หวิดดับยกครัว! พ่อขับเก๋งจู่ๆ ยางระเบิด เสียหลักพุ่งข้ามเลน เสยปิกอัพตกถนน หลายท้องทั้งคู่

วันที่ 3 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำที่บริเวณบนถนนสายสุขประยูร (ชลบุรี-พนัสนิคม) ฝั่งขาเข้าพนัสนิคม หมู่ 8 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยไตรคุณธรรม ชลบุรี

ที่เกิดเหตุบริเวณข้างถนนพบรถเก๋งโตโยต้า โคโรล่า หมายเลขทะเบียน กพ 6580 ชลบุรี สภาพหงายท้อง ล้อด้านซ้ายหลุดออก โดยมีนายชัยรัตน์ สงวนวารี อายุ 46 ปี คนขับได้รับบาดเจ็บมีแผลแตกที่ใบหน้า ส่วนผู้โดยสารที่มาด้วยเป็นภรรยาและลูก ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ใกล้กันพบรถกระบะอีซูซุ หมายเลขทะเบียน ฒฬ 6087 กทม. สภาพหงายท้องเช่นกัน โดยในรถยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป้น 3 พ่อ-แม่-ลูก เจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

 จากการสอบถามนายชัยรัตน์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้พาครอบครัวจะมุ่งหน้าไปอำเภอพนัสนิคม พอขับมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ ยางรถเกิดระเบิด จนไม่สามารถที่จะบังคับรถเอาไว้ได้ ก่อนพุ่งข้ามเลนไปชนกับรถกระบะเข้าอย่างเต็มแรง จนทำให้รถทั้ง 2 คันตกลงไปข้างถนนดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหานายชัยรัตน์ ว่าขับรถประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ช่วยระทึก!สาวเมืองกาญจน์พลัดตกหน้าผาเขาช้างเผือกลึกกว่า 20 เมตร กะโหลกยุบสาหัส

นักท่องเที่ยวสาวลื่นล้มตกผาบนเขาช้างเผือก ที่เมืองกาญจน์ เจ้าหน้าที่ช่วยระทึกต้องเดินเท้าไป-กลับกว่า 20 กิโลเมตร เข้าช่วยเหลือพร้อมลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบกะโหลกศีรษะยุบ อาการยังน่าเป็นห่วงเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 1 ก.พ. เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พร้อมอุปกรณ์กู้ชีพ เข้าช่วยเหลือน.ส.สุพัตรา พลบูรณ์ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวบริเวณเขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวพลัดตกหน้าผาได้รับบาดเจ็บสาหัสในบริเวณเขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ แต่เนื่องจากพื้นที่จุดเกิดเหตุไม่สามารถนำรถขึ้นไปได้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ทั้งสองหน่วยงานจึงได้นำอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เดินเท้าเข้าไปช่วยเหลือน.ส.สุพัตรา พลบูรณ์ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 71 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวชมเขาช้างเผือก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี แล้วเกิดประสบอุบัติเหตุลื่นล้มตกจากผาบริเวณเขาช้างเผือก ร่วงหล่นลงไปข้างผาลึกประมาณ 20 เมตร

ก่อนเจ้าหน้าที่ที่ดูแลชุดนักท่องเที่ยว และลูกหาบที่ไปด้วยจะช่วยกันนำร่างของน.ส.สุพัตราขึ้นมาจากหน้าผาได้ แต่เนื่องจากน.ส.สุพัตราได้รับบาดเจ็บเป็นแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายเองได้ จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้และอุปกรณ์การช่วยเหลือเบื้องต้น เข้ามาเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังเจ้าหน้าที่เดินเท้าเกือบสิบกิโลเมตรก็พบน.ส.สุพัตรา

จึงนำน.ส.สุพัตราขึ้นเปลสำหรับขนย้ายผู้ป่วยพร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและให้อ็อกซิเจน ก่อนจะช่วยกันลำเลียงร่างเดินเท้ากลับมาที่หมู่บ้านอีต่อง แล้วนำขึ้นรถพยาบาลส่งโรงโรงพยาบาลทองผาภูมิได้สำเร็จในเวลา 04.30 น. ของวันที่ 1 ก.พ. แพทย์ทำการตรวจบาดแผลเบื้องต้น พบว่านางสาวสุพัตราได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะยุบ อาการยังน่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม ทางคณะแพทย์จะได้เฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมช่วยกันรักษาอย่างเต็มที่เพื่อให้น.ส.สุพัตราหายดีในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

