คลิประทึก!กระบะแหกโค้งพุ่งชนคนเดินตลาดกวาดรถจยย.พังยับ

 เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ร.ต.อ.ธวัช หนอสิงหา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์แหกโค้งพุ่งเข้าชนร้านค้าตลาดนัดลุงเชาว์ บริเวณถนนทับมา -เขาโบสถ์ ต.ทับมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย คนขับรถคันก่อเหตุขาหักนำส่งรพ.ระยอง

ตรวจสอบทราบชื่อคนขับคือ นายนิคม จำปาสุข อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/6 หมู่ 4 ต.สะตรอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ได้รับบาดเจ็บขาหักทั้งสองข้าง ส่งรพ.ระยอง เป็นผู้ขับขี่รถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีขาว ทะเบียน กว5147 ระยอง ในสภาพที่พังยับชนเข้าไปในตลาดมีข้าวของเสียหาย หลังคาและเสาตลาดพังลงมา และพบว่ารถที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าวพังเสียหายหลายคัน มีรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ทะเบียน ผอ 3543 นครราชสีมา รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน บบ 1687 ระยอง รถจักรยานยนต์ อีก 9 คัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย คือ น.ส.นวลทิพย์ สังวาลวงศ์ อายุ 30 ปี นายสงวน ภูชุมชื่น อายุ 44 ปี น.ส.มะลิ สระทองแพ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่นำส่งรพ.ระยอง ซึ่งเป็นผู้ที่มาเดินซื้อของในตลาดสด ส่วนอีก 2 รายได้บาดเจ็บเล็กน้อย สำหรับถนนเส้นดังกล่าวเป็นช่วงทางโค้ง มีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ชัดเจน กับรถคันก่อเหตุที่ขับขี่มาด้วยความเร็วสูงในช่วงทางโค้ง ทำให้เสียหลักเบรกไม่อยู่แหกโค้งพุ่งเข้าชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนนหน้าตลาด และคนเดินเท้าที่มาซื้อของในตลาดได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

หลวงตาวัย64ขับปิกอัพกลับวัด โดนเก๋งซิ่งปาดหน้าทางโค้ง รถเสียหลักลงข้างทางชนยับ

 เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 13 ก.ค. ศูนย์วิทยุพุทไธสวรรย์ จ.ลพบุรี รับแจ้งจากประชาชนว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นบริเวณโค้งหนองประดง บ้านท่าหลวง อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี ทางหลวงหมายเลข 2256 ถนนสายชัยบาดาล-ด่านขุนทด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ พร้อมทั้งได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน บท-3125 ลพบุรี เสียหลักตำลงข้างทาง โดยตอนหน้าของรถได้ชนกับตอไม้อย่างรุนแรง จนรถพังเสียหายทั้งคัน ภายในรถพบพระภิกษุได้รับบาดเจ็บ ศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ตามลำตัวชุ่มโชกไปด้วยเลือด สายเข็มขัดรัดคออยู่นอนร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่อาสาสามสมัครพุทไธสวรรย์ได้เร่งทำการช่วยเหลือจนสามารถออกมาจากซากรถได้ พร้อมทั้งได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะได้นำตัวพระภิกษุองค์ดังกล่าวส่ง รพ.ท่าหลวงเป็นการเร่งด่วน จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ขณะขับรถตามหลังมาว่า ขณะที่พระภิกษุขับรถมาตามถนนเส้นทางท่าหลวง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง ได้มีรถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนได้ขับปาดหน้าในทางโค้ง พระภิกษุได้หักหลบด้วยความตกใจกะทันหัน จนรถเสียหลักพุ่งตกลงข้างทางและได้ชนตอไม้อย่างจัง จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งทราบชื่อต่อมาชื่อพระภิกษุ ถวัลย์ คลังผา อายุ 64 ปี พระลูกวัดถ้ำเพ็ชรนาคา ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล ที่กำลังจะเดินทางกลับวัด

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะซิ่งฝ่าสายฝน ชนสยอง ส.อบต.ดับคาซาก

วันที่ 12 ก.ค. ร.ต.อ.พายัพ รุ่งหัวไผ่ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกันที่ถนนพหลโยธิน 1 หลักกิโลเมตรที่ 186-187 เส้นทางลพบุรี-โคกสำโรง บริเวณหมู่ 1 บ้านดงแก้ว ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถ จึงประสานแพทย์เวร รพ.โคกสำโรง และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 6157 ลพบุรี ชนประสานงากับรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บร 64 ลพบุรี ในสภาพพังยับเยินทั้ง 2 คัน เศษชิ้นส่วนอุปกกรณ์รถกระเด็นกระจัดกระจายทั่วทั้งบริเวณ มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสร้องขอความช่วยเหลือติดคาซากรถกระบะอีซูซุ ทราบชื่อคือนายธีรเดช ปรีสวิง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 10 ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธิ์ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถกระบะโตโยต้า ทราบชื่อคือนายบุญชื่น แสนเสนาะ อายุ 47 ปี เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างของทั้ง 2 คนออกมาสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาปรอยๆ รถกระบะโตโยต้า ขับมาในเลนปกติ จากนั้นรถกระบะอีซูซุ ขับสวนเส้นทางมาด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะเสียหลักหมุนคว้างกลางถนนข้ามเลนมา ซึ่งเป็นจังหวะที่นายบุญชื่น ขับรถกระบะโตโยต้ามาด้วยความเร็วสูงเช่นกัน รถทั้งสองคันได้ประสานงากันอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้อายัดตัวนายธีรเดช ไว้สอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นจะได้สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พะยานแวดล้อม รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อรวบรวมไว้เป้นหลักฐาน ก่อนดำเนินการการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองรถทัวร์ฉีกครึ่งคัน!! เสยรถพ่วง ผู้โดยสารครึ่งร้อยเจ็บหนัก-ตายแล้ว2ศพ

 เวลา 04.30 น. วันที่ 2 ก.ค. พ.ต.ท.สว่าง เดชบุรัมย์ ร้อยเวร สภ.บรบือ จ.มหาสารคาม รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ชนกับรถพ่วง 20 ล้อ ที่บริเวณถนนสายกุดรัง-บรบือ ช่วงบริเวณบ้านพงโพด ต.หนองสิม อ.บรบือ จ.มหาสารคาม มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิจีเสียงเกาะ กู้ภัย 245 เองเต็กตึ้ง และกู้ภัยวาปี รุดไปที่เกิดเหตุ พบรถทัวร์ของบริษัทสหพันธ์ทัวร์ สายกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด หมายเลขทะเบียน 10-4307 ร้อยเอ็ด หมายเลขข้างรถ 24-3 พลิกตะแคงขวางถนน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ฝั่งซ้ายด้านข้างของรถฉีกขาดออกจากตัวรถกว่าครึ่งคัน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 49 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อ คือ นายธวัชชัย ไม่ทราบนามสกุล เป็นเด็กรถ และผู้โดยสารอีก 1 คน โดยมีนายสมจิตร ประวรรณมาตา อายุ 54 ปี เป็นคนขับรถทัวร์ เจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ชีพกู้ภัย ได้ลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบรบือและโรงพยาบาลมหาสารคาม อย่างเร่งด่วน ใกล้กันพบรถพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ตัวแม่หมายเลขทะเบียน 81-0757 สุพรรณบุรี ตัวลูกหมายเลขทะเบียน 82-9740 สุพรรณบุรี มีนายอาศักดิ์ ไชยต้นเทือก อายุ 46 ปี เป็นคนขับ สภาพถูกชนท้ายจนรถตกลงไปอยู่ข้างทางสินค้าเบ็ดเตล็ดบนรถพ่วงหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน นอกจากนี้ยังมีรถตู้สีขาว หมายเลขทะเบียน นข 2978 กาฬสินธุ์ ได้เบรกกะทันหันและตกข้างทางไปอีกคัน จากการสอบถามนายอาศักดิ์ ไชยต้นเทือก อายุ 46 ปี อยู่หมู่ 3 ต.บ้านโข้ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี คนขับรถพ่วง ทราบว่า ได้เดินทางออกมาจากกรุงเทพฯ เพื่อที่จะนำสินค้าไปส่งที่ จ.สกลนคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุประมาณ 4 ทุ่ม รถเกิดเสีย จึงได้จอดรถไว้ข้างทาง เพื่อที่จะรอซ่อมในช่วงเช้า แต่ตนได้นำกิ่งไม้ไปวางไว้ที่ท้ายรถ รวมระยะทางยาวกว่า 100 เมตร เพื่อเป็นสัญญาณให้รถคันหลังได้ทราบว่ารถเสีย จากนั้นได้ขึ้นมานอนบนรถ แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เนื่องจากมีรถทัวร์มาชนท้ายอย่างแรง ทำให้รถไถลไปไกลกว่า 20 เมตรจนตกข้างทาง จึงโทรแจ้งตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ

ด้านนายสมจิตร ประวรรณมาตา อายุ 54 ปี อยู่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด คนขับรถทัวร์ กล่าวว่า ออกจากหมอชิตเวลา 21.00 น. เพื่อที่จะเดินทางไปจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางค่อนข้างมืด ตนมองไม่เห็นรถพ่วงที่จอดเสียข้างทาง โดยรถพ่วงได้จอดเกินเลนถนนมากว่าครึ่งคัน ตนมาเห็นอีกครั้งก็เมื่อกระชั้นชิดแล้ว ทำให้ตนเบรกรถกะทันหัน และได้หักหลบ ทำให้รถเสียหลักพลิกตะแคง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

ด้าน พ.ต.ท.สว่าง เดชบุรัมย์ ร้อยเวรฯ สภ.บรบือ กล่าวว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นคนขับรถทัวร์อ้างว่า มองไม่เห็นรถพ่วงที่จอดเสียข้างทาง แต่ไม่เห็นรอยเบรกของรถทัวร์ ซึ่งคาดว่าคนขับอาจหลับใน อย่างไรก็ตาม ต้องรอสอบสวนคู่กรณีทั้งสองฝ่าย เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

นักศึกษาขี่จยย.ส่งเพื่อนกลับหอพัก หลบหลุมเสียหลัก พุ่งชนรถยนต์ดับ 2 ศพ

เมื่อเวลา 05.00 นของวันที่ 26 มิถุนายน 2559 ร.ต.อ.อธิรัตน์ สุริยะฉาย  รองสารวัตรเวรสอบสวนสภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับจยย. มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบริเวณถนนริมคลองชลประทานหมู่ 7 ต.หนองปากโลง อ.เมืองนครปฐม หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรรพ. ศูนย์นครปฐม เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ ในที่เกิดเหตุพบศพนายอานันท์ ปึงศิริเจริญ อายุ 19 ปี ชาวต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี สภาพศพนอนหงายเสียชีวิตจอมกองเลือดอยู่กลางถนน กะโหลกแตกแขนขาหัก ใกล้กันพบศพน.ส.จุฑามาส แก้วไทรอินทน์ อายุ 19 ปี ชาวต.นิลเพชร อ.บางเลน จ.นครปฐม ผู้ตายทั้งสองคนเป็นนักศึกษาชั้นปี 1 สาขาการบริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมห่างกันเล็กน้อยพบรถจยย.ยามาฮ่า ฟีโน่  สีขาว หมายเลขทะเบียน  ขทล   974 นครปฐม สภาพรถพังยับเยินล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กับรถยนต์กระบะ อีซูซุ แค็ป สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บม 5852 นครปฐม สภาพหน้ารถพังยับเยินกันชนหลุด  จากการสอบถามนายประเสริฐ  ศรีสำคัญ  อายุ 53  ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 5 ต.หันตา อ.หันคา จ.ชัยนาท  คนขับรถยนต์กระบะ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถมาทางตรงเพื่อมุ่งหน้าเข้าเมืองนครปฐม ขณะที่มาถึงจุดเกิดเหตุนั้นได้มีรถจยย.ของผู้ตายทั้งสองคนขี่ซ้อนท้ายสวนทางมา จากนั้นรถจยย.ของผู้ตายเกิดเสียหลักเซเข้ามาในเลนของตน ทำให้ตนไม่สามารถเบรคได้ทันจึงทำให้ชนอย่างจังเป็นเหตุให้ผู้ตายทั้งสองกระเด็นตกจากรถเสียชีวิตดังกล่าว

หลังเกิดเหตุเพื่อนของผู้ตายได้เดินทางมาดูศพ ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้าพร้อมกับเปิดเผยว่าผู้ตายทั้งสองกลับจากเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง หลังจากเที่ยวเสร็จก็ได้แยกย้ายกันกลับ โดยนายอานันท์ ได้ขี่รถไปส่ง น.ส.จุฑามาสที่หอพัก  ซึ่งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 100 เมตร   คาดว่าขณะที่ขี่รถกลับมาอาจหักหลบหลุม หรือมีสุนัขวิ่งตัดหน้าก็เป็นได้ จึงทำให้เสียหลักพุ่งชนกับรถกระบะจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามต้องเจาะเลือดไปตรวจหาสารแอลกอฮอล์ ในส่วนของข้อเท็จจริงต้องรอการสอบสวนอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก!! รถ 5 คันชนสนั่นคู่ขนานลอยฟ้า ย่านห้างดังปิ่นเกล้า ไฟลุกท่วม

วันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุบนคู่ขนานลอยฟ้า ขาออก เลยห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เล็กน้อย มีรถนั่งส่วนบุคคล และ รถกระบะชนกัน และเกิดเพลิงลุกไหม้รถ 4-5 คัน รถดับเพลิงเข้าดำเนินการ และ เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรด้านบนให้เลี่ยงใช้พื้นราบ

เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้แล้ว ไฟไหม้รถทั้งหมด 3 คัน ล่าสุดเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ Pook Amornmongkol , Marian_plum , ammie_emmy , คุณปิติพงษ์ , จส100 , สวพ91

