เปิดภาพสุดฉาว! แอร์สาวจีนทำออรัลเซ็กซ์บริการผู้โดยสารหนุ่มบนเครื่องบิน

มาเลเซียนไดเจสต์รายงานว่า ทั่วโลกออนไลน์ของจีนกำลังประณามภาพที่หลุดออกมาจากบนเครื่องบินที่ระบุว่า เป็นสายการบินเซินเจิ้นแอร์ไลน์ โดยในภาพเห็นแอร์โฮสเตสสาวกำลังใช้ปากทำออรัลเซ็กซ์ให้ผู้โดยสารหนุ่มรายงานระบุว่า แอร์โฮสเตสสาวรายนี้ มีตัวตนจริง แซ่หลิว และหากนำชื่อของแอร์สาวรายนี้ไปค้นหาในเครือข่ายโซเชียลมีเดียของจีนจะพบว่า เธอยังถ่ายเซลฟีกับเพื่อนๆ อยู่หลายรูป ทั้งนี้ ในโลกออนไลน์ของจีนต่างวิพากษ์วิจารณ์ภาพดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ชาวเน็ตบางคนสงสัยว่า แอร์สาวคนนี้อาจได้รับค่าจ้างพิเศษในการให้บริการพิเศษนี้ หรือไม่ผู้โดยสารคนนี้ก็เป็นแฟนของเธอเอง

ที่มา>>>ข่าวสด

แนะวิธีเอาตัวรอด เมื่อต้องโดยสารทางเรือ สังเกต เตรียมพร้อม วิธีออกจากเรือ!!

จากเหตุการณ์เรือล่ม ที่ จ.อยุธยา ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่องวิธีการเอาตัวรอดเมื่อเรือล่ม โดยระบุว่า “ผมอ่านข่าวเรือล่มด้วยความเศร้า ตั้งใจว่าพรุ่งนี้ในวิชา man&sea จะนำไปสอนนิสิต จึงถือโอกาสนำมาบอกเพื่อนธรณ์ด้วย เผื่อเกิดอะไรอย่างน้อยก็มีไอเดียครับ #วิธีเอาตัวรอดเมื่อเรือล่ม #ก่อนลงเรือ

ว่ายน้ำเป็น ให้ลูกหลานเรียนว่ายน้ำ ดูสภาพเรือว่าไหวไหม ดูตัวเลขจำนวนผู้โดยสารที่ข้างเรือ ดูความเป็นจริงที่เห็นตรงหน้า ดูสภาพอากาศ คลื่น ลม พายุ อย่าฝากชีวิตไว้กับคนอื่น ตัดสินใจด้วยตัวคุณเอง

#เมื่อลงเรือ ใส่ชูชีพเถิด ถ้าไม่มี ก็ต้องหาให้ได้ ถามคนขับว่าอยู่ไหน เป็นกฎของกรมเจ้าท่าว่าต้องมีชูชีพพอสำหรับผู้โดยสารทุกคน ดูสภาพชูชีพว่าเหมาะสมต่อการใช้ ลอยได้แน่ มีนกหวีด ฯลฯ หากเป็นเด็ก ก็ควรมีชูชีพเด็ก (เตรียมไปเอง)

ดูทางหนีทีไล่ เรือไม่ใช่เครื่องบิน ไม่มีใครสอนว่าทางออกฉุกเฉินอยู่ตรงไหน เราต้องระวังเอง ทางออกง่ายสุดคือข้างเรือที่โล่ง แน่นอนว่าเราไม่อยากตากแดด แต่จากจุดที่เรานั่ง ลองคิดวิธีว่าจะทำไงให้พุ่งออกไปนอกเรือเร็วสุด (ผมคิดทุกครั้งที่ลงเรือ เจอเหตุเร้าใจบ่อยฮะ) สังเกตเชือกหรืออะไรที่รุ่มร่าม หลีกเลี่ยงบริเวณนั้น เลือกที่นั่งออกง่ายสู่ที่เปิดโล่ง ตั้งสติตอนเรือเข้าออกจากท่า อุบัติเหตุมักมาในเวลาคาดไม่ถึง เรียกคนที่เป็นห่วงไว้ใกล้กันตอนเรือเข้าออกท่า หรือมองดูไว้ว่าอยู่ตรงไหน หากพบอะไรผิดปรกติให้รีบแจ้งคนเรือ

#เมื่อเกิดเหตุ ตั้งสติ อย่าพุ่งไปทางเดียวกัน (เรือโคลงแล้วคนจะแห่กันมาอีกทาง ทำให้พลิกคว่ำ) ออกจากเรือให้เร็วที่สุด อย่ามัวแต่กรี๊ด อย่าเพิ่งรีบลงน้ำ ดูให้มั่นว่าเรือจมแน่ แต่ต้องอยู่ในที่โล่ง หาของที่ลอยน้ำได้มาไว้ใกล้ตัว หากเป็นในทะเล มีน้ำดื่มติดตัวเสมอ ออกในทางใกล้ฝั่งเข้าไว้ อย่าออกไปทางด้านไกลฝั่ง เราอาจว่ายน้ำไม่ถึง อย่าว่ายสวนกระแสน้ำเพราะเราสู้ไม่ไหวหรอก ปล่อยตัวลอยไปแล้วว่ายตัดเฉียงเข้าหาตลิ่ง ดูก่อนว่าตลิ่งตรงที่เราเข้าไปขึ้นไหวไหม บางทีเป็นฝั่งหินชัน มีคลื่นกระแทกชนหิน

อย่าเข้าไปท้ายเรือ เพราะเครื่องอาจทำงานอยู่ ใบพัดอาจหมุน ถ้ามั่นใจว่าจมแน่ ออกไปให้ห่างเรือเพราะเรืออาจครอบหรือพลิกคว่ำลงมาฟาดกบาลเราจนหมดสติได้ อย่าเข้าไปช่วยคนแบบตัวเปล่า หาของลอยน้ำส่งไปให้เขาเกาะ หรือใส่ชูชีพแล้วเข้าไปช่วย ช่วยตัวเองให้มั่นใจแล้วค่อยช่วยคนที่ดูแลตัวเองไม่ได้ สุดท้าย อย่าหวังพึ่งคนอื่น ที่นี่ประเทศไทย ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เอาแบบคร่าวๆ ก่อนครับ เผอิญหมดเวลาเขียนแล้ว เพื่อนธรณ์อยากเพิ่มเติมอะไร เชิญครับ ขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียทุกท่านครับ
สายด่วนกรมเจ้าท่า 1199 แจ้งได้หากพบเหตุหรือเจอเรือผิดระเบียบ”screenshot-2447-vert

ที่มา>>>ข่าวสด

ตะลึง! ทารกชาวออสซี่ติดเชื้อ”แบคทีเรียกินเนื้อคน”ขณะมาเที่ยวเขาหลัก-พังงา

 สถานีโทรทัศน์ 7 นิวส์ ของออสเตรเลียรายงานว่า อามาร์ลี มาร์แชลล์ เด็กหญิงวัย 1 ปี 6 เดือน จากเมืองบันเบอรีของออสเตรเลีย เดินทางมาเที่ยวกับพ่อแม่ เบรนแดน และ นางชาร์นาพร้อมพี่สาววัย 4 ขวบ ที่ อ.เขาหลัก จ.พังงา ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. นาน 10 วัน แต่กลับต้องเจอช่วงเวลาน่ากลัวภายในห้องผู้ป่วย โดยอามาร์ลีเกือบตายเพราะติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคน ข่าวระบุว่า พ่อแม่พาด.ญ.อามาร์ลีไปโรงพยาบาลหลังเริ่มป่วยหนัก ในเบื้องต้นแพทย์บอกว่าอาการจะดีขึ้น แต่ยังกังวลจึงไปโรงพยาบาลจ.ภูเก็ตวันที่ 3 ก.ค. โดยแพทย์บอกว่าเป็นโรคปอดบวม แต่ลูกสาวกลับแย่ลงไปอีก ครอบครัวจึงนั่งเฮลิคอปเตอร์พาลูกสาวมาโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. เพื่อรักษากับแพทย์ครบวงจร ทีมแพทย์วินิจฉัยพบเนื้อปอดอักเสบ ไตวายเฉียบพลัน และ ไข้เลือดออก เนื่องจากปริมาณเซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำลง การรักษามีหนทางเดียวคือเฉือนเนื้อปอดบางส่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อลุกลามออกไป น้องอามาร์ลาใช้เวลานอนโรงพยาบาลนาน 34 วัน ก่อนกลับมานอนกับพ่อแม่ทื่โรงแรมได้ นางชาร์นากล่าวว่า แพทย์ถึงกับตกใจอาการป่วยของลูกสาวและกังวลว่าจะสูญเสียเธอไป แต่ก็ตกใจที่ฟื้นตัวได้เร็ว โดยปอดที่ผ่าตัดออกไปจะไม่กระทบในระยะยาว ลูกกลับมายิ้มได้ปกติแล้ว เพียงแต่ต้องฝึกเดินกันใหม่ ทั้งนี้ ไม่รู้ว่าติดเชื้อมาได้อย่างไร แต่น่าจะเป็นตอนนั่งเครื่องบินมาไทย ทั้งนี้ ครอบครัวมาร์แชลจองเที่ยวบินกลับออสเตรเลียแล้วเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยครอบครัวและเพื่อนฝูงประกาศขอความช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลผ่านเว็บไซต์ Go Fund Me เนื่องจากวกระทบต่อการเงินครอบครัว เนื่องจากระยะเวลาที่พักอยู่ต่างประเทศนั้นเกินกว่าที่ประกันภัยจ่ายให้ไปแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก!เครื่องบินเล็กตกคลองย่านหนองจอกผู้ช่วยนักบินดับคาที่เจ็บอีก 3 ราย

 เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 1 ส.ค. พ.ต.ท.ขวัญชัย กองศักดิ์ รองผกก.(สอบสวน) สน.ลำผักชี รับแจ้งอุบัติเหตุเครื่องบินขนาดเล็กตก มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ภายในคลองลำเกาะเลา หลังวัดลำพระอง แขวงลำผักชี เขตหนองจอก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 เจ้าหน้าที่สายตรวจ ฝ่ายสืบสวน อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและอาสามูลนิธิกู้ภัยร่มไทร ที่เกิดเหตุบริเวณสะพานไม้ข้ามคลองหลังวัดลำพะอง พบเครื่องบินส่วนบุคคลขนาดเล็ก รุ่น Piper Chieftain HS-FGB สีขาว ของบริษัท แรบบิท วิงส์ (Rabbit wings) ชนกับตอม่อสะพานไม้  สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ตรวจสอบภายในห้องโดยสารพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือนายวุฒิพงศ์ ไชยนา ผู้ช่วยนักบิน เสียชีวิตบริเวณเบาะด้านหน้าฝั่งซ้าย ลำตัวพาดไปข้างหลัง สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีกรมท่า มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ใบหน้าและศีรษะ ส่วนผู้โดยสารอีก 3 รายที่เดินทางมากับเครื่องบิน ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อคือ จ่าโทพิทักษ์ สืบเทศ อายุ 43 ปี นายสิทธิพร ธนะสังข์ อายุ 33 ปี และนายศราวุฒิ เตียวประเสริฐ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลเวชการุณรัชย์ นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านที่อาศัยในที่เกิดเหตุได้รับบาดเจ็บจากเศษเครื่องบินที่ตก 2 รายคือ นางประพิณ เปรมปรี อายุ 48 ปี และนายอรุณ แก้วสน อายุ 78 ปี นำส่งโรงพยาบาลเสรีรักษ์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งทำการฉีดโฟม หลังพบว่าเครื่องบินลำดังกล่าว เพราะมีน้ำมันรั่วไหลออกมาภายในลำคลอง และเจ้าหน้าที่ยังกันผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ และประสานไปยังบริษัทของเครื่องบินลำดังกล่าวเพื่อดำเนินการกู้ซากเครื่องบินลำดังกล่าว จากการสอบสวนทราบว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นของบริษัทเอกชน ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าได้บินทดลอง โดยมีนายศราวุฒิเป็นนักบินที่ 1 และนายวุฒิพงศ์ผู้เสียชีวิต เป็นผู้ช่วยนักบิน โดยบินออกจากสุวรรณิภูมิเมื่อช่วงเช้า เพื่อไปยังจังหวัดนครราชสีมา และเมื่อเวลา 15.00 น.ได้บินออกจากจังหวัดนครราชสีมา เพื่อกลับมายังกรุงเทพมหานคร โดยกำหนดลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนผู้รับบาดเจ็บและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด