กระบะซิ่งฝ่าสายฝน ชนสยอง ส.อบต.ดับคาซาก

วันที่ 12 ก.ค. ร.ต.อ.พายัพ รุ่งหัวไผ่ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกันที่ถนนพหลโยธิน 1 หลักกิโลเมตรที่ 186-187 เส้นทางลพบุรี-โคกสำโรง บริเวณหมู่ 1 บ้านดงแก้ว ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถ จึงประสานแพทย์เวร รพ.โคกสำโรง และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 6157 ลพบุรี ชนประสานงากับรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บร 64 ลพบุรี ในสภาพพังยับเยินทั้ง 2 คัน เศษชิ้นส่วนอุปกกรณ์รถกระเด็นกระจัดกระจายทั่วทั้งบริเวณ มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสร้องขอความช่วยเหลือติดคาซากรถกระบะอีซูซุ ทราบชื่อคือนายธีรเดช ปรีสวิง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 10 ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธิ์ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถกระบะโตโยต้า ทราบชื่อคือนายบุญชื่น แสนเสนาะ อายุ 47 ปี เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างของทั้ง 2 คนออกมาสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาปรอยๆ รถกระบะโตโยต้า ขับมาในเลนปกติ จากนั้นรถกระบะอีซูซุ ขับสวนเส้นทางมาด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะเสียหลักหมุนคว้างกลางถนนข้ามเลนมา ซึ่งเป็นจังหวะที่นายบุญชื่น ขับรถกระบะโตโยต้ามาด้วยความเร็วสูงเช่นกัน รถทั้งสองคันได้ประสานงากันอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้อายัดตัวนายธีรเดช ไว้สอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นจะได้สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พะยานแวดล้อม รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อรวบรวมไว้เป้นหลักฐาน ก่อนดำเนินการการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

อย่างโหด! 2มือปืนกราดเอ็ม16 ถล่มฆ่าสาวตายสยองกลางเมืองแม่โจ้ แฟนหนุ่มสาหัส

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 14 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายกันด้วยใช้อาวุธปืน มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 รายและได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดที่บริเวณอู่ซ่อมรถชื่อกิจเจริญยนต์ ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 10 ต.หนองหาร อ.สันทราย จึงได้รีบรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบริเวนด้านหลังอู่ซ่อมรถพบศพน.ส.เกษสุดา สายเขียว อายุ 34 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าตามร่างกายถึง 12 นัด นอนเสียชีวิตในสภาพคว่ำหน้า โดยมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายชื่อนายเอ็มได้รับบาดเจ็บขณะวิ่งหลบหนีลูกกระสุนทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือขวา เบื้องต้นพบว่าปลอกกระสุนปืนคาดว่าเป็นอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่คนร้ายกราดยิงจนทำให้ 2 คน ซึ่งเป็นแฟนกันขณะกำลังทำงานในอู่ดังกล่าว จนเป็นเหตุให้ฝ่ายหญิงเสียชีวิตส่วนฝ่ายชายรอดตายหวุดหวิด โดยบริเวณที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนถึงจำนวน 12 นัด   จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่น.ส.เกษสุดากับแฟนหนุ่มกำลังทำงานที่อู่ซ่อมรถดังกล่าว ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีขาว-แดง ผู้ขับขี่สวมหมวกกันน๊อคสีขาวคนซ้อนสวมหมวกสีดำเข้ามาในอู่ดังกล่าวก่อนที่จะนำอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่ซุกซ่อนไว้ในกระสอบปุ๋ยออกมากราดยิงทั้งคู่จำนวน 12 นัด หลังจากนั้นก็ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าไปทางตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับผู้ต้องสงสัยแต่ก็ยังไร้วี่แววโดยทางเจ้าหน้าที่จะทำการติดตามแกะรอยเส้นทางหลบหนีจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและเส้นทางที่หลบหนีเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด ส่วนสาเหตุของปมสังหารในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นไว้คือเรื่องของชู้สาว เรื่องของปมขัดแย้งส่วนตัวซึ่งต้องรอการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบหนุ่มเขมร ลอบขนกระเป๋า-รองเท้าละเมิดลิขสิทธิ์ จ่อส่งขาย กทม.

เจ้าหน้าที่ทหารพราน สนธิกำลังตำรวจ สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สกัดจับหนุ่มเขมรขับเก๋งคัมรี่ ลักลอบขนกระเป๋า-รองเท้าแบรนด์กีฬาชื่อดังละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 300 ชิ้น มูลค่าหลายแสนบาท ส่งเข้าขายใน พื้นที่ กทม.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 พ.ค. 59 พ.ท.สมเจตน์ ผลประเสริฐ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา และ ร.อ.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1204ฯ ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว พร้อมชุดสืบสวน ตร.สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมกันเข้าทำการดักซุ่มจับกุมขบวนการลักลอบขนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จากเขมรเข้ามาในประเทศไทย บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังสืบทราบว่าขบวนการค้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ชาวเขมร ซึ่งถูก ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา (หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) ทำการสกัดกั้นการลักลอบนำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จากเขมรเข้าประเทศไทยทุกเส้นทาง ตลอดแนวชายแดนด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการขนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย โดยว่าจ้างชาวเขมรขับรถเก๋งซุกสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เข้าประเทศไทยโดยอ้างว่าจะเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าและอาหารในฝั่งไทยหนุ่มเขมร ลอบขนกระเป๋า-รองเท้าละเมิดลิขสิทธิ์

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมฯ ได้ตรวจพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีเทา ทะเบียนกัมพูชา หมายเลข 2AA 7293 พนมเปญ ขับข้ามสะพานจุดผ่านแดนชั่วคราวบ้านหนองปรือ–มาลัย มาจากฝั่งอำเภอมาลัย จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา จึงได้ทำการเรียกตรวจสอบ พบว่า นายทม วัน อายุ 33 ปี ชาวกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา เป็นผู้ขับขี่ อ้างว่าจะเดินทางเข้ามาหาซื้อสินค้าและอาหาร ที่ตลาดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือฯ แต่เจ้าหน้าที่เกิดความสงสัยเป็นชาวปอยเปต แต่ทำไมขับรถมาทางอำเภอมาลัยฯ ซึ่งห่างกันมาก จึงได้ร่วมกันตรวจค้น จากการตรวจค้นพบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จำพวกกระเป๋าและรองเท้าผ้าใบจำนวนมากซุกซ่อนอยู่บริเวณกระโปรงท้ายรถและภายในรถ ตรวจสอบไม่มีเอกสารการเสียภาษีหรือเอกสารการขออนุญาตนำเข้าสินค้าแต่อย่างใด จึงร่วมกันควบคุมตัวมาสอบสวน และตรวจค้นที่ จุดตรวจทหารพราน 1204 จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนบ้านหนองปรือ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ซึ่งผลจากการตรวจค้นและตรวจนับ พบมีกระเป๋าสะพายแบรนด์กีฬาดัง ซุกซ่อนอยู่จำนวน 50 ใบ และรองเท้าผ้าใบ สีน้ำเงินและสีขาว แบรนด์เดียวกัน อีกจำนวน 252 คู่ ซึ่งรวมมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

จากการสอบถาม นายทม วัน ชาวเขมรอ้างว่า มีบ้านพักอยู่ที่กรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ถูกนายทุนชาวเขมรว่าจ้างให้ขับรถเก๋งคันดังกล่าว ซึ่งมีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ซุกซ่อนอยู่ภายใน ขับข้ามด่านจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือจากฝั่งเขมรเข้ามาในประเทศไทย เพื่อนำไปส่งให้คนไทยที่จะมารับที่ตลาดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือฯ นำส่งไปขายใน กทม.อีกทอดนึง โดยได้ค่าจ้างเพียง 1500 บาทเท่านั้น ซึ่งจากคำให้การ เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่ง สว.(สอบสวน) สภ.คลองน้ำใส จ.สระแก้ว ดำเนินคดี และสอบสวนขยายผลถึงนายทุนรายนี้ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

พายุถล่มโคราช เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน 20 ต้น-ศรีสะเกษ กิ่งไม้ฟาดรถ เจ็บ 1

พายุฤดูร้อนถล่ม! อ.เมืองนครราชสีมา เสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนสาย 304 ขาเข้า หน้ากองพลพัฒนาที่ 2 หักโค่นขวางถนนกว่า 20 ต้น จนท.ปิดเส้นทางเร่งเก็บกู้ เปิดทางพิเศษให้รถสัญจร ขณะศรีสะเกษ ต้นไม้หักโค่นฟาดกระบะกระจกแตก เจ็บ 1 ราย

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 5 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่เขต อ.เมืองนครราชสีมา นานกว่า 30 นาที ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นลงมารวม 24 ต้น ขวางการจราจรบนถนนสาย 304 ราชสีมา-ปักธงชัย ฝั่งขาเข้าตัวเมืองนครราชสีมา บริเวณตรงข้ามกองพลพัฒนาที่ 2 ต.ไชยมงคล รวมระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร รถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร ให้ไปใช้ช่องทางพิเศษฝั่งตรงข้าม ส่งผลให้ไฟฟ้าดับสนิทกินพื้นที่บริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งเคลียร์พื้นที่ด่วน คาดว่าต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีรถสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียหาย

นอกจากนี้ ยังมีเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นอีก 6 ต้น บริเวณถนนฝั่งตรงข้าม บริเวณปั๊มแก๊ส LPG ขาออกตัวเมือง ปิดทับเส้นทางจักรยานยาวกว่า 300 เมตร เสาไฟฟ้าทับหลังคาปั๊มเสียหายลมแรงจัดพัดเสาไฟฟ้าหักขวางถนน

นายประดิษฐ์ คำพาธู และ น.ส.ทองเสน่ห์เพชร พุฒทอง สองสามีภรรยา ที่กำลังขับรถจะเดินทางมาเยี่ยมญาติที่โคราช เล่านาทีระทึกให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุมีลมพายุฝนพัดกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก ทำให้มองไม่เห็นทาง จึงขับรถมาช้าๆ จากนั้นได้เห็นเสาไฟฟ้าที่อยู่ริมถนนล้มไล่ลงมาจากด้านหน้าเข้ามาหาตัวรถ จึงได้จอดรถทัน โชคดีที่เสาไฟต้นที่อยู่ตรงหน้าหักครึ่ง จึงล้มมาไม่ถึงตัวรถ ทำให้ตนและแฟนรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด

ขณะที่ เวลา 19.30 น. ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งเหตุต้นไม้หักโค่นทับรถยนต์ มีคนได้รับบาดเจ็บ บนถนนกสิกรรม ต.เมืองเหนือ ช่วงข้ามทางรถไฟ ไปตรวจสอบร่วมกับกู้ภัยสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถาน และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองศรีสะเกษ พบรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน บจ 5323 ศรีสะเกษ จอดอยู่บนถนนก่อนข้ามทางรถไฟ ขอบกระบะหลังฝั่งขวายุบ กระจกหน้ารถแตก มีผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อ นายวันดี บุญร่วม อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176 หมู่ 3 ต.ไพรบึง อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ ถูกกระจกบาดแขน หน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ. ไปก่อนแล้วนายสมพร สอนบุตร อายุ 33 ปี คนขับรถคันเกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาจากบ้านเพื่อพาผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นพ่อตาไป รพ.ศรีสะเกษ โดยมีภรรยานั่งมาด้วย ขณะขับรถมาถึงที่เกิดเหตุมีลมพายุพัดมาอย่างรุนแรง ต้นไม้ที่อยู่ในกำแพงรั้วบ้านข้างทางหักโค่นล้มลงมาพาดกำแพง ส่วนปลายของต้นไม้ได้หักลงมาทับใส่กระบะรถ ขณะที่กิ่งไม้ที่มีขนาดเล็กลงมาฟาดกระจกหน้ารถจนแตกทั้งบาน พ่อตาที่นั่งเบาะข้างคนขับถูกกระจกบาด ทั้งนี้ หลังตำรวจตรวจที่เกิดเหตุแล้วจะเชิญ นายสมพร ไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งนอกจากนี้ จากเหตุที่พายุพัดถล่มในตัวเมืองศรีสะเกษ เป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างนานกว่า 2 ชั่วโมง จนกระทั่งเวลา 21.00 น. ไฟฟ้าจึงกลับมาใช้ได้ปกติ.

ที่มา>>>Thairath