไปตี-แพ้จับต้มกิน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 มิ.ย. พ.ต.อ.สว่างวงศ์ จงสมชัย ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้ติดตามตัวผู้ต้องสงสัยหลังจากได้รับแจ้งจาก นายวิสิทธิ์ ดวงนิล อายุ 45 ปี ชาวบ้าน อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ ว่ามีชายวัยรุ่นคนหนึ่ง มาขโมยไก่ชนราคาเหยียบแสนบาทไป เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยหลังจากวัยรุ่นคนดังกล่าวได้เข้ามาอุ้มไก่ชนของตนเองไป ก็มุ่งหน้ามาทางตัวเมืองอำนาจเจริญเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงได้กระจายกำลังออกติดตาม จนกระทั่งพบผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายเอ (นามสมมติ) ทำท่าทางมีพิรุธ มองซ้าย มองขวา อยู่ที่บ้านหลังหนึ่งที่มีการเลี้ยงไก่ชนไว้ที่หน้าบ้าน ซึ่งอยู่ติดกับท้ายวัดเทพมงคล จากนั้น นายเอ จึงได้เดินเข้าไปที่บ้านหลังดังกล่าว พร้อมกับอุ้มไก่ชนออกมาจากซุ้มไก่ไป 1 ตัว แล้วขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหนีออกไป เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ตาม พร้อมกับบอกให้นายเอ หยุดรถคันดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบถามเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ

จากการสอบถามนายเอ ให้การรับสารภาพว่า ขณะที่ตนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์มาทางเส้นข้างโรงพยาบาล ที่อยู่ติดกับวัดเทพมงคล จากนั้นตนได้จอดรถ ลงไปปัสสาวะ ที่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว พอดีเหลือบไปเห็นไก่ชนเลี้ยงไว้อยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าว ทำให้เกิดความคิดที่อยากจะได้ เนื่องจากไก่ชนตัวดังกล่าวมีลักษณะที่ดี จึงได้ลงไปขโมยไก่ชนตัวดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาขโมยไก่ชนตัวดังกล่าวในวันเดียวกันนั้น ตนได้ขโมยมาแล้ว 3 ตัว ในเขตพื้นที่อำเมืองอำนาจเจริญ ส่วนในเขตพื้นที่อำเภอลืออำนาจนั้น ตนก็ได้ขโมยมาแล้ว 3 ตัว โดยตัวแรกที่ขโมยมานั้น ตนเอามาต้มกินเอง ส่วนอีก 2 ตัว ตนเอาไปขายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตอำเภอลืออำนาจเจริญ

พ.ต.อ.สว่างวงศ์ จงสมชัย ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา ผู้ต้องหาจะตระเวนลักไก่ชน ในเขตพื้นที่ อ.ลืออำนาจ และ อ.เมือง ตัวผู้ต้องหาได้ทำมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากหลังจากเจ้าหน้าที่ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปค้นที่บ้าน พบไก่ชนอีกนับ 10 ตัว ที่ผู้ต้องหาขโมยมา และนำกลับมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน เพื่อที่จะนำไปตีตามซุ้มไก่ต่างๆ หากตัวไหนตีแพ้ ก็จะนำไปขาย หรือไม่ก็นำมาต้มกินเอง และตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ ก็ได้ประกาศไปแล้วว่า หากมีชาวบ้านคนใดที่เลี้ยงไก่ชน แล้วไก่ชนหาย ให้เข้ามาติดต่อ ดูไก่ชนได้ที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ ว่าใช่ไก่ชนของตัวเองหรือเปล่า ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำไก่ชนไปขังไว้ในคุกก่อน เพื่อรอผู้เสียหายเข้ามาดู ล่าสุดก็มีผู้เสียหายจำนวน 2 ราย ที่มาติดต่อขอดูและรับไก่ชนคืนไปแล้ว 2 ตัว

ที่มา>>>Thairath

ตรวจค้นผับดังบางบอน เจอฉี่ม่วง-นักเที่ยวอายุไม่ถึง 18 เพียบ!

กรมปกครองฯ นำกำลัง จนท.บุกค้นผับดังย่านบางบอน พื้นที่ สน.บางขุนเทียน หลัง ปชช.ร้องเรียน เปิดเกินเวลา เบื้องต้นพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าใช้บริการ 30 รายตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยว เจอฉี่ม่วง 15 ราย

เมื่อเวลา 01.20 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดี เจ้าหน้าที่สรรพสามิต เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ สน.อส. และสำนักงานเขตบางบอน กว่า 100 นาย ดำเนินตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 22/2558 เข้าตรวจค้นภายในสถานบันเทิงชื่อ Ben Pub ย่านบางบอน หลังได้รับการร้องเรียนว่าเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และปล่อยให้เยาวชนเข้าไปมั่วสุมจำนวนมาก

จากการตรวจสอบสถานบันเทิงดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียว ล้อมรอบด้วยลานจอดรถ เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1 ไร่ ติดกับถนนเอกชัย ภายในยังเปิดเพลงเสียงดังสนั่น มีนักท่องราตรีทั้งชายหญิง กว่า 100 ชีวิต กำลังกินดื่มเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน เบื้องต้นชุดปฏิบัติการจึงปิดทางเข้าออกเอาไว้ ก่อนสั่งการให้ดีเจปิดเพลง และทำการคัดแยกพนักงาน รวมถึงลูกค้า ออกเป็นกลุ่ม เพื่อทำการคัดกรอง และตรวจปัสสาวะ ผลปรากฏว่ามีเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการ จำนวน 29 ราย เป็นชาย 14 ราย หญิง 15 ราย ส่วนผลตรวจปัสสาวะ พบมีสีม่วง จำนวน 15 ราย เป็น ชาย 3 ราย หญิง 12 ราย ในจำนวนนี้มีหญิงสาวอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมอยู่ด้วย จำนวน 5 ราย นอกจากนั้นยังพบยาเสพติดประกอบด้วย ยาอี 2 เม็ดครึ่ง ยาเคแบบผง 8 ซอง ยาเคแบบน้ำ 5 ขวด และยาทามาด่อน 6 เม็ด ซุกอยู่ตามใต้โต๊ะ ในห้องน้ำ และกระจายเกลื่อนตามพื้น จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นในวันนี้เป็นไปตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 22/2558 หลังได้รับการร้องเรียนว่าสถานบันเทิงแห่งนี้มีการปล่อยปละละเลยให้มีเยาวชนเข้ามาใช้บริการรวมถึงเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงต้องสนธิกำลังจากหลายภาคส่วนเข้ามาตรวจค้นผลการปฏิบัติพบว่า สถานบันเทิงแห่งนี้เปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ปล่อยปละให้มีเยาวชนเข้ามาใช้บริการและเปิดเกินเวลาตามที่ได้รับร้องเรียนจริง หนำซ้ำยังขายสุราให้กับเยาวชน โดยปล่อยปละให้มียาเสพติดด้วย

เบื้องต้นจะดำเนินการแจ้งข้อหาทุกฐานความผิดแก่ผู้ดูแล ดำเนินคดีกับผู้ที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง และจะประสานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ดำเนินการรับเยาวชน ที่พบทั้งหมดไปดูแลก่อนติดต่อผู้ปกครองเข้ามาว่ากล่าวตักเตือน สำหรับเรื่องตำรวจท้องที่ที่ปล่อยปละละเลย จะรายงานให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำเสนอต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาดำเนินการต่อไปด้าน นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง กล่าวว่า ฝากเตือนไปถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิงที่ปล่อยปละละเลยด้วยว่า หากมีการเข้าตรวจสอบแล้วพบความผิดในทำนองนี้ท่านจะถูกดำเนินคดีและสั่งปิดสถานบันเทิงตามคำสั่ง ไม่ต่ำกว่า 5 ปีโทษฐานที่ท่านปล่อยปละละเลย สำหรับที่แห่งนี้ชุดสืบสวนของเราได้แฝงตัวเข้ามาหาข่าว ไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง พบมีการเปิดให้บริการถึงตีสามตีสี่แทบทุกวัน เป็นศูนย์รวมของเด็กแว้น สาวสก๊อย และยังเป็นแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่บางบอนและละแวกใกล้เคียง ดังนั้นการเข้าตรวจสอบและจับกุมในครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดวงจรของยาเสพติดที่เกิดจากแหล่งมั่วสุมในพื้นที่ละแวกนี้ได้ดีอีกทางหนึ่ง

ขณะที่ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับและตรวจสอบกรมการปกครอง เปิดเผยว่า สถานบันเทิงแห่งนี้น่าจะเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือน เม.ย.58 เนื่องจากพบใบขออนุญาตจำหน่ายสุราและยาสูบที่ดำเนินการขออนุญาตโดย นายรัฐวิชย์ อนันตอมรวิชญ์ ซึ่งยังไม่ทราบว่าเกี่ยวพันอะไรกับสถานบันเทิงแห่งนี้ นอกจากนี้เคยถูกเจ้าหน้าที่ทหารนำกำลังเข้าตรวจสอบปัสสาวะลูกค้ามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือน พ.ย.58 ผลปรากฏพบมีลูกค้าฉี่สีม่วงจำนวนหนึ่งแต่ยังไม่ถูกสั่งให้ปิดกิจการ จากการเข้าปฏิบัติการในวันนี้มี นายบรรจบ เพิ่มพูล อายุ 34 ปี ชาว จ.ขอนแก่น รับเป็นผู้ดูแลกิจการ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาหนัก 4 ข้อหาคือ 1.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.จำหน่ายสุราในเวลาห้ามจำหน่าย 3.จำหน่ายสุราให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี และ 4.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม

“สำหรับแนวทางการสืบสวนที่ผ่านมาหลังได้รับการร้องเรียน ตนพร้อมกำลังได้แฝงตัวเข้ามาหาข่าวในสถานบันเทิงแห่งนี้พบว่ามีการเปิดให้บริการเกินเวลาบ่อยครั้ง เคยพบหญิงตั้งครรภ์ท้องแก่ อายุไม่น่าถึง 20 ปี เข้ามาใช้บริการ และพบพฤติกรรมของวัยรุ่นชายหญิงที่มักเข้าไปจับกลุ่มรวมตัวกันในห้องน้ำนานแบบผิดสังเกต เชื่อว่าคงจะเข้าไปเสพยาเสพติดกัน เมื่อมั่นใจในข้อมูลก็ตัดสินใจสนธิกำลังเข้าตรวจสอบในวันนี้ สิ่งที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งคือ ผู้ที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง จำนวน 15 รายนั้น มีเพศหญิงถึง 12 ราย ซึ่งมากกว่าเพศชายที่มีแค่ 3 ราย ผู้เสพส่วนใหญ่ยอมรับว่าเสพยาอี จำนวน 11 ราย เสพยาไอซ์ 3 ราย และเสพยาเค 1 ราย ซึ่งจะนำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน เจ้าของท้องที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” นายรณรงค์ กล่าว

ที่มา>>>Thairath

สุดยอดวัยรุ่นยุคใหม่เมืองสุพรรณฯ ใช้เวลาว่างเป็นสัปเหร่อจิตอาสา

ขอชื่นชมและยกนิ้วให้ วัยรุ่นเมืองสุพรรณฯ 7 คน ไม่เที่ยวเตร่ ตั้งกลุ่ม “สัปเหรอซิ่ง” ใช้เวลาว่างช่วยงานวัดใกล้บ้านทุกอย่าง ทั้งจัดการงานศพก่อนและหลัง เป็นจิตอาสาทำหน้าที่สัปเหร่อมานานกว่า 2 ปี โดยไม่อายและรังเกียจใดๆ…

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ผู้สื่อข่าวจากศูนย์ข่าวไทยรัฐสุพรรณบุรี เดินทางไปยังวัดมเหยงคณ์ ต.ท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี หลังมีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวเป็นจิตอาสาช่วยเหลือวัดใกล้บ้านอย่างต่อเนื่องในทุกเรื่องรวมถึงการเป็นสัปเหร่อ แทนการใช้เวลาว่างเที่ยวเตร่ ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชน เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดดังกล่าวซึ่งกำลังมีงานศพ พบกลุ่มวัยรุ่น 7 คน กำลังทำความสะอาดเมรุของวัด เพื่อรองรับการเผาศพที่กำลังจะมีขึ้น โดยสัปเหร่อวัยรุ่นจิตอาสาเหล่านี้ได้นำอุปกรณ์การทำความสะอาด เช่น ไม้กวาด ไม้ถูพื้น รวมถึงหน้ากากปิดจมูก และเครื่องดื่มใส่กระติกมากันเองจากบ้านสำหรับวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว ประกอบด้วย นายสัมพันธ์ โหสุวรรณ อายุ 27 ปี อาชีพเกษตรกรรม นายพระศุกร์ รัชตโสถติ์ อายุ 32 ปี ตัวแทนทำประกันรถยนต์ นายนวพล ทองบุญเหลือ อายุ 22 ปี ช่างอิเล็กทรอนิกส์ บ.บุญเติม นายชัย ชัยมณี อายุ 27 ปี ตัวแทนทำประกันรถยนต์ นายนรพล โภแพ อายุ 22 ปี โฟร์แมนบริษัทรับเหมาก่อสร้าง นายทศพล สุขคง อายุ 22 ปี นายอำนาจ สุขคง อายุ 27 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ทั้งหมดใช้ชื่อเด็กวัดกลุ่ม “สัปเหรอซิ่ง” กำลังปัดกวาดเช็ดถูเมรุ เตาเผา และผูกผ้ากันอย่างขะมักเขม้น โดยไม่ได้แสดงความรังเกียจใดๆ พร้อมเก็บกระดูกห่อผ้าขาวจากศพที่เพิ่งเผาไปส่งให้กับญาตินำไปลอยอังคาร และกำลังเตรียมน้ำมันเพื่อเผาศพต่อไป โดยมีพระอธิการประสิทธิ์ ปสาโท (หลวงพ่อเทพ) เจ้าอาวาส คอยดูแลมอบหมายงานนายสัมพันธ์ เผยว่า พวกตนเป็นเด็กที่เกิดและโตมาที่วัดแห่งนี้ เรียนที่วัดนี้ ปัจจุบันทุกคนมีงานประจำทำและมีอาชีพกันทุกคน ช่วงไหนใครว่างก็จะมาช่วยงานวัด เป็นจิตอาสา โดยช่วยงานวัดทุกอย่างตามที่หลวงพ่อเทพมอบหมายมาทั้งรดน้ำต้นไม้ ตัดต้นไม้ ให้อาหารหมา แมว ทำความสะอาดวัด ซักผ้าจีวรให้หลวงพ่อ ส่วนการเป็นสัปเหร่อทำมาแล้วเกือบ 2 ปี เนื่องจากลุงเนิน สัปเหร่อของวัดคนปัจจุบันอายุ 80 กว่าปีแล้ว ทำไม่ค่อยไหว จึงได้มาช่วย

“จากที่ช่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็เลยกลายมาทำแบบเต็มตัว ซึ่งหน้าที่หลักๆ หากมีงานศพก่อนเผาศพ 1 วัน จะรวมตัวกันทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูเมรุ ช่วยกันผูกผ้า เติมน้ำมันเตาเผา และวันเผาศพมีหน้าที่นำศพเข้าเตาเผา ดูอุณหภูมิไฟ พลิกศพเพื่อให้ทุกส่วนของร่างกายไหม้เสมอกัน จากนั้นก็จะกวาดกระดูกนำมาใส่โกฏิให้เจ้าภาพนำไปสวด และกระดูกที่เหลือก็จะมาเก็บอีกวันห่อใส่ผ้าขาวเพื่อให้ญาติไปลอยอังคาร ส่วนพิธีทางไสยศาสตร์ เช่น มัดตราสัง ผ่ามะพร้าวล้างหน้าศพ ลุงเนิน สัปเหร่อจะเป็นคนทำ เพราะพวกตนยังไม่เก่งพอ แต่ขณะนี้ลุงเนินอยู่ระหว่างถ่ายทอดวิชาให้อยู่”ส่วนค่าจ้างในการทำหน้าที่สัปเหร่อนั้นพวกตนไม่ได้รับ แต่หากเจ้าภาพให้มาก็จะถวายวัด โดยทุกคนเป็นจิตอาสามาช่วยวัดและช่วยเพื่อนบ้าน ถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และทุกคนยืนยันจะทำงานนี้ต่อไป โดยไม่อายที่จะมีคนพูดว่าเป็นสัปเหร่อ.

ที่มา>>>Thairath