ร้อนทำไก่เครียด! หนุ่มกำแพงเพชร ปิ๊งไอเดียเปิดเพลงให้ฟัง ออกไข่มากขึ้น

เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ โดนผลกระทบจากอากาศร้อน ไก่ป่วยตายเกือบครึ่งเล้า แถมไม่ค่อยออกไข่ ปิ๊งไอเดียเด็ดเปิดเพลงให้ไก่ฟังคลายเครียด พบกินอาหารได้มาก ออกไข่เพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 59 จากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวในปัจจุบัน ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ยังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ในพื้นที่ ต.เทพนคร อ.เมืองกำแพงเพชร อย่างมาก ซึ่งในขณะนี้ไก่ที่เลี้ยงไว้ตายไปเกือบครึ่งเล้าแล้ว นายจำเนียร คงคา อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 11 ต.เทพนคร เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่เปิดเผยว่า เลี้ยงไก่ไข่ไว้ 60 กว่าตัว แต่ภัยแล้งทำให้ไก่ร้อนและป่วยตายไป 30 กว่าตัว และแม่ไก่ที่ออกไข่น้อยลงเกือบเท่าตัว จากปกติใช้เวลาเพียง 3-5 วัน ก็สามารถเก็บไข่ไก่ให้ครบ 5 แผง ก่อนจะนำไปส่งไปขายตามร้านค้าภายในหมู่บ้าน แต่เมื่อเข้าช่วงฤดูแล้ง อากาศร้อนจัด ไก่ออกไข่น้อยลง เก็บได้เพียง 17-20 ฟองต่อวันเท่านั้นนายจำเนียร กล่าวอีกว่า จากอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ไก่เกิดอาการเครียดและไม่ยอมออกไข่ บางตัวสังเกตเห็นว่าดูอ่อนเพลีย จึงแก้ปัญหาโดยการซื้อน้ำแข็งมาใส่ในน้ำให้ไก่ได้กินน้ำเย็น ใช้ยาแก้หวัด แก้ความเครียดผสมน้ำให้ไก่กิน บางครั้งก็ปล่อยไก่ออกจากเล้าให้ไปหากินข้างนอกบริเวณบ้าน เพื่อไม่ให้ไก่เกิดอาการเครียดนอกจากนั้น ยังเปิดเพลงให้ไก่ฟัง ซึ่งคาดหวังว่าเมื่อไก่ได้ยินเสียงเพลงอาจจะผ่อนคลายความเครียด ซึ่งผลคือเมื่อไก่ได้ยินเสียงเพลงก็มีปฏิกิริยาเริ่มนิ่ง หลายตัวที่เดินไปเดินมาในเล้าก็นอนลงในหลุมพื้นดินที่ขุดไว้อย่างสบายใจ คล้ายกับว่าตั้งใจฟังเพลง โดยจะทำแบบนี้ทุกวันเพราะเห็นว่าผลค่อนข้างดี ไก่เริ่มกินอาหารได้มากขึ้น ปริมาณไข่ก็เพิ่มขึ้นทุกวัน.

ที่มา>>>Thairath

ชุมพรแล้งหนัก! น้ำไม่พอทำเกษตร ทุเรียน-มังคุด ยืนต้นตายเกือบพันไร่

ชาวสวนชุมพร โอด ฝนไม่ตก แล้งจัด น้ำในคลองสวีหนุ่มแห้งขอดรอบ 50 ปี ขาดน้ำทำเกษตร ทุเรียน-มังคุด ยืนต้นตายเกือบพันไร่ เดือดร้อนต้องบรรทุกน้ำไปรดเอง เพื่อบรรเทาความเสียหาย ขณะที่นายก อบต.เขาค่าย วอนทุกฝ่ายช่วยเหลือ ก่อนชาวบ้านเปิดศึกแย่งน้ำกัน…

วันที่ 11 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจาก นายเทิดศักดิ์ ขนอม นายก อบต.เขาค่าย ว่าขณะนี้ พื้นที่ตำบลเขาค่าย อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทุเรียนและกาแฟมากเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัด ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก โดย 5 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีฝนตก น้ำในคลองสวีหนุ่ม ที่ชาวบ้านใช้ทำการเกษตร แห้งขอดในรอบ 50 ปี ส่งผลให้ชาวสวนทุเรียนได้รับความเดือดร้อนอย่างมากเกษตรกร ชี้ให้ดู ความเสียหายจากภัยแล้ง

ในพื้นที่ตำบลเขาค่าย ตำบลเขาทะลุ และตำบลนาสัก มีเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนกว่าหมื่นไร่ ชาวบ้านได้รับผลกระทบมากกว่า 4,000 ราย ขณะนี้ในพื้นที่มีทุเรียน มังคุด ยืนต้นตายไปแล้วเกือบพันไร่ ทำให้ชาวบ้านต้องนำรถกระบะบรรทุกถังน้ำไปตามจุดที่อบต.แต่ละแห่งเตรียมไว้ให้คลองชลประทานแห้ง

ผลผลิตในสวนชาวบ้าน ที่ ชุมพร ได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง

สำหรับ อบต.เขาค่าย ได้ตั้งหัวจ่ายไว้รองรับเกษตรกร 7 หัว เพื่อไม่ให้ชาวบ้านรอนาน เพราะเท่าที่ทราบขณะนี้ เฉพาะในตำบลเขาค่าย มีรถบรรทุกถังน้ำสีฟ้า หรือที่ชาวบ้านเรียกกันสั้นๆ ว่ารถถังประมาณ 200 กว่าคัน หากรวม 3 ตำบล คาดว่าน่าจะมีเกือบ 1,000 คัน ทำให้แหล่งน้ำที่ อบต.เตรียมไว้ไม่เพียงพอ อีกทั้งแหล่งน้ำในตำบลเขาค่าย ก็เหลืออยู่เพียงจุดเดียวเท่านั้น และไม่เกินครึ่งเดือน หากฝนไม่ตกลงมา แหล่งน้ำที่เตรียมไว้ให้เกษตรกร ก็คงแห้งขอดอย่างแน่นอน และปัญหาที่สำคัญคือ อบต.ไม่สามารถนำงบประมาณมาแก้ไขปัญหาได้เท่าที่ควร เพราะติดขัดกับระเบียบการเบิกจ่ายเงินและ สตง.ค่อนข้างเข้มงวดในการตรวจสอบ อีกทั้งจังหวัดชุมพรยังไม่ได้มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้ง จึงขอวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน ก่อนที่จะเกิดศึกแย่งน้ำกัน ต้นไม้ยืนต้นตาย เหตุแห้งแล้งจัด ที่ จ.ชุมพร สวนของเกษตรกร เสียหายนับพันไร่แล้ว

ด้าน นายศักดิ์ชัย วัฒนะ อายุ 30 ปี ชาวสวนบ้านเลขที่ 36 ม.8 ต.เขาค่าย เปิดเผยว่า ทุเรียนที่อยู่แปลงหลังบ้านขณะนี้ใบร่วงดอกร่วงเกือบหมดแล้ว ต้องนำรถกระบะไปบรรทุกน้ำมารดต้นทุเรียน เพื่อไม่ให้ยืนต้นตาย สำหรับผลผลิตของทุเรียนเชื่อว่าในปีนี้คงเหลือน้อยอย่างแน่นอน.น้ำไม่พอทำการเกษตร ต้องเร่งสูบน้ำช่วยสวน

ที่มา>>>Thairath

ชาวบ้านบางระกำ ทุกข์ระทม! ‘แม่น้ำยม’ แห้งขอด ภาวนาขอฝน

แห้งขอด!! ภัยแล้งส่อรุนแรงหลังพบ “แม่น้ำยม” อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก แห้งขอดสนิท ยาวกว่า 20 กิโลเมตร บางจุดมีน้ำขังเพียงเล็กน้อย ชาวบ้านได้แต่ภาวนา หวังจะมีน้ำมาในช่วงหน้าฝนนี้ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมเพื่อต่อชีวิต…

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยแม่น้ำยมสายเก่า ที่ไหลผ่านคลองบางแก้วเข้าสู่แม่น้ำยมสายใหม่ ที่ไหลมาจากจังหวัดสุโขทัย ผ่านตัว อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ไม่มีน้ำหลงเหลือเลย ทำให้ชาวบ้านหลายรายต้องใช้วิธีขุดเจาะบ่อบาดาลกลางแม่น้ำยมมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยแม่น้ำยมบางจุดยังมีน้ำขังอยู่บ้าง โดยเฉพาะบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำยม ที่ยังพอเห็นแพชาวบ้านที่ปลูกไว้กลางแม่น้ำ แต่ส่วนใหญ่แห้งขอดตลอดทั้งสาย ระยะทางยาวไม่ต่ำกว่า 20 กิโลเมตรทั้งนี้แม่น้ำยมสายนี้จะไหลสู่ จ.พิจิตร และลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ แต่เมื่อถึงฤดูแล้งในทุกๆ ปี แม่น้ำยมจะแห้งขอด แต่ไม่สนิทและแห้งยาวเหมือนปีนี้ ซึ่งชาวบ้านหวังว่าในฤดูฝนนี้จะมีน้ำมาหล่อเลี้ยงแม่น้ำยม เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้น้ำทางการเกษตรบ้าง ถึงแม้ว่าแต่ละครัวเรือนจะสูบน้ำบาดาลมาใช้เองก็ตาม.

ที่มา>>>Thairath

วิกฤติแล้ง! ชาวบ้านหันปลูกพืชใช้น้ำน้อย สร้างรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว

วิกฤติภัยแล้ง! กระทบ ชาวนาหันมาปลูกแตงกวาและถั่วฝักยาวพืชที่ใช้น้ำน้อย ทำให้มีรายได้ในช่วงฤดูแล้ง ด้าน เกษตรกร อ.แม่วงก์ ปล่อยผลส้มโอร่วงหล่นเกลื่อนพื้นเพราะขาดน้ำ เคยใช้น้ำประปารดส้มโอ แต่ต้นทุนสูงจนต้องปล่อยทิ้ง…

ปรับตัวสู้ภัยแล้ง หันมาปลูกแตงกวา-ถั่วฝักยาว พืชใช้น้ำน้อยแปลงผักปลูกแตงกวา

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบริเวณที่นาว่างเปล่า บ้านไผ่เขียว หมู่ 2 ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ พบกับ นางวันเพ็ญ กูดไคร้ ชาว ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล ซึ่งเปิดเผยว่า พื้นที่นารอบๆ ไม่มีใครทำนาเนื่องจากเกิดภัยแล้งและไม่มีน้ำ จึงได้รวมกลุ่มกัน 3 คน หันมาปลูกแตงกวา ถั่วฝักยาว และฟักทอง บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ พร้อมได้ทำการยกร่องแปลงปลูกผัก และทำร่องน้ำเอาไว้เพื่อรดน้ำในตอนเย็น ประมาณ 3 วันถึงจะสูบน้ำเข้าร่องที่ปลูกแตงกวา ทำให้มีน้ำใช้ตลอดฤดูแล้งนี้ แตงกวาเป็นพืชที่ให้ผลผลิตเร็ว โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้าในเมือง จ.อุตรดิตถ์ มารับซื้อถึงที่ จะขายกิโลกรัมละ 15 บาท รวมรายได้ไร่ละประมาณ 50,000 บาท ทำให้มีรายได้หลักในครอบครัว” นางวันเพ็ญกล่าว

เกษตรกร อ.แม่วงก์ ปล่อยส้มโอร่วงหล่นเพราะขาดน้ำ

ขณะที่ เจ้าของสวนส้มโอ ต.แม่วงก์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ต้องปล่อยให้ผลส้มโอล่วงหล่นเกลื่อนพื้นภายในสวน หลังไม่สามารถหาน้ำมาใส่สวนส้มโอที่ปลูก นางบุญสร้าง มูลโมก เจ้าของสวนส้มโอ หมู่ที่ 8 ตำบลแม่วงก์ อำเภอแม่วงก์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยใช้น้ำประปาเปิดใช้ในสวนส้มโอ แต่เนื่องจากแบกรับภาระต้นทุนค่าน้ำประปาไม่ไหว จึงต้องหยุดใช้ ทำให้ส้มโอที่ติดผลผลิตเริ่มขาดน้ำจนต้นเหี่ยวเฉาสวนส้มโอ ต.แม่วงก์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ล่าสุด ผลส้มโอเริ่มหลุดร่วงลงพื้น ประสบปัญหาการขาดทุนเป็นจำนวนมาก ก่อนหน้านี้เคยเตรียมการรับมือขุดบ่อน้ำจำนวนหลายบ่อไว้ใช้ภายในสวนแล้ว แต่เนื่องจากในพื้นที่ประสบปัญหาแล้งหนัก จนน้ำใต้ดินในบ่อที่ขุดไว้แห้งไม่สามารถสูบขึ้นมาใช้ เบื้องต้นคงต้องรอน้ำฝนที่จะตกลงมาเท่านั้น ซึ่งหากทิ้งช่วงยาวนานอาจส่งผลให้ส้มโอยืนต้นแห้งตาย

ที่มา>>>Thairath