หนุ่มซิ่งรถบรรทุกน้ำแข็งแซงไม่พ้น พุ่งชนประสานงารถพ่วง 18 ล้อ-ดับคาซากสยอง !

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 ต.ค. ร.ต.อ.ทวี ทศวัฒน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อมีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ ต.พระซอง รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.นาแก กู้ภัยศรีคุณ กู้ภัยนาวาธาตุพนม ที่เกิดเหตุบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 2033 สายนาเหนือ-หนองฮี บ.นาทุ่งทอง พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 83-9291 สุพรรณบุรี จอดอยู่กลางถนนสภาพหน้ารถพังยับล้อหักงอ พบนายพงษ์พิพัฒน์ ขอบังกลาง วัย 23 ปี ชาว อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี คนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรอให้การในที่เกิดเหตุพร้อมกับภรรยา

ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน บง 989 มุกดาหาร ซึ่งดัดแปลงเป็นห้องเย็นบรรทุกน้ำแข็ง ของบริษัท เกียรตินาแก จำกัด อยู่ในสภาพพังยับเยินหงายท้องล้อชี้ฟ้าริมไหล่ทาง ในซากรถพบศพนายบรรลุ ทันบาล อายุ 41 ปี ชาว อ.นาแก คนขับเสียชีวิตคาที่ติดอยู่ในซากรถ เจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องตัดถ่างมางัดร่างอย่างทุลักทุเล ใช้เวลานานร่วม 1 ชั่วโมง จึงนำศพออกมาได้201610092040391-20041020145119จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่ารถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่มีนายพงษ์พิพัฒน์ เป็นคนขับวิ่งจากมุ่งหน้ามาตามถนนสายนาเหนือ-หนองฮี เพื่อมุ่งหน้าจะเข้าไปยังตัวเมืองนครพนม ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีรถบรรทุกน้ำแข็งขับพุ่งข้ามเลนแซงรถอีกคันขึ้นมากะทันหัน ทำให้รถบรรทุกซึ่งวิ่งมาเลนซ้ายหักหลบไม่ทัน ก่อนชนประสานงานกันอย่างจังเสียดังสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้ผู้มีเสียชีวิตติดคาซากรถดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อแม่สุดช็อก!! จอดดูอุบัติเหตุ เห็นรถคุ้นตา-เจอศพลูกชายตกข้างทาง จยย.ชนกันเละตายหมู่3ศพ

จยย.ชนประสานงาสนั่น เด็กชายวัยรุ่นตายหมู่ 3 ศพรวด สงสัยซิ่งมาเร็วจะกลับบ้านเสียหลักข้ามเลนชนกันยับ หรือ กระบะเฉี่ยวชน เจ้าหน้าที่เร่งสอบเหตุ

วันที่ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.ธนกานต์ พระสุมาตย์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ รับเเจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันที่ถนนระหว่างบ้านคำไผ่กับบ้านหนองกุง ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ รพ.กาฬสินธุ์ อาสาสมัครกู้ภัยกาฬสินธุ์ เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ201610061146072-20041022161358โดยที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กธพ 860 กาฬสินธุ์ และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเเดงดำ ทะเบียน 1 กข 4274 มหาสารคาม ชนประสานงากันล้มอยู่กลางถนน สภาพด้านหน้าพังยับเยินทั้ง 2 คัน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ ด.ช.ทักษิณ ถินไผ่ อายุ 14 ปี ชาวบ้านหนองกุงใต้ ม.5 ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กธพ 860 กาฬสินธุ์ และ นายเสกสรร สุขสง่า อายุ 18 ปี ชาวบ้านดอนสวรรค์ ม.8 ต.ไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเเดงดำ ทะเบียน 1 กข 4274 มหาสารคาม ส่งโรงพยาบาล แต่ทั้งสองรายได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา201610061146074-20041022161358201610061146073-20041022161358นอกจากนี้ใกล้กันในร่องข้างทาง ยังพบศพ ด.ช.ภูชิต โสวัฒน์ อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นคนนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับเพื่อน คือ ด.ช.ทักษิณ สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่ในร่องข้างทาง ลึกกว่า 4 เมตร201610061146071-20041022161358จากการสอบถามพ่อแม่ของ ด.ช.ภูชิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายตนกับเพื่อนได้ขับขี่จักรยานยนต์เข้าไปในตัวอำเภอเมือง และบอกว่ากำลังจะกลับบ้านหนองกุงใต้ ซึ่งตนได้แต่กำชับให้ขับขี่รถด้วยความระมัดระวัง แต่พอตนเลิกงาน เดินทางกลับบ้าน ระหว่างนั้นพบว่ามีอุบัติเหตุ เลยจอดรถดู ก็พบว่าจักรยานยนต์คุ้นตา จึงสอบถามดูว่ามีลูกชายตนหรือเปล่า สุดท้ายก็พบว่าเป็นศพลูกชายตกอยู่ข้างทาง201610061146076-20041022161358เบื้องต้นจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่คาดว่า รถจักรยานยนต์ทั้งสองคันน่าจะขับมาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับเส้นทางดังกล่าวมืด และมีชาวบ้านเห็นในช่วงเกิดเหตุ รถกระบะวิ่งนำหน้ารถจักยานยนต์ของนายเสกสรร ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการเฉี่ยว หรือ รถจักรยานยนต์ของนายเสกสรร แซงรถกระบะไม่พ้น จึงทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนประสานงากันอย่างจัง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและจะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงของสาเหตุอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้แจ้งให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ช็อก!! แฟนสาวรู้ว่าหนุ่มนศ.ตามหาไม่เจอ ยืมรถเพื่อนไล่ตาม-เจอภาพสลดแฟนชนเละ2ศพ

หนุ่มนศ.ปี2 ขับรถตามหาแฟนสาว ชนเละจยย.เหลือแต่เศษเหล็ก ดับคาถนน2ศพ ด้านแฟนสาวสุดช็อกรู้ว่าหนุ่มตามหาแต่ไม่เจอ ยืมรถเพื่อนไล่ตาม เห็นภาพสลด แฟนหนุ่มซิ่งจยย.ประสานงานรถจักรยานยนต์ดับคาที่พร้อมคู่กรณี 2 ศพ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ร.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ปริญา พงส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุประจำ สภ.พระสมุทรเจดีย์ว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนสุขสวัสดิ์-ป้อมพระจุล ด้านหน้าแฟลตไทย-เยอรมัน หมู่ที่ 5 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

201609260729421-20041020105821

 ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน รถวิ่งสวนทางกัน บริเวณกลางถนน พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ-ไอ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 5 กด 4594 กทม. ล้มคว่ำในสภาพพังยับเยินเป็นเศษเหล็กอัดติดกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ-ไอ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 2 กข 7462 กทม. โดยในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายอานนท์ อนันต์ อายุ 21 ปี อยู่หมู่ที่ 13 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นอนหงายจมกองเลือดในสภาพ แขน ขาและคอหัก หน้าอกยุบ สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีแดง กางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีน้ำเงิน รองเท้าหูคีบสีน้ำตาลและ นายอมรเทพ คิดนุนาม อายุ 18 ปี อยู่หมู่ที่ 7 ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ สภาพศพขาและคอหัก สวมเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้า-ขาว กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน สวมรองเท้าแตะ201609260729424-20041020105821

จากการสอบถาม นางสาวกมลรัฐ อายุ 18 ปี อยู่หมู่ที่ 6 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ทราบว่า นายอมรเทพเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 โรงเรียนเทคโนโลยีหมู่บ้านครู สาขาช่างยนต์ ก่อนเกิดเหตุ ตนได้มาเที่ยวบ้านเพื่อนบริเวณสะพานคลองตาเพิ่ม เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. นายอมรเทพ แฟนหนุ่มได้ขี่รถมารับตนที่บ้านเพื่อน เพื่อรับกลับบ้าน แต่ไม่พบ จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับ ตนเห็นนายอมรเทพกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับจึงได้ยืมรถจักรยานยนต์เพื่อนขี่ไล่ติดตามเพื่อเรียกให้นายอมรเทพหยุดรถและวนรถมารับ จนกระทั่งขี่รถมาพบนายอมรเทพ ชนประสานงารถจักรยานยนต์อีกคันจนเสียชีวิตคาที่

201609260729423-20041020105821

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำศพทั้ง 2 ราย ส่งสถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์การเสียชีวิต ก่อนที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุเพื่อสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งเฟอร์รารี่ 2 คันชนพังยับ-ค่าซ่อมกว่า10ล้าน เหตุเพราะหมาวิ่งตัดหน้า!!

เว็บไซต์ เซี่ยงไฮ้อิสต์ ของจีนรายงานอุบัติเหตุระหว่างรถสปอร์ตหรูยี่ห้อ “เฟอร์รารี่” บนถนนในเมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมาข่าวระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ ลูกสุนัขวิ่งตัดหน้าบนถนน ขณะที่รถเฟอร์รารี่ 2 คัน วิ่งมา จึงพุ่งกระแทกรั้วกั้นทาง โดยรถคันสีเงินชนรั้วหลุดออกไปและกระโปรงหน้าพังยับเยิน ส่วนคันสีขาวถูกชนไฟหลังรถผู้แทนบริษัทประกันภัยรถยนต์หรูทั้ง 2 ฝ่าย รุดมาที่เกิดเหตุโดยเร็ว และประเมิลค่าซ่อมแซมอย่างต่ำคันละ 1 ล้านหยวน (5,183,000 บาท)

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่ร่ำไห้อ่านกลอนอาลัย”จูน”ครั้งสุดท้าย “จ๋า”ปล่อยโฮ-ลูบโลงศพส่งวิญญาณน้องสุดที่รัก(คลิป)

  เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่ ศาลาทักษิณาประดิษฐ เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน มีพิธีฌาปนกิจ น.ส.กอปรบุญ หรือ จูน ทองมี อายุ 32 ปี น้องสาวของวีเจ.ชื่อดัง จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ซึ่งกระโดดลานจอดรถอาคารที่ 3 ชั้น 10 บริเวณห้างสรรพสินค้า เมเจอร์ฯ รัชโยธิน กทม. ลงมาเสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา   ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยมี พล.ต.ต.วรนิต ทองมี บิดา, นางภควจี ทองมี มารดา, จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี พี่สาว พร้อมด้วยญาติและเพื่อนสนิทของจูน รวมไปถึง ‘เฟรด’ แฟนชาวต่างชาติของจูน นอกจากนี้มีบุคคลในแวดวงการแวดวงบันเทิง อาทิ ยอร์ช-ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์, ครี-พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา, วีเจ.เอก-เอกชัย วริทธิ์ชราพร ฯลฯ ร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย   ก่อนพิธีการต่างๆ จะเริ่มขึ้น ‘จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช’  เผยสั้นๆ กับผู้สื่อข่าวข่าวสดว่า สภาพจิตใจตอนนี้ต้องเข้มแข็ง แต่หลังจากนี้ต้องเข้าสู่โลกความจริงก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร ตั้งแต่น้องจูนจากไปก็ยังไม่มีใครในครอบครัวฝันถึง แต่เมื่อวานนี้ตนได้กลิ่นธูปที่บ้าน ไม่อยากจะคิดว่าใช่หรือไม่ใช่ คุณแม่บอกว่าถ้าเป็นน้องจริงๆ แสดงว่าน้องมาดีและมาลาคนในครอบครัว   “สำหรับสิ่งที่จ๋าใส่ลงไปให้น้องในโลงก็จะมีเสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ ตุ๊กตาหมีที่แฟนเขาให้ และลิปสติกสีที่เขาชอบ รวมถึงเพื่อนๆ ของน้องจะนำชุดแอร์โฮสเตสมาให้ใส่ลงไปในโลงด้วย นอกจากนี้ดอกไม้ที่ตกแต่งด้านล่างที่ตั้งศพ ‘เฟรด’ แฟนของน้องเป็นคนตกแต่งเอง โดยตั้งใจอยากจัดให้เหมือนงานแต่งงาน การจากไปของจูนในครั้งนี้ทำให้รู้ว่ามีคนรักน้องและรักครอบครัวเรามากแค่ไหน” จ๋ากล่าว  ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างรอพิธีการเริ่มขึ้นได้มีฝนตกลงมาพร้อมกับลมพัดรุนแรง ทำให้รูปของจูนและดอกไม้ต่างๆ ที่จัดไว้โยกเยกและหล่นลงมา ด้าน ‘จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช’ จึงรีบเข้าไปประครองรูปถ่ายของน้องสาวสุดที่รัก ก่อนจะร้องไห้ออกมา ด้าน พล.ต.ต.วรนิต ทองมี บิดา เข้ามาพูดปลอบใจว่า “ไม่เป็นไรๆ มันเป็นอุบัติเหตุ เทวดากำลังจะมารับน้องไปแล้วลูก”   ต่อมาเวลา 16.00 น. พิธีกรกล่าวเชิญ พลตำรวจโทเดชาวัต รามสมภพ, พลตำรวจโทเอกรัตน์ มีปรีชา และ พลตำรวจโทไถง ปราศจากศัตรู ขึ้นทอดผ้าบังสุกุล

เสร็จแล้ว เก่ง-อรรฌ นามอรรถ เพื่อนสนิทของ ‘จูน-กอปรบุญ’ อ่านประวัติและกล่าวคำอาลัย จากนั้น นางภควจี ทองมี มารดาอ่านกลอน “อาลัยรักจากแม่” ให้กับลูกสาว มีใจความว่า   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่ นางภควจี อ่านกลอนไว้อาลัย มีน้ำเสียงสั่นเครือและกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โดยมี ‘จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช’ ลูกสาวคนโตยืนปลอบใจอยู่ข้างๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะโอบกอดกันร้องไห้ สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่มาร่วมงาน   เสร็จแล้วพิธีกรได้ขอให้แขกที่มาร่วมงานร่วมกันทำสมาธิเป็นเวลา 1 นาที ซึ่งเป็นความประสงค์ของผู้เสียชีวิต ต่อมาพิธีกรกล่าวเชิญ พลตำรวจเอกวุฒิ พัวเวส ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ทอดผ้าบังสุกุล   จากนั้นเวลา 16.15 น. พิธีกรกล่าวเชิญแขกที่มาร่วมงานขึ้นวางดอกไม้จันทน์ ท่ามกลางความเศร้าโศกและอาลัยรักของครอบครัวและผู้ที่มาร่วมงาน ด้าน ‘จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช’ ได้เอามือลูบไปโลงศพ ก่อนที่จะก้มหน้าร้องไห้พร้อมกับค่อยๆ วางดอกไม้จันทน์

ต่อมาครอบครัว ญาติ และเพื่อนสนิท ร่วมกันส่ง ‘จูน-กอปรบุญ‘ ครั้งสุดท้ายก่อนนำร่างที่ไร้วิญญาณเข้าสู่เตาเผา พล.ต.ต.วรนิต ทองมี บิดา กล่าวกับลูกสาวเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ทุกคนมาส่งแล้ว ขอให้ลูกไปดีไปสบาย ไม่ต้องห่วงอะไร” ด้าน ‘จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช‘ ได้นำชุดแอร์โฮสเตสที่เพื่อนสนิทของจูนนำมาให้ใส่ลงไปในเตาเผาด้วย   สำหรับของที่ระลึกในงานศพ ประกอบด้วยหนังสือ “แด่น้องจูนด้วยรัก”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจ ครอบครัวจะนำอัฐิของ จูน-กอปรบุญ ทองมี ไปลอยอังคาร ในวันพฤหัสบดีที่ 1 ก.ย. ที่ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มขับรถ รู้สึกชนของใหญ่ เสียหลักพลิกคว่ำ ตกใจหันไปเจอคู่กรณี!!

 เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 31 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมเณรแก้วทางหลวง จ.สุพรรณบุรี โดยในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ พลิกคว่ำอยู่ บริเวณถนนมาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย มีบาดแผลตรงใบหน้า และรอยถลอกตามร่างกาย หลังจากลื่นไถลไปกับท้องถนน เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาล   จากการสอบถามผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ นายสมใจ บวงทอง อายุ 46 ปี คนขับรถ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังจะขับรถจยย.กลับบ้าน พอมาถึงระหว่างทาง จู่ๆรถก็เกิดเสียหลักพลิกคว่ำเหมือนชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่พื้นถนน ตนรู้สึกตกใจมาก และก็เห็นเต่าขนาดใหญ่อยู่ใกล้กันกับรถ รู้สึกตกใจ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะขับชน แต่ด้วยมองไม่เห็นและเบรกไม่ทันจริงๆ จึงคิดว่าเต่าคงกำลังจะเดินข้ามถนน เนื่องจากฝนเพิ่งหยุดตกได้ไม่นาน เต่าน่าจะคลานออกมาจากคลองใกล้ๆ กับถนน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เจ็บทั้งตนและเต่า ส่วนเต่าที่ได้รับบาดเจ็บ จากการถูกรถชนในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กู้ภัยสมาคมเณรแก้วทางหลวงจังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำไปปฐมพยาบาล และจะไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป คาดว่าเจ้าเต่าตัวนี้ มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กก. ที่มา>>>ข่าวสด

ติวเตอร์สาวชื่อดังขับเก๋งอัดท้ายสิบล้อพังยับ-อาการสาหัส!!

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.ปรเมศร์ ดวงแก้ว รองสว.(สอบสวน) สภ.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนท้ายรถสิบล้อบริเวณถนนชัยพฤกษ์สะพานข้ามแยกมุ่งหน้าบางบัวทอง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผกก. เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ  ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ศอ-1989 กรุงเทพ สภาพหน้ารถพังยับเยินอัดกับท้ายรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 83-1472  ปทุมธานี ภายในรถยนต์เก๋งพบร่าง น.ส.ศศิวิมล อนุเศรษฐพงษ์ หรือครูอ๋อ อายุ 29 ปี ติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ติดอยู่บริเวณที่นั่งคนขับไม่สามารถนำออกมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วยกันงัดเหล็กตัวถังรถก่อนดึงร่างออกมานำตัวส่ง ร.พ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ อาการสาหัส แพทย์ต้องนำเข้าห้องฉุกเฉินช่วยชีวิตเป็นการด่วน นายพงษ์สวัสดิ์ พงษ์บริบูรณ์ อายุ 31 ปี  คนขับสิบล้อให้การว่าขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุช่วงลงสะพานก็ได้ยินเสียงดังโครมบริเวณท้ายรถจึงจอดรถและรีบลงมาดูพพรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวชนท้ายรถอย่างแรงจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ เบื้องต้นต้องรอให้ผู้บาดเจ็บอาการดีขึ้นจะได้สอบสวนว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับ น.ส.ศศิวิมล หรือครูอ๋อ ติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง สำเร็จการศึกษาจากคณะศึกษาศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 1 จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังจากนั้นจึงมาประกอบอาชีพติวเตอร์ สไตล์การสอนเน้นฝึกปฏิบัติ เรียนไป เล่นไป ทำกิจกรรมแบบสนุกสนาน

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งซิ่งแหกโค้ง ไฟลุกท่วมคัน สลดหนุ่มถูกเผาทั้งเป็น!!

เวลา 00.15 น. เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ร.ต.อ.ทนงศักดิ์ รักสัตย์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งแหกโค้งและเสียหลักลงข้างทาง โดยมีเพลิงลุกไหม้ท่วมทั้งคัน และมีคนขับติดอยู่ภายในรถ จึงประสานไปยังหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานจังหวัดเพชรบุรี รถดับเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกุ่ม และแพทย์เวรโรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี ร่วมสนับสนุน พร้อมนำกำลังรุดเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณโค้งสวนปริก หมู่ 4 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 4980 ประจวบฯ ถูกไฟลุกท่วมได้รับความเสียหายทั้งคัน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงจนสงบ จากการตรวจสอบ พบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถบริเวณฝั่งคนขับ  อย่างไรก็ตามภายในรถพบทะเบียนบ้านถูกเผาไหม้ยังไม่หมด และมีเอกสารบางชิ้นที่ถูกไฟเผาไหม้ อาทิ ทะเบียนบ้าน ระบุอยู่บ้านเลขที่ 63/2 หมู่ 5 ต.บางครก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี มีชื่อในทะเบียนบ้าน นายฉัตรนิยม สุจิตศรี และมีสำเนาบัตรประชาชนที่ถูกไฟไหม้ไม่หมด ระบุชื่อนายกิตติศักดิ์ เจิมจันทร์ ไม่ทราบที่อยู่ อายุ ซึ่งต้องรอตรวจสอบและยืนยันจากญาติว่าผู้ตายเป็นใคร  โดยสภาพร่างกายถูกไฟเผาร่างดำไปทั้งตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวอาจจะขับมาด้วยความเร็ว ประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นโค้ง ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้เกิดเสียหลักแหกโค้งตกลงไปข้างทาง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงในการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หวิดตายหมู่!! รถทัวร์พุ่งชนหกล้อ ผู้โดยสารกระเด็นกองรวมเจ็บระนาว-ผู้หญิงดับ(คลิป)

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 3 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านตาก อ.บ้านตาก จ.ตาก ได้รับแจ้ง มีอุบัติเหตุ รถทัวร์โดยสาร ชนกับรถบรรทุก บริเวณถนนพหลโยธิน สายตาก-ลำปาง หลักกม.ที่ 549 เลยโค้งโรงพยาบาลบ้านตากไปทางทิศเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร คาดว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัย จังหวัดตาก จำนวน 7 หน่วยงาน พร้อมเข้าช่วยเหลือ เมื่อไปถึงพบรถทัวร์โดยสารประจำทางของบริษัทขนส่ง (บขส.) สายกรุงเทพฯ-ลำพูน หมายเลขทะเบียน 15-6080 กรุงเทพมหานคร มีนายรักษ์พล อุปาละ อายุ 34 ปี อยู่หมู่ที่ 10 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นคนขับรถ สภาพรถตกลงข้างทาง พลิกตะแคง บริเวณหน้าปั๊มแก๊ส LPG มีผู้โดยสารจำนวน 27 ราย ได้รับบาดเจ็บ เล็กน้อย-ปานกลาง นำส่งโรงพยาบาลบ้านตาก จำนวน 15 ราย  หนึ่งในนั้น มีอาการสาหัส เป็นหญิงสูงอายุ 1 ราย ซึ่งได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนขับรถทัวร์และพนักงานประจำรถ รวม 3 คน ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ใกล้กันพบรถบรรทุก 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 60-6046 จังหวัดนครปฐม มีนายสุวรรณ์ แก้วไสย อายุ 43 ปี อยู่หมู่ที่ 5 ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นคนขับรถ สภาพรถ ด้านหน้าขวา ของรถ มีร่องรอยถูกชนได้รับความเสียหายเล็กน้อย จอดอยู่บริเวณข้างทาง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร จากการสอบสวน ทราบว่า รถทัวร์โดยสาร ได้รับผู้โดยสารมาจากกรุงเทพฯ กำลังมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังจุดหมายจังหวัดลำพูน มาถึงที่เกิดเหตุ บริเวณถนนพหลโยธินสาย ตาก-ลำปาง ซึ่งเป็นทางเบี่ยง รถสวนทางกัน เลยโรงพยาบาลบ้านตากมาได้เพียง 2 กิโลเมตร คนขับรถทัวร์หลับใน ทำให้รถไปชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ ที่วิ่งสวนทางมา ทำให้เสียหลักพุ่งตกถนน รถพลิกตะแคง ผู้โดยสารเทกองกันอยู่ที่ ด้านซ้ายของรถ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ด่วน! สาวเกิดวูบขับเก๋งพุ่งชนศาลพระพรหมเอราวัณ นักท่องเที่ยวเจ็บระนาว (คลิป)

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 22 ก.ค. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง โตโยต้า โคโลน่า สีฟ้า ทะเบียน พร 915 กทม.เสียหลักพุ่งเข้าชนศาลพระพรหมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ กทม. ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สน.ปทุมวัน และลุมพินีได้เข้าตรวจสอบหลังเกิดเหตุ พบว่าภายในรถพบคนขับเป็นหญิงอายุประมาณ 40 ปี มีอาการเกร็งและฟุบอยู่ตรงพวงมาลัยรถ โดยมีบุตรสาวอายุประมาณ 20 ปีนั่งมาด้วย อยู่ในอาการตื่นตระหนก นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางสักการะท้าวมหาพรหมได้รับบาดเจ็บอีก 4  ราย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวใต้หวันและฮ่องกง เจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.จุฬาฯกับ รพ.ตำรวจ ส่วนสาเหตุต้องรอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ต่อมาเวลา 20.35 น. ศูนย์ส่งกลับฯ ได้นำผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิง 1 รายส่งรักษาตัวที่ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน และอีก 1 รายส่งร.พ.ตำรวจ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อาสาฯ ร่วมกตัญญู นำผู้บาดเจ็บส่งรพ.จุฬาฯอีก 3 รายต่อมา ทราบชื่อคนขับรถรายนี้แล้ว คือนางคนึงนิจ เตโชฬาร อายุ 54 ปี ถูกส่งตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน เบื้องต้นมีอาการเส้นเลือดฝอยในสมองแตกแบบเฉียบพลัน สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บจากการถูกชน คือ นายแจนโต้ คูร์เนียวาน อายุ 73 ปี (อินโดนีเซีย), นางโรซิตา คูร์เนียวาน อายุ 56 ปี (อินโดนีเซีย), นาง Ong Cney Teo อายุ 70 ปี (สิงคโปร์), นางสาว Ng Ican Leng อายุ 35 ปี (สิงคโปร์) โดยสี่คนนี้ถูกส่งไปรพ.จุฬา ส่วนคนสุดท้าย นางสาว Lina Bong อายุ 81 ปี (จีน) รพ.ตำรวจ

ที่มา>>>ข่าวสด