ช็อกขนลุกซู่! หนุ่มใหญ่จอดรถฉี่ข้างทางกลางดึก ตกใจสุดขีดเจอศพผูกคอตายใต้ต้นไม้

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 31 ก.ค. ร.ต.อ.นิติพงษ์ มีคำ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิตริมถนนปทุมธานี-บางปะหัน (มุ่งหน้าบางปะหัน) ม.4 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ชื่อนายประดิษฐ์ จันทึก อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.1 ต.กุดจอก อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ใช้เชือกไนล่อนผูกคอตนเองกับต้นไม้ขนาดใหญ่ข้างทาง สภาพศพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขายาวสีดำ ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล แพทย์ระบุเสียชีวิตแล้ว 1-2 ชั่วโมง

ใกล้กันพบรถผู้ตายเป็นรถแท็กซี่นั่งสาธารณะ สีชมพู ทะเบียน ทล 4011 กรุงเทพมหานคร สภาพเก่า จอดเปิดไฟหน้าอยู่ข้างทาง กระจกหน้ารถแตก ตรวจสอบภายในรถพบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เอกสารเกี่ยวกับที่ดินจำนวนหนึ่ง และบัตรประชาชนของผู้ตายอยู่ภายในรถ

นายบุญชู จองสุข อายุ 50 ปี ผู้พบศพระบุว่า ก่อนหน้านี้นั่งกินข้าวที่ร้านอาหารข้างๆที่เกิดเหตุ กำลังจะขับรถกลับบ้านแต่รู้สึกว่าปวดฉี่ จึงจอดรถข้างทาง ขณะนั้นยืนฉี่มองเห็นคนผูกคนตายบนต้นไม้ จึงวิ่งไปที่กลางถนนและเรียกให้รถที่ขับผ่านไปมาช่วยกันดู ทั้งนี้ เห็นรถแท็กซี่คันดังกล่าวจอดอยู่ข้างทางนานแล้ว เปิดประตูรถฝั่งคนขับทิ้งไว้ด้วย จากนั้นตนเจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุ จึงให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำผู้เสียชีวิตผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้ง พร้อมทั้งติดตามญาติผู้ตายมาสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

แชร์ว่อน แท็กซี่ ต่อยผู้โดยสารหลังขู่ฟ้อง 1584 เหตุไม่กดมิเตอร์ จะคิดหัวละร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชี่ยลมีการแชร์ข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊ก ซึ่งได้ระบุว่า มีปัญหาจากการโบกแท็กซี่ แต่พบว่าแท็กซี่คิดในราคาเหมาจ่ายหัวละ 100 บาท จึงมีการต่อว่ากันว่า ขอให้เจริญๆ และจะฟ้องร้องไปที่หมายเลข 1584 จากนั้นได้เรียกรถคันใหม่ แต่คนขับคันเดิมเข้ามาทะเลาะวิวาทและต่อยผู้โดยสาร จนกลายเป็นเรื่องเป็นราว พร้อมกันนั้น ผู้ขับรถแท็กซี่ได้พูดว่า “กู ทก กูรับใครก็ได้ ไม่ต้องกดมิเตอร์” จากนั้น จึงมีการนำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก พร้อมกับตั้งคำถามว่า แท็กซี่หรือมาเฟีย

อย่างไรก็ตาม แท็กซี่หมวดทะเบียนที่ขึ้นต้นด้วย ทก นั้น พบว่าเคยมีการแชร์ ว่า เป็นหมวดทะเบียนแบบเก่า ที่ใช้วิธีสอบถามค่าโดยสารa1-vert

bb1

aa3

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรหื่นบุกห้องผช.พยาบาล ปืนจ่อหัว-ขืนใจ ก่อนหนีขอเบอร์เหยื่อ บอกจะขนของมาอยู่ด้วย

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 ก.ย. น.ส.ต่าย (นามสมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ช่วยพยาบาล รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ย่านศรีนครินทร์ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.พิทเรศ คุยเพียภูมิ รองสารวัตร(สอบสวน)สน.ประเวศ เพื่อแจ้งความว่าถูกคนร้ายบุกเข้าห้องพักและข่มขืน ที่ห้องพักของอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง ย่านสวนหลวง กทม.  ผู้เสียหายให้การว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ขณะที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ในห้องพักขั้น 2 ห้อง 204 ตื่นมาตอนนาฬิกาปลุก พบว่าคนร้ายได้ยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อคนร้ายเห็นตนกำลังตื่นนอน ก็ได้ใช้ผ้าห่มมาคลุมศรีษะตน และนำอาวุธปืนมาจ่อที่หน้าผากตน พร้อมทั้งพูดบังคับให้ตนอยู่นิ่งๆ แต่ตนได้พูดขอร้องให้คนร้ายอย่าทำร้ายตน และบอกว่าอยากได้ทรัพย์สินอะไรให้เอาไป แต่คนร้ายไม่ยอม จับมือทั้งสองข้างของตน ไว้เหนือศรีษะในลักษณะไข้วทับกัน ก่อนจะลงมือข่มขืนตน ขณะนั้นยังเอาปืนจ่อหน้าผากตนไว้อยู่ หลังจากเสร็จไป 1 ครั้ง คนร้ายได้นำเสื้อของตน มาผูกปิดตาตนไว้

เหยื่อสาวให้การว่า ระหว่างนั้นตนเหลือบไปเห็นลักษณะคนร้าย เป็นชาย รูปร่างผอม สูงประมาน 170 ซม. ผิวสีแทน ผมรองทรง ที่บริเวณเอวด้านขวาของคนร้ายมีรอยสักสีเขียวแดง ลักษณะเป็นสัตว์ มีเกล็ด คล้ายปลาหรือมังกร จากนั้นได้ลากตนไปยังห้องน้ำ ขณะอยู่ในห้องน้ำ ตนได้ยินเสียงคล้ายคนรือค้นของในถุงพลาสติก และเสียงกดชักโครก จากนั้นคนร้ายได้ลากตนมาที่เตียงนอนอีกครั้งก่อนจะลงมือข่มขืนตนอีกครั้ง  เหยื่อสาวให้การว่า หลังจากนั้นตนได้ยินเสียงคนร้ายกำลังสวมใส่เสื้อผ้า ตนจึงได้พยายามชวนคนร้ายคุยเพื่อซักถามจนรู้ว่าคนร้ายอยู่ย่านปทุมวัน เดินทางโดยใช้นั่งแท็กซี่ พร้อมทั้งขู่ตนให้เบอร์โทรศัพท์ และขอชื่อเฟซบุ๊คของตนไป ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่า เดี้ยวจะติดต่อกลับมา และจะขนของมาอยู่กับตน หลังจากนั้นคนร้ายได้บังคับให้ตนนอนคว่ำหน้า ก่อนจะหลบหนีออกทางหน้าต่างห้องของตน กระโดดข้ามระเบียงไปยังตึกที่อยู่ติดกัน ขณะนั้นตนได้รีบหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อถ่ายรูป แต่ไม่ทัน คนร้ายมีความชำนาญในการปีน ทำให้สามารถหลบหนีไปได้ จากนั้นตนจึงโทรศัพท์หาญาติและมาแจ้งความที่สถานีตำรวจ

ร.ต.ท.พิทเรศ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องไว้ คาดว่าคนร้ายน่าจะติดตามผู้เสียหายจนทราบว่าพักอาศัยอยู่ภายในซอยดังกล่าว ตอนนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ให้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีกระดาษชำระที่คนร้ายได้ใช้ และถุงพลาสติก ส่วนผู้เสียหายได้ส่งไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งจะทราบผลในวันอังคารนี้ (13 ก.ย.) ส่วนเรื่องการติดตามคนร้ายได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง พร้อมทั้งเชิญตัววัยรุ่นที่น่าสงสัยและพักอาศัยในซอยดังกล่าวมาสอบปากคำ เพื่อติดตามตัวหาคนร้ายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวเสิร์ฟน้อยใจแฟน ซดยานอนหลับเกือบหมดขวด น็อกคาห้องพัก

วันที่ 21 มิ.ย. เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีหญิงสาวกินยาเกินขนาดนอนหมดสติอยู่ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยวัดใหญ่บางปลากด แยกซอยร่วมพัฒนาซอยที่ 2 หมู่ 4 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังพร้อมรถกู้ชีพและอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์สูง 2 ชั้น แบ่งเป็นชั้นละ 12 ห้อง ปลูกอยู่บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่ จากการตรวจสอบบริเวณชั้นที่ 1 ห้องเลขที่ 11 พบ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี นอนหมดสติอยู่บนที่นอน บริเวณโต๊ะเครื่องแป้งพบขวดยาพาราเซตามอล 1 ขวดวางอยู่ โดยยาถูกกินเกือบหมดขวด ข้างขวดยาพบซองยานอนหลับวางอยู่ใกล้กันอีก 1 ซอง คาดว่า น.ส.เอ น่าจะรับประทานยาดังกล่าวไปเกินขนาด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงพยายามปลุกให้ตื่น แต่กลับมีเสียงครางอยู่ในลำคอเท่านั้น ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงวิทยุขอสนับสนุนรถพยาบาลจาก ร.พ.พระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์เข้าช่วย ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาและล้างท้องเป็นการด่วนจากการสอบถาม น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ทราบว่า น.ส.เอ ทำงานเป็นสาวเสิร์ฟที่ตลาดโค้งสน โดยได้มาเช่าห้องอยู่กับแฟนหนุ่มที่มีอาชีพขับแท็กซี่ได้ประมาณ 4-5 เดือน กระทั่งเมื่อช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ทั้งคู่เริ่มมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง กระทั่งแฟนหนุ่มเก็บเสื้อผ้าและขับแท็กซี่ออกไปไม่กลับเข้ามาอีกเลย ทำให้ น.ส.เอ เกิดอาการเครียดจนต้องไปพบแพทย์และซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเป็นประจำ

“จนวันนี้ตนได้ขับรถมาหาแฟนที่บ้านซึ่งติดกับตึกที่เกิดเหตุพบคนตะโกนร้องเรียกและยืนมุงดูบริเวณหน้าห้องของน.ส.เอ จึงรีบวิ่งไปดูพบว่า น.ส.เอ นอนแน่นิ่งอยู่บนที่นอนจึงช่วยกันปฐมพยาบาลพร้อมปลุกเรียกให้ฟื้นแต่ไม่มีอาการตอบสนองได้ยินแค่เสียงผ่านลำคอ จึงได้โทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ชีพให้มาช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไป” น.ส.บี กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด