ช็อกขนลุกซู่! หนุ่มใหญ่จอดรถฉี่ข้างทางกลางดึก ตกใจสุดขีดเจอศพผูกคอตายใต้ต้นไม้

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 31 ก.ค. ร.ต.อ.นิติพงษ์ มีคำ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิตริมถนนปทุมธานี-บางปะหัน (มุ่งหน้าบางปะหัน) ม.4 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ชื่อนายประดิษฐ์ จันทึก อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.1 ต.กุดจอก อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ใช้เชือกไนล่อนผูกคอตนเองกับต้นไม้ขนาดใหญ่ข้างทาง สภาพศพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขายาวสีดำ ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล แพทย์ระบุเสียชีวิตแล้ว 1-2 ชั่วโมง

ใกล้กันพบรถผู้ตายเป็นรถแท็กซี่นั่งสาธารณะ สีชมพู ทะเบียน ทล 4011 กรุงเทพมหานคร สภาพเก่า จอดเปิดไฟหน้าอยู่ข้างทาง กระจกหน้ารถแตก ตรวจสอบภายในรถพบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เอกสารเกี่ยวกับที่ดินจำนวนหนึ่ง และบัตรประชาชนของผู้ตายอยู่ภายในรถ

นายบุญชู จองสุข อายุ 50 ปี ผู้พบศพระบุว่า ก่อนหน้านี้นั่งกินข้าวที่ร้านอาหารข้างๆที่เกิดเหตุ กำลังจะขับรถกลับบ้านแต่รู้สึกว่าปวดฉี่ จึงจอดรถข้างทาง ขณะนั้นยืนฉี่มองเห็นคนผูกคนตายบนต้นไม้ จึงวิ่งไปที่กลางถนนและเรียกให้รถที่ขับผ่านไปมาช่วยกันดู ทั้งนี้ เห็นรถแท็กซี่คันดังกล่าวจอดอยู่ข้างทางนานแล้ว เปิดประตูรถฝั่งคนขับทิ้งไว้ด้วย จากนั้นตนเจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุ จึงให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำผู้เสียชีวิตผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้ง พร้อมทั้งติดตามญาติผู้ตายมาสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

วิจารณ์กระหึ่ม! สาวโวยถูกจนท.ห้ามใส่ชุดไทยเข้าเที่ยวเมืองโบราณ

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ตั้งกระทู้เล่าเรื่องเหตุการณ์ ขณะเดินทางไปชมเมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ โดยสาวคนตั้งกระทู้เล่าว่า ถูกเจ้าหน้าที่เมืองโบราณปฏิเสธไม่ให้เข้าชมสถานที่ เพราะแค่สวมชุดไทยมาเท่านั้น ก่อนถกเถียงกับเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายก็ได้เข้าไปข้างใน โดยถูกเตือนว่าห้ามถ่ายรูป ถ้าจะถ่ายให้ใช้ได้เฉพาะกล้องโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ทำให้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ในโลกโซเชี่ยลอย่างหนัก เนื่องจากไม่มีกฎหรือข้อห้ามใส่ชุดไทยขอบคุณที่มาจากpantip https://pantip.com/topic/36010818

วิจารณ์กระหึ่ม! ครูลงโทษนักเรียนพกมือถือ-โยนทิ้งถังน้ำประจาน(คลิป)

เว็บไซต์ ไลฟ์ลีก เผยแพร่คลิปการลงโทษนักเรียนที่พกโทรศัพท์มือถือมาโรงเรียน โดยครูสั่งให้นักเรียนออกมายืนกระดานแล้วหย่อนมือถือลงถังน้ำกลางห้อง คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ มียอดชมและเสียงวิจารณ์จำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

โชเฟอร์แท็กซี่ช็อก! จู่ๆมือถือระเบิดตูมในรถ รุนแรงจนเป็นแผลที่มือ กางเกงทะลุ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเฟซบุ๊คเพจ กลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์โทรศัพท์มือถือระเบิดใส่มือคนขับรถแท็กซี่จนได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนเทียนทะเล ขาออกมุ่งหน้าออกถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน กทม.14523229_1181807021878312_8852127400115977955_nโดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งโทรศัพท์มือถือระเบิดใส่มือคนขับรถสาธารณะแท็กซี่ บริเวณถนนเทียนทะเล ขาออกมุ่งหน้าออกถนนพระราม 2 หน้าโรงงานจงสถิตย์ อปพร เขตบางขุนเทียน 808,11,783 รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บชาย 1 ราย อปพร.เขตบางขุนเทียน 11 ให้การช่วยเหลือนำส่ง รพ.พระราม 214570258_1181806561878358_5087875722160336180_nผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามผู้บาดเจ็บให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนโทรเข้ามือถือเครื่องดังกล่าว จึงรับสายแล้วคุยธุระจนเสร็จสิ้น จากนั้นก็วางสายไป โดยวางมือถือไว้ข้างเบาะคนขับ ต่อมาประมาณ 5 นาที โทรศัพท์มือถือเกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้ได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายเป็นแผล กางเกงถูกไฟไหม้จนขาด โดยคนขับแท็กซี่ยืนยันว่าไม่ได้เปลี่ยนแบตมือถือแต่อย่างใด

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านช็อก!! เจ้าอาวาสวัดดังอ่างทอง ผูกคอมรณภาพปริศนาใต้ต้นสาละ ไม่เชื่อคิดสั้น

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ร.ต.อ.นิเวศน์  อยู่แย้ม พนักงานสอบสวน สภ.เกษไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุพบศพพระผูกคอเสียชีวิตภายในวัดตะเคียน หมู่ 4 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลไชโย และเจ้าหน้าที่สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง

พบศพพระสุรินทร์ เอี่ยมเอมรัตน์ ฉายา “จิตตธัมโม” อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดตะเคียน ในสภาพใช้เชือกไนล่อนขนาดใหญ่ผูกคอตัวเองกับกิ่งต้นสาละข้างกำแพงโบสถ์ ซึ่งกิ่งสูงกว่าระดับพื้น 3 เมตร และเท้าที่ยังสวมรองเท้าอยู่ห่างจากพื้นดินเพียงเล็กน้อย ต่อมาตำรวจให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยขึ้นไปแกะเชือก นำร่างเจ้าอาวาสลงมาเพื่อให้แพทย์ชันสูตร ตรวจสอบในตัวพบเงินสด 1,140 บาท ยาอม ไฟแช็กอยู่ในกระเป๋าสบงที่สวมใส่อยู่ สอบถามนายณรงค์ฤทธิ์ นายี่ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 4 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง  เจ้าหน้าที่ อบต.เทวราช ผู้พบศพคนแรก กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าคณะตำบลให้ออกมาช่วยตามหาพระสุรินทร์ โดยเจ้าคณะตำบลบอกว่าพระลูกวัดที่วัดเทวราชโทร.มาแจ้งว่าไม่รู้ว่าเจ้าอาวาสหายไปไหน ใกล้มืดแล้วยังหาไม่เจอ หลังรับแจ้งตนเป็นห่วงมาก เพราะตอนนี้ท่านไม่ค่อยสบาย จึงขับรถออกมาจากบ้านมาที่วัด หาบริเวณด้านหน้าวัดไม่เจอ ไปดูบนห้องก็เจอ แต่เห็นโทรศัพท์มือถือของท่านยังชาร์ตแบตอยู่ ก็เข้าใจว่าไม่น่าจะหายไปไหนไกล

นายณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า นึกไปนึกมาจึงขับรถมาทางข้างโบสถ์ เข้าใจว่าท่านอาจจะเดินมารดน้ำต้นไม้แล้วอาจเป็นลมอยู่ก็ได้ เมื่อขับมาถึงก็ต้องตกใจ เมื่อพบท่านผูกคอตัวเองเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นสาละแล้ว จึงโทร.แจ้งเจ้าคณะตำบลและเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ด้านนางสำราญ  ชื่นพงษ์ อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 4 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง กล่าวว่า ปกติใส่บาตรกับท่านทุกเช้า ท่านเป็นพระอารมณ์ดี ร่าเริง ไม่เคยเห็นเครียด ไม่คิดเลยว่าจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย ปกติเวลาเจอท่านจะบ่นให้ฟังว่าเบื่อที่ต้องไปเรียนตลอด วัดวาอารามก็รก อย่างไรก็ตาม ไม่เคยเห็นว่าท่านจะมีปัญหากับใคร

ส่วนพระวุฒิ เสวกวิหารี ฉายา “ฐิวากาโร” อายุ 79 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดตะเคียน กล่าวว่า หลังจากอาตมาป่วยจึงลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดตะเคียน มาเป็นพระลูกวัดธรรมดา เจ้าคณะอำเภอจึงแต่งตั้งพระสุรินทร์เป็นเจ้าอาวาสแทน ซึ่งมาอยู่ที่วัดนี้ได้ประมาณ 1 เดือน ระหว่างที่พระสุรินทร์รับตำแหน่ง อาตมาก็ไม่เคยเห็นมีปัญหากับใคร จะมีก็เพียงบ่นเรื่องที่ต้องไปเรียนว่าต้องเรียนหนัก และเรื่องสุขภาพของตัวเองแต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร เคยไปหาหมอ รู้เพียงว่าเป็นโรคความดันต่ำ มึนศีรษะบ่อย ๆ  อาตมาก็ไม่คิดว่าพระสุรินทร์จะมาผูกคอตัวเองแบบนี้ ขณะที่ ร.ต.อ.นิเวศน์ กล่าวว่า  จากการตรวจสอบพระสุรินทร์ใช้เชือกไนล่อนขนาดใหญ่ผูกคอตัวเองเสียชีวิตใต้ต้นสาละ ใกล้กำแพงโบสถ์ ในลักษณะห้อยตัวลงมา เท้ายังสวมรองเท้าอยู่ และอยู่ห่างจากพื้นเล็กน้อยเท่านั้น โดยหลังจากนำศพลงมาให้แพทย์ชันสูตรพบว่ารอยแผลที่บริเวณคอกว้าง 4 เซนติเมตร ยาวรอบคอ 35 เซนติเมตร

จากการสอบสวนทราบว่าท่านเป็นคนลพบุรี เป็นอดีตทหาร หลังจากเออรี่รีไทร์ก็มาบวช โดยจำวัดที่วัดเทวราช กระทั่งช่วงเข้าพรรษานี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดตะเคียน  ย้ายมาอยู่วัดตะเคียนได้ 1 เดือน และได้รับพัดยศเมื่อไม่กี่วันมานี้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครทราบสาเหตุมรณภาพ เบื้องต้นแพทย์ลงความเห็นว่าท่านมรณภาพเพราะขาดอากาศหายใจ จึงส่งศพชันสูตรที่สถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ผัวเมียคิดรวยทางลัด โพสต์ขายยาบ้า-ยาไอซ์ในเฟซบุ๊ค แถมส่งถึงที่แบบเดลิเวอรี่อีกด้วย

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 18 ส.ค. พ.ต.ต.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง สว.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนได้ทำการจับกุมตัวน.ส.ณัฐา หรือมายด์ แปงปวน อายุ 24 ปี ชาวอ.หางดง จ.เชียงใหม่ และนายวิษณุพงษ์ หรือเอ็ม เมืองแก้ว อายุ 30 ปี ชาวอ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 90 เม็ด ยาไอซ์ 20 ถุงน้ำหนักรวมกว่า 1 กรัม เงินสด 3,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว คันทะเบียน ขพ-9414 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน นำตัวดำเนินคดีข้อหา”ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”  การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีสองผัวเมียขับรถยนต์เก๋งตระเวนส่งยาบ้าและยาไอซ์แบบเดลิเวอรี่ในเวลากลางคืน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสายลับเข้าไปติดต่อทางระบบเฟซบุ๊คจนติดต่อล่อซื้อนัดส่งของกันที่ริมถนนกำแพงดิน ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต่อมาทั้งสองหลงกลนำยามาส่งให้ตามนัด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมได้ของกลางยาบ้า 20 เม็ดและนำตัวไปค้นที่บ้านพักเลขที่ 87/1 ม.9 ต.หนองตอง จ.เชียงใหม่ พบยาบ้าและยาไอซ์ซุกซ่อนในห้องนอนจำนวนมากจึงยึดไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่าได้คบหาดูใจกันมาแล้วจนอยู่ด้วยกันและเพิ่งมีลูกด้วยกัน แต่หน้าที่การงานก็ยังไม่มี ทำให้ชีวิตลำบาก จึงมีคนมาเสนอวิธีรวยทางลัด จึงได้ซื้อยาทั้งหมดมาจากบนดอยที่อ.ฮอด ในราคาสุดถูก และนำมาแยกจำนวน โดยมีบริการสั่งของทางเฟซบุ๊คและจะนำรถไปส่งยังที่หมาย สร้างรายได้จำนวนมากให้กับพวกตนทั้งสองคนอย่างมาก จึงทำเรื่อยมาหวังสร้างฐานะครอบครับให้มั่นคงและจะเลิกอาชีพนี้ แต่ก็ไม่สายถูกจับกุมตัวได้เสียก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

ลานย่าโมสุดคึกคัก! ชาวโคราชแห่ออกมาตามไล่จับโปเกม่อนติดต่อกันคืนที่3 (คลิป)

นครราชสีมา ช่วงเย็นวันที่ 9 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ลานอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังวัดนครราชสีมา ภายหลังจากที่ได้มีการนำเสนอข่าวตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงช่วงกลางดึก ของวันที่ 7 ถึง 9 ส.ค.59 ที่ผ่านมา ได้มีประชาชนทั้งชายและหญิงเป็นจำนวนมากรวมตัวกันเพื่อไล่จับโปเกม่อนรอบลานอนุสาวรีย์กันอย่างเนืองแน่น ซึ่งบางคนนั้นต้องเดินวนไปวนมารอบลานอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารีเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร เพื่อมาจับตัวโปเกม่อนที่หาได้ยากในบริเวณนี้ ทำให้บรรยากาศลานอนุสาวรีย์ ซึ่งเคยเงียบเหงาในช่วงกลางคืน กลับมาคึกคักเป็นอย่างมาก  ขณะเดียวกันบรรยากาศพ่อค้าแม่ค้าก็ต่างพากันนำอาหารคาวหวาน มาวางไว้ให้บรรดาสาวกไล่จับโปเกม่อนนั้นมาเลือกซื้อกินเพื่อบรรเทาหิวในระหว่างเล่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นการสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าเป็นจำนวนมาก  พ.ต.อ.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผกก.สภ.เมือวงนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีประชาชนเป็นจำนวนมากมาร่วมตัวกันที่บริเวณรอบลานอนุสาวรีย์คุณย่าโม ตำรวจได้มีการวางมาตรการในกาดูแลความสงบเรียบร้อยและการป้องกันเหตุอาชญากรรมต่างๆ โดยการจัดกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์ออกตรวจสอบบริเวณโดยรอบตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบเดินเท้าป้องกันเหตุอีกส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตามหากพบว่าประชาชนที่เดินเล่นโทรศัพท์มือถือในที่มืดก็จะทำการประชาสัมพันธ์ ให้อยู่ในพื้นที่ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอาชญากรรมต่างๆตามมา และอย่าลงมาเล่นบนพื้นผิวการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดเศร้า พ่อจัดงานสวดศพ”น้องแจน” ลั่นไม่เชื่อฆ่าเพราะเงินแค่ 1,500 บาท!!

จากคดีสะเทือนขวัญเมืองสารคาม คนร้ายลวงสังหาร น.ส.รุจิษยา หรือแจน อมรศรีรัตนชัย อายุ 23 ปี ลูกสาวนายสมชาติ อมรศรีรัตนชัย ชื่อในวงการพระเครื่อง “เล็ก สารคาม” รองประธานบริหารพระเครื่องภาคอีสานเขต 2 ทิ้งศพบริเวณพงหญ้าข้างถนนบายพาสรอบเมืองมหาสารคาม หลังตลาดเกษตร ต.แก่งเลิงจาน  โดยน้องแจนเพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองนอก ได้ไม่กี่เดือน และได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา บอกพ่อว่าจะไปเดินตลาดไนท์ที่ห้างเสริมไทยคอมเพล็กซ์ จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลยจนมาพบเป็นศพ สำหรับบุตรสาวคนนี้ได้ไปช่วยงานร้านกาแฟแห่งหนึ่งกับเพื่อนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ต่อมาเวลา 15.00 น. วันที่ 21 ก.ค. พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม, พ.ต.อ.อิทธิพล สุวรรณวัฒนะ รอง ผบก.ภ.จว.มหสารคาม, พ.ต.อ.ชัยโรจน์ นาคราช ผกก.สส.ภ.จว.มหาสารคาม, พ.ต.อ.กฤตชัย สรวมศรี ผกก.สภ.เมืองมหาสารคาม พร้อมฝ่ายสืบสวน ร่วมกันแถลงจับกุมนายศักดา ประเสิร์ฐสังข์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 15 ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม พนักงานเสิร์ฟร้านอาหารแห่งหนึ่งในต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหาฆ่าน.ส.รุจิษยา โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านของผู้ต้องหา โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมา จากหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่หาข่าว พร้อมทั้งเข้าไปสอบถามเพื่อนผู้ตายที่ร้านกาแฟบาร์คอฟฟี่ ซึ่งเป็นร้านที่ผู้ตายไปช่วยงานเพื่อนอยู่ จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาคือคนลงมือก่อเหตุ จึงติดตามจับกุมตัวได้ภายในบ้านพักของผู้ต้องหาเอง จากการสอบสวน นายศักดา ผู้ต้องหา รับสารภาพว่าสังหารน้องแจนจริง โดยอ้างว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยคบหากับผู้ตายสมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม และเลิกรากันไปได้ประมาณ 4-5 ปี จากนั้นตนก็ได้ขอยืมเงินผู้ตายไป 1,800 บาท และได้ใช้คืนไปแล้ว 500 บาท ต่อมาผู้ตายได้มาทวงเงินที่เหลือ ผมจึงลวงผู้ตายให้ออกมาพบบริเวณที่เกิดเหตุ แล้วใช้เชือกที่หาได้ในบริเวณนั้นมารัดผู้ตายจนเสียชีวิต ส่วนแผลที่เกิดจากรอยคล้ายของแข็งทุบตี ผมไม่ทราบ หลังจากนั้นผมได้นำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปที่ร้านขายโทรศัพท์แห่งหนึ่งเพื่อเตรียมแก้อีมี่เครื่อง ก่อนจะเตรียมตัวหลบหนี แต่ก็มาถูกจับกุมได้เสียก่อน ค่ำวันเดียวกัน นายสมชาติ อมรศรีรัตนชัย หรือเล็ก สารคาม เซียนพระชื่อดัง บิดาน้องแจน เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวไม่เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาที่กล่าวอ้างว่าแค้นที่ลูกสาวทวงเงิน 1,500 บาท เนื่องจากยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่ก็ต้องให้ตำรวจสอบสวนและสาวลึกๆ ไปถึงปมเหตุที่แท้จริง ขณะนี้พร้อมครอบครัวต้องจัดงานศพของลูกสาวให้เสร็จสิ้นไปก่อน จากนั้นค่อยว่ากันใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

นอกจากนี้ นายสมชาติยังโพสต์ในเฟซบุ๊คว่า ขอบคุณในน้ำใจทุกๆ ท่านที่แสดงความเสียใจในเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นครับ น้องเขาไปสบายแล้ว โดยงานศพน้องแจน ลูกสาวผม ตั้งบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 3 วัน เริ่มคืนนี้ ที่วัดโพธิ์ศรี อ.เมือง จ.มหาสารคาม”

ที่มา>>>ข่าวสด

รถคว่ำเลือดกระจายถนน นึกว่าอุบัติเหตุแจ้งจนท. ถึงผงะ!! 2หนุ่มร่างพรุนเป็นศพ

 วันที่ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ ร.ต.อ.สมพงษ์ ศรีครินทร์ พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายถนนสายสันตาเพีย-น้ำจาง หมู่ที่ 13 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ ที่เกิดเหตุเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านบ้านสันตาเพียหมู่ที่ 12 – บ้านน้ำจาง หมู่ที่ 13 ต.บ้านโตก ตลอดเส้นทางมืดสนิท ไม่มีไฟส่องสว่างแต่อย่างใด พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน – ขาว หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 8067 เพชรบูรณ์ ซึ่งล้มอยู่กลางถนน และพบศพชายซึ่งคาดว่าเป็นคนขับขี่สวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น ทราบชื่อต่อมา คือ นายประวิน อุ้มภูธร อายุ 30 ปี อยู่หมู่ 12 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และชายสวมเสื้อสีเหลืองทับด้วยเสื้อคลุมสีน้ำตาล กางเกงยีนส์ขายาว ซึ่งคาดว่าเป็นคนซ้อนท้าย ทราบชื่อต่อมา คือ นายบุญธรรม จันคูณ อายุ 29 ปี อยู่หมู่ 13 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ถูกยิงด้วยกระสุนปืนหลายนัดนอนเสียชีวิตในลักษณะศพยังคร่อมรถอยู่

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 9 ปลอก จึงให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตรวจค้นภายในตัว พบเพียงโทรศัพท์มือถืออยู่ในกระเป๋ากางเกงของคนขับ ส่วนคนซ้อน พบเงิน 20 บาท ยาเส้นและไฟแช็คอยู่ในกระเป๋ากางเกง จากการชันสูตรพบว่านายประวิน ซึ่งเป็นคนขับรถ จยย. ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าตามลำตัวจำนวน 5 นัด กระสุนฝังใน ส่วนนายบุญธรรม ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 11 มม. เช่นเดียวกันจำนวน 6 นัด จากการสอบสวนนายเอ (นามสมมติ) ผู้พบศพเป็นคนแรก ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ตนขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านหมู่ที่ 13 ต.บ้านโตกมาตามเส้นทางดังกล่าว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นรถจักรยานยนต์ล้ม โดยมีคนนอนทับอยู่ 2 คน จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุรถล้ม แต่เมื่อเจ้าหน้าที่อาสาฯ มาดู ก็พบว่าเป็นการฆาตกรรมจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า จากการสอบสวนและตรวจสอบสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุ คาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และน่าจะรู้จักกับผู้ตาย และคาดว่าในขณะที่ทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์มาตามเส้นทางดังกล่าวได้มาพบกับคนร้าย จึงได้จอดเพื่อเคลียร์ปัญหาอะไรกันบางอย่าง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. กระหน่ำยิงจนเสียชีวิตทั้งคู่ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้านและสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุของการสังหารในครั้งนี้

ที่มา>>>ข่าวสด