ที่มา>>>ข่าวสด

ปิกอัพพุ่งชนยับ 5 คัน ขวางทางยกระดับพระราม 9 ทำรถติดยาวหลายกิโลเมตร

วันที่ 21 มิ.ย. ร.ต.อ.วินิตย์ แสงศิลา รองสารวัตร (สอบสวน) สน.มักกะสัน รับแจ้งเหตุรถชนกันหลายคัน บนทางยกระดับพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. ทำให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร เนื่องจากรถที่ประสบอุบัติเหตุกีดขวางเส้นทางสัญจร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจ สน.มักกะสัน และเจ้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุบนทางยกระดับพระราม  9 ขาเข้าฝั่งมุ่งหน้าดินแดง ช่วงแยกผังเมือง พบรถกระบะมิตซูบิชิ สตาร์ด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน ณฉ 3704 กทม. สภาพหน้ารถพังยับ มีนายเทวินทร์ จิตต์ถวิล อายุ 35 ปี เป็นคนขับ และด.ช.ภูผา จิตต์ถวิล 9 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ใกล้กันพบรถเก๋งโตโยต้า วิช สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน สล 1092 กทม. ถูกเบียดติดกับแบริเออร์ โดยมีนางสุชาดา ตั้งศรีไพโรจน์ อายุ 47 ปี เป็นคนขับ นอกจากนี้ยังพบรถแท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีเขียวเหลือง ทะเบียน มฉ 5686 กทม. รถพังเสียหายทั้งคัน โดยมีนายมั่นเศรษฐ์ เดชวงษ์พันทา อายุ 62 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะ น.ส.ปนิตา ด๊ะศิริ อายุ 36 ปี และน.ส.สิรภัสสร สินบุตร อายุ 18 ปี ผู้โดยสารที่นั่งมากับแท็กซี่ ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีรถได้รับความเสียหายเล็กน้อยอีกสองคัน เจ้าหน้าที่จึงนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลจากการสอบถามนางสุชาดา กล่าวว่า ตนกำลังขับรถกลับบ้าน จนมาถึงที่เกิดเหตุรถบริเวณดังกล่าวรถมีการชะลอตัวอยู่บนทางต่างระดับ แต่จู่ๆ รถตนก็ถูกกระแทกฝั่งซ้ายอย่างแรงไปเบียดกับขอบแบริเออร์ จนประตูฝั่งคนขับเปิดได้ จากนั้นจึงพยามตั้งสติแล้วเปิดกระจกรถปีนออกมา ก็พบว่ามีรถถูกชนได้รับความเสียหายหลายคัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นจึงมีพลเมืองดีและเจ้าหน้าเข้าให้ความช่วยเหลือดังกล่าวด้าน ร.ต.อ.วินิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้น จากการสวนผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่มีรถจอดติดอยู่บนทางต่างระดับพระราม 9 ได้มีกระบะกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ พุ่งเข้ามาชนท้ายรถแท็กซี่อย่างแรง เป็นเหตุให้รถแท็กซี่หมุนไปกระแทกรถโตโยต้าที่จอดอยู่ด้านข้าง และรถที่จอดอยู่ด้านหน้าอีกสองคัน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 5 ราย เบื้องต้นยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหากับใคร ต้องรอสอบสวนผู้ได้รับบาดอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หอมใหญ่เกลื่อน!! สิบล้อพลิกคว่ำขวางถนน-รถติดยาว จนท.ช่วยเก็บวุ่น-เคลียร์จราจร

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ ฟักประไพ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุรถสิบล้อบรรทุกหอมใหญ่พลิกคว่ำตะแคงข้าง ขวางถนน รถติดกว่า 2 กิโลเมตร ที่บริเวณถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 กม.ที่ 69 มุ่งหน้าบางประอิน ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบพร้อมตำรวจจราจร และประสานรถลากของทางหลวงลาดหลุมแก้วเพื่อช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุพบรถสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-1761 เชียงใหม่ บรรทุกหอมหัวใหญ่จำนวน 15 ตัน โดยบรรจุถุงตาข่ายสีแดงไว้ถุงละ 10 กิโลกรัม มีผ้าใบคลุมอีกชั้น พลิกคว่ำตะแคงข้างขวางถนน สภาพรถด้านขวาเสียหาย ผ้าใบที่คลุมขาด ทำให้หอมหัวใหญ่ร่วงลงมาเกลื่อนถนน บริเวณไฟหน้าด้านขวาแตก เนื่องจากชนแท่งแบริเออร์ข้างถนน คนขับ คือ นายทวี จิตตสุภา อายุ 44 ปี อยู่หมู่ 7 ต.สุราญราษฎร์ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยมีตำรวจจราจรและเจ้าหน้าที่รถลากของทางหลวงลาดหลุมแก้วช่วยเก็บหัวหอมเข้าบริเวณข้างถนนและลากรถสิบล้อเพื่อเคลียร์เส้นทางจราจรให้รถผ่านไปได้ จากการสอบถามนายทวี จิตตสุภา คนขับรถสิบล้อ กล่าวว่า ตนเองขับรถมาจาก จ.เชียงใหม่ เพื่อที่จะนำหัวหอมไปส่งตลาดปากคลอง กรุงเทพมหานคร โดยขับรถมาในเวลากลางคืนซึ่งฝนตกตลอดเส้นทาง ตนเองก็ระมัดระวังมาโดยตลอด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะที่ขับอยู่ด้านหน้า ชะลอตัว เนื่องจากมีน้ำฝนขังอยู่ที่ถนน ทำให้ตนเองเบรกกะทันหันจนเสียหลักเฉี่ยวชนแท่งแบริเออร์ที่อยู่ริมถนนจนรถสิบล้อพลิกคว่ำขวางถนนดังกล่าว ด้าน ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ ฟักประไพ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมสอบถามถึงสาเหตุของอุบัติเหตุพร้อมถ่ายภาพความเสียหาย แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินของสาธารณะเสียหาย เบื้องต้นสามารถใช้เส้นทางได้ปกติแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

หัวใจแทบวาย! นาทีชีวิตรถ 18 ล้อจอมตบ เบียดรถตู้ตกเกาะกลาง (ชมคลิป)

คลิปวิดีโออุบัติเหตุอุทาหรณ์ของคนใช้รถใช้ถนน ที่ต้องระมัดระวังกันให้ดี หากขับรถเข้าใกล้รถบรรทุกอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันถึง คลิปนี้เป็นวินาทีชีวิตที่เกิดขึ้น บนถนนสายหนองคาย-อุดรธานี บริเวณบ้านหนองนกเขียน เมื่อมีรถบรรทุก 18 ล้อขนตู้คอนเทนเนอร์ ขับไปตามถนนอยู่ดีๆ แต่แล้วจู่ๆ คนขับก็ขับส่ายพวงมาลัยไปมา ทำให้ส่วนพ่วงที่เป็นตู้คอนเทนเนอร์ล้ำเส้นแบ่งกลางถนนออกมาอย่างน่าหวาดเสียว โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกไม่โดนรถคันอื่น แต่ครั้งที่ 2 ส่วนพ่วงไปตบเข้ากับรถตู้ที่มีผู้โดยสารเต็มคัน ทำให้รถตู้เสียหลักพลัดลงเกาะกลาง โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายอะไรมาก

คลิปวิดีโอนี้ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Piriyasit Charoensuk ไปยังแฟนเพจชื่อดังหลายเพจ จนมีคนเข้าไปชมนับแสนครั้ง โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่คอมเมนต์ว่า คนขับรถบรรทุกควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ขณะที่คนใช้รถเล็กก็ควรเพิ่มความระมัดระวัง เมื่อขับสวนทางหรือเข้าใกล้รถใหญ่รถบรทุกเช่นกัน ขณะที่บางคนก็ได้ตั้งข้อสงสัยว่า อาจเป็นการจงใจของคนขับรถ 18 ล้อก็ได้ เพราะขับส่ายไปมาอย่างน่าหวาดเสียว จนกระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุขึ้นจนได้

นอกจากนี้ ทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ได้สอบถามไปยัง ร.ต.อ.เอกบุญจันทร์ ไชยชาติ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เพ็ญ จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางผู้ประกอบการรถตู้ได้มาแจ้งความไว้แล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบทะเบียนรถบรรทุกอยู่ เพื่อจะได้ทราบว่าใครเป็นเจ้าของรถบรรทุกต่อไป

ที่มา>>>Thairath

สยอง!! วินาทีอุบัติเหตุที่เกิดจากความตั้งใจ ของเด็กแว้นๆ ฝ่าไฟแดง

new20-1-2903

สยอง!! วินาทีอุบัติเหตุที่เกิดจากความตั้งใจ ของเด็กแว้นๆ ฝ่าไฟแดง ทำให้จุดจบต้องตาย
คลิปต่อไปนี้เกิดขึ้นเมื่อยามเช้าอันสดใสหน้า ม.ราชภัฎนครราชสีมา จักรยานยนต์ขับมาด้วยความเร็ว ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ทำให้ผล คนขับตาย ส่วนคนซ้อนได้รับบาดเจ็บ ทำให้เหตุการณ์ในครั้งนี้มีการสุญเสียเกิดจากการขับขี่ไม่เคารพกฎจรา­จร เหตุการณ์จะน่ากลัวขนาดไหน ลองไปชมคลิปกันเลย

คลิป — นิวัฒน์ จูกระโทก

new20-2-2903

ที่มา kanomjeeb