ลูกสาวสุดช็อก!! ร่ำไห้โฮเห็นศพพ่อ กระบะชนลากไปไกล จยย.พังยับเสียบคา

เวลา 08.00 น. วันที่ 26 มกราคม 2560 บริเวณโค้งโรงงานปลาป่น ถนนสุขุมวิท ต.เนินทราย อ.เมือง จ.ตราด เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายถนอม โมลี อายุ 80 ปี อยู่หมู่ 1 สภาพศพแขนหัก กรามแตก และมีแผลแตกที่ศีรษะ ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพตราด ได้พยายามปั๊มหัวใจยื้อชีวิต แต่ก็ไม่เป็นผล ขณะที่ลูกสาวที่ตามมาเห็นสภาพพ่อ ถึงกับช็อกกับเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียบิดา โดยร้องไห้อยู่ตลอดเวลาส่วนรถจักรยายนตร์ผู้ตายเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ หมายเลขทะเบียน กจท 968 ตราด ติดอยู่กับรถกระบะ มาสด้า หมายเลขทะเบียน นก 2026 นครสวรรค์ คนขับเป็นพนักงานห้างแห่งหนึ่งในจ.ตราด ซึ่งสภาพรถทั้ง 2 คัน พังเสียหายไม่สามารถขับต่อได้ญาติผู้ตาย กล่าวว่า นายถนอมขี่รถออกจากบ้านและกำลังข้ามมายังถนนอีกฝั่ง เพื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลตราด ก่อนจะถูกรถกระบะชนเสียชีวิตสลดด้านผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า รถจักรยานยนต์ขี่ออกจากซอยตัดหน้าคู่กรณีก่อนถูกรถยนต์กระบะพุ่งชนกลางลำและลากรถจักรยานยนต์ไปไกลกว่า 30 เมตร ขณะที่ผู้ตายกระเด็นตกกระแทกพื้นจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ร.ต.ต.ณัฐภัทร์ ศรีทา ร้อยเวร สภ.เมืองตราด จะเรียกคนขับรถยนต์กระบะและผู้เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำอีกครั้งเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

จยย.เสียบท้ายสยอง!! หนุ่มดับสลด มองไม่เห็นรถอ้อยจอดเสีย-คนขับเผ่นหนี

วันที่ 18 มกราคม 2560 ได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.สายันต์ นันทพงษ์ รอง สารวัตร (สอบสวน) สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ว่าคืนวันที่ 17 มกราคม 2560 เวลา 23.00 น. ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกอ้อยเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บนถนนมิตรภาพ ขอนแก่น อุดรธานี ด้านขาเข้าตัวเมืองอุดรธานี ระหว่างสะพานบ้านโนนหยาดและบ้านใหม่ศรีสุข ต.โคกกลาง อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ขอให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานที่เกิดเหตุด้วย ร.ต.อ.สายันต์ หลังจากได้รับแจ้งเหตุ รีบประสานกับหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงอุดรธานี จุดบริการโนนสะอาด ออกไปช่วยเหลือในเบื้องต้น

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 80-0728 อุดรธานี บรรทุกอ้อยเต็มคันรถ ไม่พบคนขับกลัวความผิดอาจหลบหนี และบริเวณท้ายรถบรรทุกอ้อย พบ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาวคาดดำ หมายเลขทะเบียน คพบ.305 อุดรธานี สภาพด้านหน้าพังยับและยังพบศพนอนตายอยู่ในกองเลือด ทราบชื่อ คือ นายเจริญจิตร อ่อนจันทร์ อายุ 33 ปี อยู่หมู่ที่ 3 ต.โคกกลาง อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานีจากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับ จยย.คันที่เกิดเหตุไปตามถนนมิตรภาพขอนแก่น-อุดรธานี เพื่อที่จะกลับบ้านพัก พอขับมาถึงที่เกิดเหตุมองไม่เห็นรถบรรทุกอ้อยที่จอดเสียอยู่ข้างถนน ประกอบกับไม่มีการวางกรวยและสัญญานไฟ ผู้ตายมองไม่เห็นรถจึงเกิดเสียหลักชนท้ายรถบรรทุกอ้อยอย่างแรง เป็นเหตุให้คนขับ จยย.เสียชีวิต หลังตรวจที่เกิดเหตุแล้วเจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสอบสวนหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุพร้อมติดตามหาคนขับ รถบรรทุกอ้อยมาสอบสวน

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดอึ้ง! กระบะซิ่งตบรถจักรยานยนต์กระเด็นคว่ำกลางถนน บาดเจ็บสาหัส (คลิป)

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์คลิปอุบัติเหตุ ซึ่งภาพดังกล่าวเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะพบว่า รถกระบะได้ตั้งใจเข้าตบรถจักรยานยนต์ที่แล่นอยู่เลนค่อนมาทางขวาจนคนขับและซ้อนรถจักรยานยนต์ ล้มลงบนถนนอย่างแรง

โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก กันตภณ สุขุมาลินทร์ ซึ่งโพสต์คลิปดังกล่าว ได้ระบุว่า “น้องเค้ามาขอความช่วยเหลือใครก็ได้ช่วยน้องเค้าที น้องเป็นนักศึกษา ม.ศรีปทุมชลบุรี ถูกคนขับรถใช้รถยนต์ #ตบรถมอไซค์น้อง จนล้มคว่ำตามภาพที่เห็นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่8ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ บนถนนสุขุมวิท หน้านิคมอมตะนคร ชลบุรี #โปรดช่วยกันแชร์ด้วยครับ เพื่อให้น้องเค้าได้รับความเป็นธรรม #ฝากถึงตำรวจภูธรภาค 2.ช่วยน้องเค้าด้วยครับ”

 

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดแชทไลน์ 1 ในผู้โดยสารรถตู้มรณะ 25 ศพ บอก”ขับรถน่ากลัวอ่ะ ยังไม่ถึงวังจันเลย”

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคล ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนกับรถกระบะที่จังหวัดชลบุรี จนเกิดเพลิงไหม้ ว่า ขณะนี้แพทย์ได้ทำการตรวจศพของผู้ขับขี่รถตู้เรียบร้อยแล้ว โดยผลจากการตรวจเลือด และเนื้อเยื่อของผู้ขับขี่ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีสารเสพติดเจือปนอยู่ ทางแพทย์มั่นใจว่าการตรวจดีเอนเอ และเนื้อเยื่อส่วนต่างๆของร่างกายในปัจจุบันค่อนข้างมีความแม่นยำ และเชื่อถือได้อย่างแน่นอนส่วนความคืบหน้าการส่งมอบศพผู้เสียชีวิตนั้นก่อนหน้านี้ทางสถาบันนิติเวชได้ส่งศพคืนให้ญาติแล้ว 11 ราย โดยวันนี้จะคืนศพให้ญาติเพิ่มเติมอีก 8 ราย และอีก 3 รายอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ ส่วนอีก 3 รายที่เหลือรอญาติเข้ามาติดต่อรับศพ คาดว่ามั้งหมดจะเสร็จในค่ำคืนนี้ พร้อมเร่งตรวจสอบสาเหตุการตาย และรอผลสรุปผลทางห้องปฏิบัติการอีกครั้ง ว่าจะเกิดจากขาดอากาศหายใจ หรืออุบัติเหตุไฟไหม้พล.ต.ต. ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะเร่งดำเนินการสอบสวน เพื่อเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทุกฝ่าย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ตาย” กับผู้ขับรถตู้โดยสาร แต่ถือว่าคดีสิ้นสุดในกระบวนการกฎหมายอาญา เนื่องจากผู้กระทำความผิดเสียชีวิต แต่ในทางกฎหมายแพ่ง ญาติสามารถฟ้องเรียกร้องค่าเยียวยาจากผู้ที่เกี่ยวข้องได้ พร้อมกันนี้ยังได้ฝากถึงประชาชนให้ร่วมกันเป็นหูเป็นตา หากพบว่าผู้ขับขี่ ขับยานพาหนะด้วยความประมาท ขับเร็ว ที่อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น ให้บันทึกภาพเพื่อนำแจ้งเจ้าหน้าที่ดำเนินการเอาผิดต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารผู้ประกอบการรถตู้โดยสารจะต้องปฎิบัติตามกฎหมาย คือ 1. รถตู้จะต้องมีใบอนุญาตในการประกอบรถตู้โดยสาร หากไม่มีก็จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 และหากนำไปใช้ผิดประเภทก็จะมีความผิด มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท อีกทั้งตัวผู้ขีบขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่และต้องใช้ถูกประเภท มิฉะนั้นจะมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ระบุอีกว่า จากการประเมินการในช่วงเทศกาลปีใหม่พบว่า มีผู้ใช้ความเร็วเกิดที่กฎหมายกำหนด และขับรถประมาทจนก่อให้เกิดอับัติเหตุขึ้นจำนวนมากขึ้น ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ออกมาตรการมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาในช่วงเทศกาลอื่น ๆ ต่อไป

ขอบคุณภาพจาก PPtv Thailand

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์ในโลกออนไลน์ระบุว่าเป็นแชทไลน์ระหว่าง 1 ในผู้เสียชีวิตกับญาติ ซึ่งผู้เสียชีวิตได้ส่งไลน์ถึงญาติคนหนึ่งระหว่างนั่งรถตู้มรณะกลับจากจันท์มุ่งหน้ากทม. ในวันเกิดเหตุ โดยผู้เสียชีวิตบอกว่า “ขับรถน่ากลัวอ่ะ ยังไม่ถึงวังจันเลย..รถเยอะ แต่ไม่ค่อยติด แต่รถเยอะ”

ขอบคุณภาพจาก PPtv Thailand

โดยญาติผู้เสียชีวิตรายนี้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุพร้อมทั้งแสดงแชทไลนดังกล่าวให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งเรื่องนี้ตำรวจต้องสอบสวนว่าเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุด้วยหรือไม่

ขอบคุณภาพจาก PPtv Thailand

ที่มา>>>ข่าวสด

เพิ่งซื้อจยย.ให้ลูกเป็นของขวัญปีใหม่ แม่ร่ำไห้กอดศพลูกวัย 18 หลังขี่รถคนใหม่ชนเสาไฟดับ

เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 4 ม.ค. พ.ต.ต.ธีทัต ตรุณจันทร์ สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างทางชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนเลียบทางรถไฟหนองปรือ ฝั่งขาเข้าสัตหีบ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่างนายสราวุธ พู่พลอย อายุ 18 ปี เสียชีวิตอยู่ในโพรงหญ้า ในสภาพคอหัก ใบหน้าเละ ข้างกันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า ซูมเมอร์เอ็ก สีน้ำเงินดำ สภาพใหม่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในสภาพพังยับเยิน ล้อหลังหลุดกระเด็น ตรวจสอบยังพบร่องรอยเลือดที่เสาไฟส่องสว่างข้างทาง

ต่อมาน.ส.อำพร เพชรคง อายุ 45 ปี มารดาผู้ตาย มาถึงที่เกิดเหตุก็รีบวิ่งเข้ามากอดศพลูกชาย ร้องห่มร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าปานจะขาดใจ สร้างความหดหู่ให้กับผู้ที่ผ่านมาและเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก โดยน.ส.อำพรเล่าให้ฟังว่า เพิ่งซื้อรถจยย.คันดังกล่าวให้ลูกชายได้ไม่ถึง 1 เดือน เป็นของขวัญปีใหม่ มาวันนี้ลูกชายได้ขอออกไปเที่ยวบ้านเพื่อน จนกระทั่งมารู้อีกทีว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้น พ.ต.ต.ธีทัต สว.สอบสวน เจ้าของคดีได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายน่าจะขับมาด้วยความเร็วแล้วเสียหลักตกข้างทางชนเสาไฟฟ้าจนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนศพมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯนำเก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุงเพื่อรอญาติมาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตำรวจแหกโค้ง!! ขับรถไปเข้าเวร กระเด็นตกข้างทางดับสลดกลางดึก กว่าจะเจอศพ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 29 พ.ย. ร.ต.อ.เกียรติกุล เกษามูล พนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.บ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างถนนสายดงทิพย์-หล่มเก่า บริเวณหมู่ 3 ต.ท่าอิบุญ อ.หล่มสัก มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลหล่มสัก

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่นอาร์3 300 ซีซี สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพด้านข้างฝั่งซ้ายได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบศพชายสวมกางเกงขายาวสีน้ำตาล เสื้อแขนยาวสีขาว รองเท้าผ้าใบสีน้ำเงิน ทราบชื่อต่อมา คือ ส.ต.อ.สิทธิศักด์ ศรีวัฒนา อายุ 33 ปี อยู่หมู่ 4 ต.ท่าอิบุญ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก สภาพศพมีเลือดออกปาก จมูก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-8 ชั่วโมง
201611291149392-20050615160100จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายขี่รถ จยย. ออกจากบ้าน เพื่อจะไปเข้าเวรเที่ยงคืนที่ สภ.หล่มสัก คาดว่าผู้ตายอาจจะขับรถด้วยความเร็วสูง ประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งบังคับรถไม่อยู่ จึงแหกโค้ง และกระเด็นออกจากรถ ประมาณ 10 เมตร จนเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนและหาพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด