รวบเด็กม.6ค้ายาบ้า ซุกกว่าพันเม็ดบนเพดานห้องเช่า ส่งขายให้วัยรุ่นย่านเตาปูน

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 11 ม.ค. ที่สน.เตาปูน พ.ต.อ.นพพล สุขบุญคง ผกก.สน.เตาปูน พ.ต.ท.สุรเดช ฉัตรไทย สว.สส. ร.ต.อ.จำลอง สาดสูงเนิน ร.ต.ท.วีรชน อินทร์ชีลอง ร.ต.ท.สายันต์ งามสมเกล้า รองสว.สส. และด.ต.จำนงค์ พลหลวง ผบ.หมู่(สส.) ร่วมทำการจับกุมนายมาโนชย์ หรือกอล์ฟ อายุ 19 ปี ชาวบางซื่อ กทม. พร้อมของกลางยาบ้า 1,740 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ที่หอพักไม่มีชื่อ ซอยตรอกประดู่ ถนนริมคลองฝั่งซ้าย แขวงและเขตบางซื่อ กทม.พ.ต.อ.นพพล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากฝ่ายสืบสวนสืบทราบว่า มีการลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในซอยตรอกประดู่พื้นที่สน.เตาปูน จึงลงพื้นที่สืบสวนจนทราบว่านายมาโนชเป็นผู้ขายยาบ้าให้กับวัยรุ่น จึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบนายมาโนชยืนอยู่หน้าหอพักไม่มีชื่อสูง 2 ชั้น จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบจากการสอบถามนายมาโนชยอมรับว่า เป็นผู้จำหน่ายยาบ้าจริง โดยซุกซ่อนยาบ้าไว้ในหอพักดังกล่าว ชั้น 2 ห้องหมายเลข 8 เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้า จำนวน 8 ถุง และถุงพลาสติกสีดำมีรูปแอปเปิ้ลอยู่บนถุง จำนวน 1 ถุง ซุกซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานภายในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางและนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่สน.เตาปูน

จากการสอบสวนนายมาโนช ให้การรับสารภาพว่า ตนกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางซื่อ และกำลังจะจบในปีนี้ ก่อนหน้านี้ได้พักการเรียนไป 1 ปี เนื่องจากมีปัญหาส่วนตัว โดยตนพักอยู่ที่หอพักดังกล่าวกับพ่อเพียง 2 คน ส่วนแม่ได้เลิกรากับพ่อไปก่อนหน้านี้แล้ว จนเมื่อประมาณปี 2559 ในช่วงปิดเทอมตนได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ก่อนได้รู้จักกับนายโอ้ต (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) และถูกชักชวนให้นำส่งห่อยาบ้าโดยได้ค่าจ้างครั้งละ 500 บาท และก่อนกลับมากทม.ก็ได้นำยาบ้า 1 ห่อมาขายด้วยทุกครั้ง โดยซื้อมาในราคา 8,000 บาท

จนช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาได้ไปที่ จ.บุรีรีมย์อีก และขอซื้อยาบ้าจากเพื่อเพื่อนำมาจำหน่ายใน กทม. ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว ซึ่งตนไม่เคยเสพยาบ้าแต่อย่างใด ส่วนเงินที่ได้ตนจะนำมาใช้เที่ยวเตร่และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.เตาปูน ดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สืบจากเฟซบุ๊ก!! สส.บก.น.2จับคดีค้างเก่า-แก๊งทุบกระจกรถตำรวจเชียงราย

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 27 ต.ค. พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.บก.น.2 พร้อมด้วยพ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ธนากร อ่อนทองคำ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.กิตติ์ ยังมี สว.สส.บก.น.2 และเจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.2 และกก.สส.3 บก.สส.บช.น.

ร่วมนำกำลังเข้าจับกุมนายชัยวัฒน์ ปรางมาศ หรือ “โหน่ง รามคำแหง” อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 404/26 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่จ.1139/2559 ลงวันที่ 19 ต.ค.2559 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นนั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและทำให้เสียทรัพย์

s__77242372โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าสมาคมศูนย์กีฬาศิวนารถ เลขที่ 148/8 หมู่ 4 ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ต.ค. คนร้ายก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ของพ.ต.ท.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง รอง ผกก.ตม.จ.เชียงราย โดยจอดไว้บริเวณลานจอดรถหลังร้านอินทนนท์ ถ.สุขาภิบาล 5 ซอย 26 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ซึ่งทราบภายหลังว่ามีทรัพย์สินสูญหายหลายรายการ ประกอบด้วย พระเลี่ยมทองหายากกว่า 30 องค์, เงินสด 1.5 แสนบาท, นาฬิกาโรเล็กซ์ 1 เรือน รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาทs__77242373จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 2 ราย ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียนเป็นยานพาหนะ ก่อนนำภาพวงจรปิดประชาสัมพันธ์ทางเพจเฟซบุ๊ก “สืบสวนนครบาล 2” ทำให้ทราบเบาะแสมากยิ่งขึ้น กระทั่งทราบว่านายชัยวัฒน์ เป็นหนึ่งในคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ และหลบหนีซ่อนตัวอยู่ที่ จ.นครนายก จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวนนายชัยวัฒน์รับสารภาพว่า ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง ก่อนมารวมกลุ่มกับเพื่อน 5 คน ตั้งชื่อแก๊งว่า “JAKHOO” พากันออกตระเวนลักทรัพย์ โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนและเลือกรถที่เจ้าของจอดทิ้งไว้แล้วลงไปรับประทานอาหารตามร้านต่างๆที่ไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยดูแลซึ่งทำมาแล้ว 5-6 ครั้ง ประกอบด้วย ย่านสายไหม บางเขน คันนายาว และหัวหมาก ได้ทรัพย์สินจะนำมาแบ่งกันก่อนเอาเงินไปเที่ยวเตร่ และซื้อยาเสพติดมาเสพs__77242374นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนลงมือกับนายกบ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) ซึ่งตนเป็นคนขับ ส่วนนายกบ เป็นคนใช้ไขควงงัดกระจกรถ เมื่อได้ทรัพย์สินก็พากันหลบหนี กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามทรัพย์สินของผู้เสียหาย ก่อนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด