พบแล้ว 5 ศพสลด!! นักเรียนดำน้ำถ่ายภาพใต้ทะเล-เสียชีวิตติดใต้ซาก เรืออับปาง

จากกรณีเรือล่มมีผู้สูญหายไม่ทราบชะตากรรม 5 ชีวิต โดยเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.วัลลพ พวงผกา ผกก.6 บก.รน. ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.เสถียร ไชยสวัสดิ์ สว.ส.รน.1 กก.6 บก.รน. ว่าได้นำเรือตรวจการณ์ 532 ออกไปทำการค้นหาและช่วยเหลือ เรือสปีดโบ้ต ชื่อ โชคธารา2 เรือท่องเที่ยวดำผิวน้ำ (snorkeling) จมที่บริเวณ เกาะกะโหลก จ.ชุมพร มีคนประจำเรือ 3 คน และผู้โดยสารคนไทย 13 คน ขณะนี้ ช่วยเหลือคนประจำเรือได้ 3 นาย และผู้โดยสารได้ 8 คน ยังมีผู้โดยสารสูญหาย 5 คน มีผู้โดยสารหนึ่งนายที่ช่วยขึ้นมาได้มีอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก จึงได้นำเรือเข้าที่ท่าเรือปากน้ำชุมพร

นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเกิดเหตุเรือโดยสารท่องเที่ยวจมหายไปกลางทะเลมีนักท่องเที่ยวจมหายไปหลายคน บริเวณเกาะง่าม-เกาะกะโหลกในอ่าวชุมพร เขต อ.ปะทิว รอยต่อ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร จึงรีบสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อุทยานหมู่เกาะชุมพร ตำรวจน้ำ เรือตรวจการณ์ประมง และมูลนิธิฯ กู้ชีพกู้ภัย ช่วยประสานงานกันออกช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและเรือลำดังกล่าว ทั้งให้แจ้งความคืบหน้าเป็นระยะๆ โดยได้เดินทางไปเกาะติดสถานการณ์ที่ท่าเทียบเรือด้วย

“เบื้องต้นทราบว่าเป็นเรือท่องเที่ยวดังกล่าวชื่อ เรือโชคธารา 2 นำนักท่องเที่ยวออกเดินทางระหว่างที่กำลังแล่นเรือบริเวณเกาะง่าม-เกาะกะโหลกในอ่าวชุมพร ได้เกิดลมพายุพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง กัปตันเรือพยายามนำเรือหลบเข้าไปยังเกาะต่างๆ แต่ไม่ทัน เรือได้ล่มลงในทะเลทำให้นักท่องเที่ยว 13 คน และลูกเรือ 3 คน รวม 16 คนลงไปลอยคอในทะเล เจ้าหน้าที่เรือตรวจประมงชุมพรนำเรือขนาด 6 ฟุต ออกไปให้ความช่วยเหลือสามารถช่วยเรือขึ้นมาได้ 11 คน และยังสูญหาย 5 คน ขณะนี้ทุกหน่วยงานพยายามหาทางออกไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากยังมีพายุฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง และเป็นช่วงเวลากลางคืนทำให้การค้นหาและให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก” ผวจ.ชุมพร กล่าว

โดยเวลา เวลา 23.30 น. ชุดค้นหายังค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป ล่าสุด พบศพ 5 ชีวิตผู้สูญหายแล้ว โดยนายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวหลังพบผู้เสียชีวิตว่า ได้รับแจ้งว่า เรือดังกล่าวเสีย ได้มีการส่งเรือไปช่วยลาก ประกอบกับฝนตกหนัก ทำให้เรือดังกล่าวเกิดล่ม สามารถช่วยชีวิตมาได้ 11 คน

 ทั้งนี้พบผู้เสียชีวิตติดใต้ซากเรือ 5 คน คือ นักเรียนดำน้ำลึก ได้แก่ นายมหัสณะ กาญจนปกรณ์, น.ส.ธีร์ชญาน์ เมธามงคล น.ส.จันทร์ดารา ทับจันทร์ นางฐาปนี วรวัฒนกุล และ น.ส.สุมรรษณา สุทธานุรักษ์ โดยนักเรียนถ่ายภาพใต้ทะเล ซึ่งเรียนในสระมาก่อนจะลงเรียนใต้ทะเลจริง 4 วัน โดยวันเกิดเหตุเป็นวันที่ 3 ของการลงไปเรียนใต้ทะเลจริง


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

พัทยาใต้ขยะล้น น้ำทะเลเป็นสีดำ วอนจนท.จัดการ กู้ภาพลักษณ์ด่วน!

ทะเลพัทยาระทม!! ขยะเกลื่อน น้ำทะเลดำกินพื้นที่บริเวณกว้าง ผู้ประกอบการโอดปัญหาเรื้อรังนานนับเดือนแต่ไร้เงาเจ้าหน้าที่จัดการ ปล่อยภาพประจานทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านและผู้ประกอบการท่องเที่ยว บริเวณท่าเทียบเรือเก่าพัทยาใต้ เมืองพัทยา ว่า ชายหาดบริเวณดังกล่าวซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ปัจจุบันมีสภาพเสื่อมโทรมอย่างหนัก ด้วยมีขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลหมักหมมอยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญยังมีน้ำเสียที่ถูกปล่อยจากท่อน้ำทิ้งของเมืองพัทยาและภาคเอกชนที่ปล่อยลงสู่อ่าวเข้ามาปะปน ทำให้น้ำทะเลมีสภาพขุ่นดำคล้ายน้ำครำ ซึ่งเป็นปัญหามานานแต่กลับไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหา จนเกรงว่าปัญหาดังกล่าวจะมีการขยายไปในพื้นที่วงกว้างมากขึ้นจนอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้ในอนาคตจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า พื้นที่ปัญหาอยู่บริเวณชายหาดพัทยาใต้ ด้านหลังสถานีสูบน้ำ หน้าโครงการวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ โดยพบว่าตลอดแนวของชายหาดในระยะความยาวกว่า 300 เมตรนั้น ถูกปกคลุมไปด้วยขยะและสิ่งปฏิกูลเป็นจำนวนมากจนทรายมีลักษณะสีดำเป็นเลน ขณะที่บริเวณหน้าอ่าวช่วงบริเวณดังกล่าวน้ำทะเลมีสีขุ่นดำ โดยมีเศษขยะมูลฝอยลอยเกลื่อนลึกไปในทะเลประมาณ 100 ม. ซึ่งพบว่าช่วงพื้นที่บริเวณดังกล่าวยังคงมีการรับส่งผู้โดยสารชาวต่างชาติขึ้นลงเรือโดยสาร ซึ่งเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บจากการถูกของมีคมบาดสอบถาม นายหรั่ง อายุ 46 ปี ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวพัทยา เปิดเผยว่าทำกินที่ชายหาดแห่งนี้มานานตั้งแต่เกิด ซึ่งที่ผ่านมามีสภาพสวยงาม น้ำทะเลใส จนนักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก แต่ในช่วงปีที่ผ่านมาพบว่าพื้นที่จุดนี้มักมีน้ำเสียและขยะมูลฝอยจำนวนมากที่ถูกน้ำพัดมาจากบนฝั่งและไหลมาตามท่อน้ำทิ้งของเมืองพัทยา รวมทั้งของเอกชนข้างเคียงจนทำให้ชายหาดมีสภาพเสื่อมโทรมอย่างหนัก ทั้งขยะที่กองทับถม เศษแก้ว วัสดุของมีคม รวมทั้งน้ำเน่าเสียที่ไหลมาสะสมปะปนกันจนทะเลมีลักษณะขุ่นดำ

สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานนับเดือนแต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาจัดการดูแลจนผู้ประกอบการต้องรวมตัวกันช่วยเก็บขยะออก เพื่อลดปัญหาความสกปรก และอันตรายที่จะเกิดกับนักท่องเที่ยว ส่วนความสกปรกของน้ำทะเลนั้นคงจะแก้ไขอะไรไม่ได้ จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขโดยด่วนด้วย เพราะชายหาดถือเป็นหน้าตา ซึ่งหากปล่อยไว้ก็อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวในอนาคตได้.

ที่มา>>>Thairath