เผยนาทีเมียหลวงยิงใส่หน้าต่างบ้าน กระสุนโดนกิ๊กสาวตาย ก่อนอุ้มลูก 2 ขวบรอมอบตัว

จากกรณีน.ส.ราตรี อินเทพ อายุ 37 ปี ตามไปเจอนายนวพล อินเทพ สามีซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ม. 6 ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย อยู่ในบ้านพักข้าราชการของเทศบาลตำบลศรีดอนชัย กับน.ส.รัตนาภรณ์ สถานเดิม อายุ 37 ปี ตำเหน่งผู้ช่วยธุระการฝ่ายกองช่างเทศบาลตำบลศรีดอนชัย ทำให้นส.ราตรีบันดาลโทสะ ใช้ปืนลูกซองยาวที่ถือติดตัวไปด้วยกระหน่ำยิงใส่น.ส.รัตนาภรณ์จนเสียชีวิต เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 7 ต.ค.201610071649431-20021028190521จากการสอบปากคำพนักงานเทศบาลเทศบาลตำบลศรีดอนชัย ที่อาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าว่า ช่วงกลางดึก ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขับขี่เข้ามาจอดใกล้บ้านพักของผู้ตาย จากนั้นได้ยินเสียงตะโกนโวยวาย มีน.ส.ราตรียืนถือปืนลูกซองยาวอยู่หน้าบ้านพัก ตะโกนเรียกให้สามีออกมา แต่ไม่มีใครออกมาจากบ้าน ชาวบ้านที่ออกมาดูพยายามเข้าไปขอปืนลูกซองจากน.ส.ราตรี แต่ไม่เป็นผล ทันใดนั้นน.ส.ราตรีได้ขึ้นลำลูกซองแล้วยิงผ่านกระจกหน้าต่างหน้าบ้านเข้าไป 1 นัด จากนั้นได้ขึ้นรถจักรยานยนต์ขับขี่ออกไป

เพื่อนบ้านใกล้เคียงได้วิ่งเข้าไปดูพบว่าน.ส.รัตนาภรณ์ถูกกระสุนลูกซองกระจายเข้าลำตัวหลายแห่ง รวมทั้งที่ศีรษะ เลือดไหลนองเต็มบ้าน มีนายนวพลยืนตัวสั่นด้วยความตกใจอยู่ใกล้ๆ เพื่อนบ้านได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่น.ส.รัตนาภรณ์เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ต่อมาตำรวจได้เดินทางไปที่บ้านของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก พบน.ส.ราตรียืนอุ้มลูกชายวัย 2 ขวบ จึงได้ยึดปืนลูกซองยาว 5 นัดกระบอกที่ใช้ก่อเหตุ พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง ปลอกกระสุนเบอร์ 12 เก็บใว้เป็นหลักฐาน ควบคุมตัวมาสอบสวนทันที

พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผกก.สภ.เชียงของ เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาน.ส.ราตรี 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองใว้ก่อน, พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะในยามวิกาล, ใช้อาวุธปืนผิดมือ ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำไปโดยบัลดาลโทสะ และยินยอมมอบตัวแต่โดยดี เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้ที่สภ.เชียงของ

ที่มา>>>ข่าวสด

จับแล้ว!! มือยิงพ่อค้าเมี่ยงปลาเผา รับสิ้นปมหึงหวง

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 28 ก.ย. พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 รรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. และฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ร่วมกันจับกุมตัว นายสุนทรหรือกล้า พุทธาวรางศ์ อายุ 25 ปี และนายโอหรือบาส พุกวงศ์ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา  ลงวันที่ 27 ก.ย. 59 ข้อหา”ร่วมกันพยายามฆ่า ร่วมกันมีอาวุธปืนและยิงปืนในเมือง”1หลังทั้งคู่ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายเกริกฤทธิ์ คงดี อายุ 27 ปี พ่อค้าเมี่ยงปลาเผา บริเวณตลาดห้วยขวาง ด้านหลัง ร.ร.สามเสนนอก ริมถนนประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง กระสุนเข้าหน้าท้องและมือซ้าย 3 นัดจนบาดเจ็บสาหัส เมื่อช่วงกลางคืน ของวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยจับกุมตัวได้บริเวณซอยสุทธิสารวินิจฉัย เขตดินแดง กทม.

