ตลิ่ง แม่น้ำเจ้าพระยากรุงเก่า หน้าวัดโคกหิรัญ ถล่มลึก 5 เมตร

เกิดเหตุตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดโคกหิรัญ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา พังถล่มลงเป็นเหวลึกเกือบ 5 เมตร ผญบ.หมู่ 2 เผย ตลิ่งพังลงมาน่ากลัวทรุดเกือบถึงวัดเกรงเสียหายหนัก ด้าน วัดระบุ ไม่มีงบแก้ไข เสนอจังหวัดไปหลายปีก็เงียบ

มื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม 59 ชาวบ้าน อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งชุมชนถึงกับผวา ด้วยเพราะว่าตลิ่งหน้าวัดโคกหิรัญ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตหมู่ที่ 2 ต.บางชะนี พังถล่มลงมาพร้อมกัน ลึกเกือบ 5 เมตร ยาวกว่า 40 เมตร และกว้างเกือบ 10 เมตร โดยตลิ่งเริ่มพังถล่มลงในช่วงก่อนเที่ยงวันนี้ และการพังทรุดตัว ยังมีอย่างต่อเนื่องสภาพตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดโคกหิรัญ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ถบล่มลงมาลึกถึง5 เมตร มองดูเหมือนเหว

นายสวัสดิ์ สัญญะวิถี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 เปิดเผยว่า ตลิ่งพังลงมาอย่างน่ากลัว เพราะพังทรุดเกือบจะมาถึงรั้วของวัด รวมถึงระบบผลิตน้ำประปาชุมชน ที่ใช้กันทั้งตำบล โดยหากการพังยังมีต่อไป หรือหากไม่เร่งดำเนินการแก้ไข จะเกิดความเดือดร้อน และเสียหายมากไปกว่านี้แน่นอนตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถล่ม ลึก 5 เมตร

ด้าน พระประเสริฐ กิตติสาโร พระลูกวัด เปิดเผยว่า ทางวัดเองไม่มีทุนทรัพย์ จะไปดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ เพราะหนักเกินกว่าที่วัดจะดำเนินการเองได้ ซึ่งตรงจุดนี้เองทางวัดหวั่นเกรงว่าตลิ่งหน้าวัดจะพัง จึงได้ทำเรื่องเสนอของบประมาณสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ผ่านไปทางจังหวัด 2-3 ปีแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ แต่ทุกอย่างก็เงียบหายไป จนกระทั่งเกิดเหตุตลิ่งพังดังกล่าวชาวบ้านแห่มาดู ตลิ่งริมเจ้าพระยา ถล่ม สาเหตุเพราะปริมาณน้ำน้อยมาก

สำหรับวัดโคกเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ติดฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในอดีตเคยเป็นวัดที่เกจิชื่อดังของอำเภอบางบาล จำพรรษาและเป็นเจ้าอาวาส ได้แก่ หลวงพ่อโบ และ หลวงพ่อเจือ ปัจจุบันมีพระมหาเฉลิมพล อชิโต เป็นเจ้าอาวาส ล่าสุดเทศบาลตำบลบางบาล โดยนายชูเกียรติ บุญมี นายกเทศมนตรี ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบในเบื้องต้น.

ที่มา>>>Thairath

ชาวบ้านอยุธยา วอน กรมศิลป์รื้อหลังคา วัดกุฎีสูง ชำรุดจากน้ำท่วมใหญ่

ชาวบ้าน หมู่ 3 ต.หัวรอ จ.พระนครศรีอยุธยา วอนกรมศิลปากร รื้อหลังคาวัดกุฎีสูง ซึ่งเป็นวัดร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา มีหลวงพ่อขาวประดิษฐานในพระอุโบสถ ทั้งนี้ หลังน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 54 ทำให้หลังคาสังกะสีเสียหาย พร้อมทั้งติดป้ายชื่อ-ประวัติวัด เนื่องจากมีนทท.แวะมาเที่ยวชมมากขึ้น…

วันที่ 1 เม.ย. 59 ชาวบ้าน หมู่ 3 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวนมากที่ปลูกบ้านอาศัยอยู่บริเวณรอบๆ วัดกุฎีสูง (วัดร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา) ที่มีพระประธานหลวงพ่อขาวประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถร้าง ร้องเรียนว่า หลังคาสังกะสีอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมหวั่นหลังคาพังทับพระประธาน จึงให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเข้ามาแก้ไข ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบวัดกุฎีสูงร้างตั้งอยู่ริมถนนสายอยุธยา-เพนียดคล้องช้าง ใกล้วัดเจดีย์แดง พบอุโบสถร้างไม่มีหลังคา ภายในมีพระประธานปูนปั้นปางมารวิชัย ซึ่งมีการบูรณะมาแล้ว เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2522 และมีหลังคาสังกะสีคลุมเพียงพระประธาน ทำจากเสาขนาดเล็ก 4X4 สูง 6 เมตร ได้ชำรุดหักเอียง ตรวจสอบรอบๆ วัดพบต้นโพธิ์ขนาดใหญ่จำนวน 2 ต้น ขึ้นโอบหอระฆังเก่าแก่ที่สูงกว่า 5 เมตร ไม่ให้พังทลายลงมา ซึ่งเป็นอันซีนที่สวยงามของวัดร้างอีกแห่งหนึ่งในอยุธยา

พระประธานหลวงพ่อขาวประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถร้าง
ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่จำนวน 2 ต้น ขึ้นโอบหอระฆังเก่าแก่ที่สูงกว่า 5 เมตร

ด้าน นายวันชัย สารโพธิ์ อายุ 46 ปี ชาว ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านใกล้วัด กล่าวว่า วัดนี้เป็นวัดร้างเมื่อก่อนเป็นป่าหนาทึบ กรมศิลปากรมาบูรณะถางป่าจนโล่งเตียน หลังจากนั้นถ้ามีหญ้าขึ้นรกอีก ตนไปยืมเครื่องตัดหญ้า จากนั้นเพื่อนบ้านช่วยออกค่าน้ำมันตัดหญ้าเป็นประจำ เพราะพวกเราอาศัยอยู่ที่นี่ก็ช่วยดูแลกันไป แต่หลังจากน้ำท่วมใหญ่หลังคาสังกะสีได้พังเสียหายพวกชาวบ้านไม่กล้ารื้อเอง จึงอยากให้กรมศิลปากรช่วยมาซ่อมแซมให้สมบูรณ์เพราะกลัวจะพังมาทับหลวงพ่อขาวเสียหาย ทั้งนี้อยากฝากขอให้กรมศิลป์นำป้ายชื่อวัด และประวัติของวัดมาติดไว้ด้วย เพราะทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแวะเข้ามาเที่ยวชม แต่ไม่สามารถสื่อสารกับชาวบ้าน

ต้นโพธิ์โอบรัดหอระฆังโบราณไม่ให้พังทลายลงมา อันซีนที่สวยงามของวัดร้างอีกแห่งหนึ่งในอยุธยา

ขณะที่ นางภารดี สุขเกษม อายุ 55 ปี ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ได้นำสิ่งของมาถวายหลวงพ่อขาว เล่าว่าตนนับถือหลวงพ่อขาวมานาน ทั้งยังเคยบนบานให้แม่หายป่วยไข้ จากนั้นเพื่อนบ้านมาบนเรื่องโชคลาภก็สมหวังเป็นจำนวนมาก

ที่มา>>>Thairath