หนุ่มซิ่งรถบรรทุกน้ำแข็งแซงไม่พ้น พุ่งชนประสานงารถพ่วง 18 ล้อ-ดับคาซากสยอง !

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 ต.ค. ร.ต.อ.ทวี ทศวัฒน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อมีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ ต.พระซอง รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.นาแก กู้ภัยศรีคุณ กู้ภัยนาวาธาตุพนม ที่เกิดเหตุบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 2033 สายนาเหนือ-หนองฮี บ.นาทุ่งทอง พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 83-9291 สุพรรณบุรี จอดอยู่กลางถนนสภาพหน้ารถพังยับล้อหักงอ พบนายพงษ์พิพัฒน์ ขอบังกลาง วัย 23 ปี ชาว อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี คนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรอให้การในที่เกิดเหตุพร้อมกับภรรยา

ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน บง 989 มุกดาหาร ซึ่งดัดแปลงเป็นห้องเย็นบรรทุกน้ำแข็ง ของบริษัท เกียรตินาแก จำกัด อยู่ในสภาพพังยับเยินหงายท้องล้อชี้ฟ้าริมไหล่ทาง ในซากรถพบศพนายบรรลุ ทันบาล อายุ 41 ปี ชาว อ.นาแก คนขับเสียชีวิตคาที่ติดอยู่ในซากรถ เจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องตัดถ่างมางัดร่างอย่างทุลักทุเล ใช้เวลานานร่วม 1 ชั่วโมง จึงนำศพออกมาได้201610092040391-20041020145119จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่ารถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่มีนายพงษ์พิพัฒน์ เป็นคนขับวิ่งจากมุ่งหน้ามาตามถนนสายนาเหนือ-หนองฮี เพื่อมุ่งหน้าจะเข้าไปยังตัวเมืองนครพนม ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีรถบรรทุกน้ำแข็งขับพุ่งข้ามเลนแซงรถอีกคันขึ้นมากะทันหัน ทำให้รถบรรทุกซึ่งวิ่งมาเลนซ้ายหักหลบไม่ทัน ก่อนชนประสานงานกันอย่างจังเสียดังสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้ผู้มีเสียชีวิตติดคาซากรถดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะซิ่งฝ่าสายฝน ชนสยอง ส.อบต.ดับคาซาก

วันที่ 12 ก.ค. ร.ต.อ.พายัพ รุ่งหัวไผ่ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกันที่ถนนพหลโยธิน 1 หลักกิโลเมตรที่ 186-187 เส้นทางลพบุรี-โคกสำโรง บริเวณหมู่ 1 บ้านดงแก้ว ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถ จึงประสานแพทย์เวร รพ.โคกสำโรง และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 6157 ลพบุรี ชนประสานงากับรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บร 64 ลพบุรี ในสภาพพังยับเยินทั้ง 2 คัน เศษชิ้นส่วนอุปกกรณ์รถกระเด็นกระจัดกระจายทั่วทั้งบริเวณ มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสร้องขอความช่วยเหลือติดคาซากรถกระบะอีซูซุ ทราบชื่อคือนายธีรเดช ปรีสวิง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 10 ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธิ์ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถกระบะโตโยต้า ทราบชื่อคือนายบุญชื่น แสนเสนาะ อายุ 47 ปี เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างของทั้ง 2 คนออกมาสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาปรอยๆ รถกระบะโตโยต้า ขับมาในเลนปกติ จากนั้นรถกระบะอีซูซุ ขับสวนเส้นทางมาด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะเสียหลักหมุนคว้างกลางถนนข้ามเลนมา ซึ่งเป็นจังหวะที่นายบุญชื่น ขับรถกระบะโตโยต้ามาด้วยความเร็วสูงเช่นกัน รถทั้งสองคันได้ประสานงากันอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้อายัดตัวนายธีรเดช ไว้สอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นจะได้สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พะยานแวดล้อม รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อรวบรวมไว้เป้นหลักฐาน ก่อนดำเนินการการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่เหลืออะไรแล้ว!! เพลิงเผาตลาดโรงเกลือวอด 10 คูหา แม่ค้าเศร้า-โดนครั้งที่สอง

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. ได้เกิดเหตุไฟไหม้ตลาดโรงเกลือ บริเวณล็อก ดี ตลาดเทศบาล 3 ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้า จึงเป็นเชื้อเพลงอย่างดี กู้ภัยได้ระดมกำลัง นำเครื่องตัดถ่าง เข้าพังหน้าร้าน เพื่อที่จะฉีดน้ำเข้าไปสกัด แต่ก็ต้องใช้เวลานานกว่า จะพังหน้าร้านเข้าไปได้ เนื่องจากเป็นแผงประตูเหล็ก ด้านในทำการล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา ทำให้ไฟลุกไหม้จนลามไปหลายคูหา นางคิก ดี เจ้าของร้านจำหน่ายนาฬิกา เลขที่ ดี 144 มายืนมองไฟกำลังไหม้เข้ามาในร้านตนเอง เมื่อถามว่า ไม่ขนข้าวของออกไปก่อนบ้างหรือ นางคิก ดี บอกว่า ไม่รู้จะขนอะไรออกมา เนื่องจากของมีมากมาย ซึ่งรถดับเพลิงก็พยายามฉีดน้ำสกัดอย่างเต็มความสามารถ และระดมรถน้ำจากเทศบาลต่างๆ รวมถึงของมณฑลทหารบกที่ 19 ออกมาสนับสนุน แต่ขณะรายงานข่าว ยังไม่สามารถสกัดเพลิงเอาไว้ได้ เพลิงได้ลุกไหม้ไปแล้ว กว่า 10 คูหา ต่อมาเวลา 02.30 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ทำให้ไม่เสียหายเป็นวงกว้างอย่างที่หลายฝ่ายคาดไว้ เนื่องจากการประสานรถน้ำจากสถานที่ต่างๆ เข้าระดมฉีดน้ำเอาไว้ได้ แต่ร้านที่ถูกไฟไหม้ ก็ถูกไฟเผาพลาญ จนไม่มีอะไรเหลือ หลังไฟสงบแล้ว ทางเทศบาลได้นำรถแบ็กโฮ เข้ามาทำการคุ้ยข้าวของที่ติดไฟอยู่ ขึ้นมาข้างบน เพื่อฉีดน้ำ ให้ไฟดับสนิท เพื่อไม่ให้เกิดคุขึ้นมาอีก เบื้องต้น มีร้านขนาดใหญ่ ประมาณ 4 ร้าน ที่อยู่ด้านหน้า ถูกไฟไหม้จนเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ และมีร้านที่ถูกซอยออกเป็นร้านเล็กๆ อีก 4 ร้าน แต่ก็ต้องรอดูช่วงเช้าอีกครั้งหนึ่งว่าถูกไหม้ไปจริงๆ จำนวนกี่ร้าน ด้านหลง เรือง อายุ 36 ปี เจ้าของร้าน ล็อก ดี 35 ของตลาดเทศบาล 3 บ้านอยู่ฝั่งปอยเปต บอกว่า ตนเองไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะไฟไหม้ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ไหม้ครั้งที่แล้ว เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ปี 2557 ตนเองก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเข้ามา ซื้อของมาไว้ขาย นี่ก็เพิ่งลงของจำพวก ร่ม และ ถุงเท้า พร้องทั้งสินค้าอื่นๆ เอาไว้อีกจำนวนมาก ก็มาถูกไฟไหม้จนหมดอีก ตนเองยังไม่รู้เลยว่า จะทำยังไงกับชีวิต ด้าน พ.ต.ท.โกศละ งามผ่อง พนักงานสอบสวน ร้อยเวร สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของไฟไหม้ คงต้องรอให้กองพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบว่า สาเหตุเกิดจากอะไร ส่วนพ่อค้าและแม่ค้า บอกว่า ไม่น่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากพอพ่อค้า แม่ค้า ชาวกัมพูชา ปิดร้าน ทุกคนก็จะสับคัตเอาท์ลงทุกร้าน การที่ไฟฟ้าจะลัดวงจรคงเป็นไปไม่ได้

ที่มา>>>ข่าวสด

รถบรรทุก 6 ล้อ ประสานงา รถกระบะ ดับ 3 เจ็บ 4 ที่เมืองกาญจน์

เกิดเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ชนประสานงารถกระบะอย่างจัง ตาย 3 เจ็บ 4 บนถนนสาย 323 กม.88-89 กาญจนบุรี-ไทรโยค เมืองกาญจน์ ตร.เร่งสอบหาสาเหตุ …

เวลา 18.30 น. วันที่ 30 พ.ค.59 ร.ต.อ.มณีภัทร์ เพ็งเกร็ด รองสารวัตรสอบสวน สภ.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุรถชนประสานงากัน บนถนน 323 กม.88-89 สายกาญจนบุรี-ไทรโยค เยื้องศูนย์เพาะพันธุ์บริษัทเจียไต๋จำกัด หมู่ที่ 5 ต.วังด้ง อ เมืองกาญจนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รวม 2 ราย ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานแพทย์เวรและหน่วยกู้ขีพ รพ.พหลพลพยุหเสนาฯ ร่วมกับมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-4846 กาญจนบุรี จอดพลิกคว่ำตะแคงข้างอยู่บนถนน ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฌฬ 9417 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางถนนในสภาพพังยับทั้งคัน

ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตที่นั่งโดยสารมากับรถยนต์กระบะ จำนวน 2 ราย เป็นผู้ชาย 1 คน นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ท้ายรถกระบะ ส่วนอีก 1 คน เป็นผู้หญิงนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นถนน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพของ รพ. ร่วมกับมูลนิธิฯ ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย ออกจากรถ และรีบนำส่ง รพ. อย่างเร่งด่วนจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถบรรทุก 6 ล้อ คันดังกล่าวได้วิ่งจาก อ.ไทรโยค มุ่งหน้าเข้าเมืองกาญจนบุรี ส่วนรถยนต์กระบะวิ่งจากตัวเมืองกาญจนบุรี มุ่งหน้าจะไปทาง อ.ไทรโยค เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้เกิดพุ่งชนประสานงากันอย่างจัง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รวม 2 ราย และไปเสียชีวิตเป็นหญิงเพิ่มอีก 1 ราย ระหว่างทางนำส่ง รพ. ส่วนรายชื่อผู้เสียชีวิตรอการตรวจสอบจากพนักงานสอบสวนอีกครั้ง

ที่มา>>>Thairath