จากการสอบสวนนายสุนทร รับสารภาพว่าทำไปเพราะหึงหวง หลังจับได้ว่านายเกริกฤทธิ์ซึ่งเคยเป็นคบหากับแฟนสาวของตน แม้นจะเลิกราไปแล้วแต่ยังมีการติดต่อกันอยู่ จึงชวนนายโอ ขี่รถจยย.มาตามหาตัว แต่ไม่ได้บอกว่าจะมาก่อเหตุ เมื่อมาบริเวณจุดเกิดเหตุ ตนซึ่งนั่งซ้อนท้ายอยู่จึงชักอาวุธปืนออกมาจ่อยิง แล้วหลบหนีไปจนมาถูกจับดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ก.ย.นี้ สน.ห้วยขวาง จะมีการแถลงข่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมนำตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรหื่นบุกห้องผช.พยาบาล ปืนจ่อหัว-ขืนใจ ก่อนหนีขอเบอร์เหยื่อ บอกจะขนของมาอยู่ด้วย

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 ก.ย. น.ส.ต่าย (นามสมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ช่วยพยาบาล รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ย่านศรีนครินทร์ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.พิทเรศ คุยเพียภูมิ รองสารวัตร(สอบสวน)สน.ประเวศ เพื่อแจ้งความว่าถูกคนร้ายบุกเข้าห้องพักและข่มขืน ที่ห้องพักของอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง ย่านสวนหลวง กทม.  ผู้เสียหายให้การว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ขณะที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ในห้องพักขั้น 2 ห้อง 204 ตื่นมาตอนนาฬิกาปลุก พบว่าคนร้ายได้ยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อคนร้ายเห็นตนกำลังตื่นนอน ก็ได้ใช้ผ้าห่มมาคลุมศรีษะตน และนำอาวุธปืนมาจ่อที่หน้าผากตน พร้อมทั้งพูดบังคับให้ตนอยู่นิ่งๆ แต่ตนได้พูดขอร้องให้คนร้ายอย่าทำร้ายตน และบอกว่าอยากได้ทรัพย์สินอะไรให้เอาไป แต่คนร้ายไม่ยอม จับมือทั้งสองข้างของตน ไว้เหนือศรีษะในลักษณะไข้วทับกัน ก่อนจะลงมือข่มขืนตน ขณะนั้นยังเอาปืนจ่อหน้าผากตนไว้อยู่ หลังจากเสร็จไป 1 ครั้ง คนร้ายได้นำเสื้อของตน มาผูกปิดตาตนไว้

เหยื่อสาวให้การว่า ระหว่างนั้นตนเหลือบไปเห็นลักษณะคนร้าย เป็นชาย รูปร่างผอม สูงประมาน 170 ซม. ผิวสีแทน ผมรองทรง ที่บริเวณเอวด้านขวาของคนร้ายมีรอยสักสีเขียวแดง ลักษณะเป็นสัตว์ มีเกล็ด คล้ายปลาหรือมังกร จากนั้นได้ลากตนไปยังห้องน้ำ ขณะอยู่ในห้องน้ำ ตนได้ยินเสียงคล้ายคนรือค้นของในถุงพลาสติก และเสียงกดชักโครก จากนั้นคนร้ายได้ลากตนมาที่เตียงนอนอีกครั้งก่อนจะลงมือข่มขืนตนอีกครั้ง  เหยื่อสาวให้การว่า หลังจากนั้นตนได้ยินเสียงคนร้ายกำลังสวมใส่เสื้อผ้า ตนจึงได้พยายามชวนคนร้ายคุยเพื่อซักถามจนรู้ว่าคนร้ายอยู่ย่านปทุมวัน เดินทางโดยใช้นั่งแท็กซี่ พร้อมทั้งขู่ตนให้เบอร์โทรศัพท์ และขอชื่อเฟซบุ๊คของตนไป ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่า เดี้ยวจะติดต่อกลับมา และจะขนของมาอยู่กับตน หลังจากนั้นคนร้ายได้บังคับให้ตนนอนคว่ำหน้า ก่อนจะหลบหนีออกทางหน้าต่างห้องของตน กระโดดข้ามระเบียงไปยังตึกที่อยู่ติดกัน ขณะนั้นตนได้รีบหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อถ่ายรูป แต่ไม่ทัน คนร้ายมีความชำนาญในการปีน ทำให้สามารถหลบหนีไปได้ จากนั้นตนจึงโทรศัพท์หาญาติและมาแจ้งความที่สถานีตำรวจ

ร.ต.ท.พิทเรศ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องไว้ คาดว่าคนร้ายน่าจะติดตามผู้เสียหายจนทราบว่าพักอาศัยอยู่ภายในซอยดังกล่าว ตอนนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ให้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีกระดาษชำระที่คนร้ายได้ใช้ และถุงพลาสติก ส่วนผู้เสียหายได้ส่งไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งจะทราบผลในวันอังคารนี้ (13 ก.ย.) ส่วนเรื่องการติดตามคนร้ายได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง พร้อมทั้งเชิญตัววัยรุ่นที่น่าสงสัยและพักอาศัยในซอยดังกล่าวมาสอบปากคำ เพื่อติดตามตัวหาคนร้ายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองโคราช! สตต.จ่อยิงนศ.แฟนสาวดับแล้วยิงตัวตาย หลังแฟนสาวกลับจากเที่ยวกับเพื่อนๆ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม พ.ต.ท.สายัญ แบ่งสันเทียะ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งมีเหตุคนใช้อาวุธปืนยิงกันเสียชีวิตจำนวน 2 ศพ ที่อพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่งใน ต.บ้านเกาะ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น   ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักสูง 6 ชั้น ซึ่งเปิดให้บริการให้ที่พักแบบรายเดือนและรายวัน ภายในโครงการ เอ 2 ที่พักแบบรายวัน ภายในห้อง 312 พบศพชายหญิงวัยรุ่นเสียชีวิตในสภาพเลือดแห้งเกรอะกรัง บริเวณข้างเตียงนอนหน้าตู้วางโทรทัศน์สี ซึ่งยังเปิดอยู่ โดยศพแรกเป็นศพส.ต.ต.วิรัช หาญสมบัติ อายุ 24 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา มีบาดแผลถูกยิงที่ขมับขวา และข้างเตียงนอนหน้าห้องน้ำ พบศพน.ส.ณัฎฐกรานต์ แก้วสุวรรณ์ อายุ 20 ปี ชาวอ.วังน้ำเขีย; จ.นครราชสีมา มีบาดแผลถูกยิงที่ขมับซ้าย โดยพบปืนขนาด .38 วางอยู่บนพื้น พร้อมปลอกกระสุน 1 ปลอกค้างอยู่ในลูกโม่ และตกบนพื้นห้อง 1 ปลอก รวมทั้ง 2 ลูกกระสุนที่ยังไม่ใช้งานอยู่ในลูกโม่ ต่อมาเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 และแพทย์เวรนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้มาตรวจสถานที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บร่องรอย หลักฐานตามกระบวน จากนั้นอาสาสมัครกู้ภัยสว่างเมตตาโคราช ได้เคลื่อนย้ายศพไปเก็บรักษาตามกระบวนการ  พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมระบุผู้เสียชีวิตทั้งสอง ได้มาเปิดห้องพักแบบรายวัน โดยเข้าพักเมื่อวานนี้ (22 ส.ค.) เวลา 15.40 น. จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. พบเห็นน.ส.ณัฎฐกรานต์ ซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ออกไปข้างนอกกับเพื่อนๆ กระทั่งบ่ายนวันนี้ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศ ได้มาซ่อมบำรุงข้างๆห้อง ได้มองเห็นศพทั้งสองผ่านหน้าตาที่เปิดแง้มอยู่ จึงแจ้งตำรวจ เบื้องต้นสันนิษฐานจากบาดแผลและตรวจสถานที่เกิดเหตุ คาดว่าส.ต.ต.วิรัช ซึ่งเพิ่งจบจากศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 ค่ายสุรนารายณ์ จ.นครราชสีมา เมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกยิงน.ส.ณัฎฐกรานต์ ก่อนยิงตัวเองหนีความผิด ส่วนสาเหตุเกิดจากปัญหาชู้สาว เพราะผู้ชายหึงหวงแฟนสาว ซึ่งหน้าตาดี และเพิ่งออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ อย่างไรก็ตาม จะต้องรอผลสอบจากพยานใกล้ชิดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ล้อมจับระทึก!! หนุ่มเอเย่นต์ยา ขังตัวในรถไม่ยอมลง

วันที่ 27 ก.ค. พ.ต.อ.ณัทณพงศ์ หลิ่มวิรัตน์ ผกก.1 บก.ปส.3 พร้อมด้วย พ.อ.ประดิยุทธ กลิ่นศรีสุข ผอ.กอง 12 ศรภ.บก.ทท. พ.ท.ณปพงศ์ธร วังตาล หัวหน้า ชป.กอง 12 พ.ต.ท.สมใจ เมฆหมอก สว.สส.สน.ประชาชื่น ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 30 นาย เข้าจับกุมนายนิรุต หรือท็อป เจิมศรี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ซ.19 แยก 8 ถนนศิริเกษม แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม. ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 161/2559 ลงวันที่ 19 พ.ค.2559 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยสามารถจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 225/92 ซอยกรุงเทพนนทบุรี 56 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. ขณะกำลังนั่งอยู่บน รถเบนซ์ ซี 220 สีดำ หมายเลขทะเบียน ธม 9061 กทม.การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่านายนิรุต เอเย่นต์ยาเสพติดรายสำคัญและมีหมายจับติดตัว ได้หลบหนีมากบดานที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์ได้ประมาณ 2 วัน จนกระทั่งช่วงเย็นที่ผ่านมา พบนายนิรุต กำลังนั่งอยู่บนรถเบนซ์คันดังกล่าว ซึ่งเป็นรถของเพื่อนสาวคนสนิท และเป็นรถที่ผู้ต้องหาใช้ขับส่งยาเสพติด จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมทั้งแสดงหมายจับ แต่เมื่อนายนิรุต เห็นเจ้าหน้าที่ จึงไม่ยอมลงจากรถ ระหว่างนั้นน.ส.อำไพ หาญสมจิต อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นป้าของนายนิรุต เดินเข้ามาหานายนิรุต ที่รถ และนายนิรุตได้ส่งมอบยาไอซ์ จำนวน 3 กรัม ให้กับน.ส.อำไพ เพื่อให้นำไปทิ้ง ก่อนจะเดินเข้าบ้านหลังดังกล่าวไป แต่เจ้าหน้าที่สังเกตุพบจึงได้เดินตาม น.ส.อำไพ เข้าไปในบ้าน และพบว่ากำลังนำยาทั้งหมดทิ้งลงชักโครกในห้องน้ำ จึงทำการยึดไว้ได้ 1 กรัมต่อมาเมื่อเวลา 20.30 น. หลังการล้อมจับผ่านไปหลายชั่วโมง นายนิรุต ก็ยังไม่ยอมออกมาจากรถ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจทุบกระจกรถคันดังกล่าว พร้อมกับนำตัวนายนิรุต ออกมา จากการตรวจค้นภายในรถพบอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันได้เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พบเพียงน.ส.พรรณวดี เจริญด้วยปัญญา อายุ 29 ปี เพื่อนสาวคนสนิทของนายยนิรุต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายนิรุต ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดี พร้อมเชิญตัวป้าและเพื่อนสาวคนสนิทของนานิรุต ไปสอบปากคำที่ บช.ปส.ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ลูกทรพีจ่อยิงพ่อบังเกิดเกล้าดับคาเปล เพราะระแวงว่าพ่อมีอะไรกับเมียสาววัย 18 ปี

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 26 ก.ค.2559 ร.ต.อ.มงคล จิตรปัญญากุล พนักงานสอบสวน สภ.สรรคบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงกันได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บ้านเลขที่ 61/1 หมู่ 7 ต.ห้วยกรดพัฒนา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.อ.วิโรจน์ ข้าวบ่อ ผกก.สภ.สรรคบุรี พร้อมแจ้งกู้ชีพโรงพยาบาลสรรคบุรี และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูชัยนาท เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง มีเปลญวนผูกอยู่ใต้ถุน พร้อมแคร่ไม้ไผ่วางอยู่ใกล้กัน พบคราบเลือดใต้เปลญวนและบนแคร่ พร้อมหมอนรองกระสุน ผู้ได้รับบาดเจ็บคือนายทองใบ ปานสรวง อายุ 53 ปี ถูกยิงบริเวณกลางอกและได้เสียชีวิตลงระหว่างส่งโรงพยาบาลสรรคบุรีสภาพศพนายทองใบ

จากการสอบสวนทราบว่า มือปืนคือนายสุบิน ปานสรวง อายุ 27 ปี ลูกชายแท้ๆของนายทองใบ ผู้ตาย ซึ่งหลบหนีไปหลักก่อเหตุน.ส.สุธิพร สีดา ภรรยาของมือปืนชี้จุดเกิดเหตุ

น.ส.สุธิพร สีดา อายุ 18 ปี ภรรยาของนายสุบิน ผู้ต้องหา กล่าวว่า วันนี้พ่อลูกทะเลาะกันโดยตลอด โดยนายสุบินนำปืนและลูกปืนมาวางให้ดู แล้วสั่งให้ตนทำกับข้าว ขณะตนกำลังจะหั่นหมู อยู่ๆสามีลุกขึ้นเดินมาหาพ่อแล้วพูดว่า “มึงเอาเมียกูหรือไง” จากนั้นยกปืนขึ้นจ่อยิงพ่อขณะนอนอยู่ในเปล กระสุนโดนเข้ากลางหน้าอกนายสุบิน ปานสรวง คนร้าย

“สาเหตุคือมันหึงหวงคิดว่าหนูกับพ่อมีอะไรกัน หลังจากมันยิงพ่อแล้วก็หันปืนมาจะยิงหนู จึงวิ่งไปหาเพื่อนบ้านให้ช่วย เขาวิ่งตามจะยิงอีกแต่ใส่ลูกปืนไม่ได้ ก็วิ่งไปหยิบเคียวจะมาฟันหนู แต่เพื่อนบ้านมาห้ามไว้ จากนั้นมันก็ได้หลบหนีไป”น.ส.สุธิพรกล่าว

พ.ต.อ.วิโรจน์ กล่าวว่า เกี่ยวคดีนี้มีประจักษ์พยานว่าผู้ต้องหาซึ่งเป็นลูกชายของผู้ตายเป็นผู้กระทำ ซึ่งหลังจากใช้อาวุธปืนยิงบิดาตนเองแล้ว และได้ใช้อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวพยายามจะยิงภรรยาตัวเองอีก และจากการสอบถามภรรยาของผู้ต้องหารายนี้ ทราบว่าสาเหตุ ผู้ต้องหามีความระแวงว่าภรรยาจะมีอะไรกับบิดา วันนี้คงจะมีปากเสียงกัน หลังจากยิงพ่อ ได้หลบหนีไป แต่รถจักรยานจนตัวเองโซ่ขาด จึงไปยืมรถเพื่อนบ้านหลบหนีไป คาดว่าจะจับตัวได้ในเร็วๆนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

ลูกชายช็อก!เห็นพ่อถือผ้าปูที่นอนออกมาจากห้องแล้วคว้าปืนจ่อยิงตัวเองดับหน้าบ้าน

 เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 19 ก.ค. ร.ต.อ.ปิยะชาติ ครุนันท์ ร้อยเวร สภ.ขลุง จ.จันทบุรี พร้อมตำรวจสืบสวน แพทย์เวร รพ.ขลุง และ กำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย ขลุงมูลนิธิ เดินทางตรวจสอบบ้านพักเลขที่ 35/3 ม.1 ต.วันยาว อ.ขลุง จ.จันทบุรี หลังได้รับแจ้งเหตุ มีคนใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย  ที่เกิดเหตุเป็นลานหญ้าหน้าบ้านพักพบศพของ นายนพพงศ์ เชี่ยวชาญกิจ อายุ 65 ปี เจ้าของบ้านและเป็นอดีตเจ้าของโรงกลึงแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ขลุง นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนพื้นหญ้า ตามร่างกายพบมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด เข้าที่บริเวณหน้าอกด้านซ้าย จำนวน 1 นัด กระสุนทะลุออกหลัง สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงกีฬาขาสั้นสีเทา ใกล้กันยังพบอาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ขนาด จุด 38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนในรังเพลิงถูกยิงไป 1 นัด ตกอยู่ในห่อผ้าปูที่นอน ที่วางอยู่ใกล้มือด้านขวาของผู้ตาย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.ปิยะชาติ ครุนันท์ ร้อยเวรเจ้าของคดี เบื้องต้นทราบว่านายกนกพงศ์ เชี่ยวชาญกิจ อายุ 33 ปี ลูกชายของผู้ตาย ให้การว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุได้เห็นผู้ตาย เดินถือห่อผ้าปูที่นอน เดินลงมาจากห้องและออกไปทางหน้าบ้าน ซึ่งไม่ได้เอะใจ จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมา 1 นัด จึงได้รีบวิ่งออกมาดูก็พบว่านายนพพงศ์ใช้อาวุธปืนพกสั้น จ่อยิงตัวเองเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้นายนพพงศ์คิดสั้น คาดว่าน่าจะเกิดจากอาการเครียดเกี่ยวกับปัญหาโรคไตรุมเร้ามานานกว่า 1 ปี โดยก่อนหน้านี้นายนพพงศ์ได้เดินทางเข้าไปรับการรักษาด้วยการฟอกไต หลังจากกลับมาบ้านสังเกตว่านายนพพงศ์ อยู่ในอาการซึมเศร้า และมักจะเดินออกมาจากบ้านช่วงกลางดึกเกือบทุกคืน ซึ่งตัวเองก็เฝ้าสังเกตพฤติกรรมอยู่ตลอด แต่ก็ไม่คาดคิดว่า นายนพพงศ์จะแอบเอาปืนพกมาจ่อยิงฆ่าตัวตาย

ที่มา>>>ข่าวสด

รถคว่ำเลือดกระจายถนน นึกว่าอุบัติเหตุแจ้งจนท. ถึงผงะ!! 2หนุ่มร่างพรุนเป็นศพ

 วันที่ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ ร.ต.อ.สมพงษ์ ศรีครินทร์ พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายถนนสายสันตาเพีย-น้ำจาง หมู่ที่ 13 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ ที่เกิดเหตุเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านบ้านสันตาเพียหมู่ที่ 12 – บ้านน้ำจาง หมู่ที่ 13 ต.บ้านโตก ตลอดเส้นทางมืดสนิท ไม่มีไฟส่องสว่างแต่อย่างใด พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน – ขาว หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 8067 เพชรบูรณ์ ซึ่งล้มอยู่กลางถนน และพบศพชายซึ่งคาดว่าเป็นคนขับขี่สวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น ทราบชื่อต่อมา คือ นายประวิน อุ้มภูธร อายุ 30 ปี อยู่หมู่ 12 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และชายสวมเสื้อสีเหลืองทับด้วยเสื้อคลุมสีน้ำตาล กางเกงยีนส์ขายาว ซึ่งคาดว่าเป็นคนซ้อนท้าย ทราบชื่อต่อมา คือ นายบุญธรรม จันคูณ อายุ 29 ปี อยู่หมู่ 13 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ถูกยิงด้วยกระสุนปืนหลายนัดนอนเสียชีวิตในลักษณะศพยังคร่อมรถอยู่

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 9 ปลอก จึงให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตรวจค้นภายในตัว พบเพียงโทรศัพท์มือถืออยู่ในกระเป๋ากางเกงของคนขับ ส่วนคนซ้อน พบเงิน 20 บาท ยาเส้นและไฟแช็คอยู่ในกระเป๋ากางเกง จากการชันสูตรพบว่านายประวิน ซึ่งเป็นคนขับรถ จยย. ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าตามลำตัวจำนวน 5 นัด กระสุนฝังใน ส่วนนายบุญธรรม ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 11 มม. เช่นเดียวกันจำนวน 6 นัด จากการสอบสวนนายเอ (นามสมมติ) ผู้พบศพเป็นคนแรก ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ตนขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านหมู่ที่ 13 ต.บ้านโตกมาตามเส้นทางดังกล่าว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นรถจักรยานยนต์ล้ม โดยมีคนนอนทับอยู่ 2 คน จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุรถล้ม แต่เมื่อเจ้าหน้าที่อาสาฯ มาดู ก็พบว่าเป็นการฆาตกรรมจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า จากการสอบสวนและตรวจสอบสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุ คาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และน่าจะรู้จักกับผู้ตาย และคาดว่าในขณะที่ทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์มาตามเส้นทางดังกล่าวได้มาพบกับคนร้าย จึงได้จอดเพื่อเคลียร์ปัญหาอะไรกันบางอย่าง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. กระหน่ำยิงจนเสียชีวิตทั้งคู่ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้านและสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุของการสังหารในครั้งนี้

ที่มา>>>ข่าวสด