ชาวบ้านช็อก!! เจ้าอาวาสวัดดังอ่างทอง ผูกคอมรณภาพปริศนาใต้ต้นสาละ ไม่เชื่อคิดสั้น

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ร.ต.อ.นิเวศน์  อยู่แย้ม พนักงานสอบสวน สภ.เกษไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุพบศพพระผูกคอเสียชีวิตภายในวัดตะเคียน หมู่ 4 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลไชโย และเจ้าหน้าที่สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง

พบศพพระสุรินทร์ เอี่ยมเอมรัตน์ ฉายา “จิตตธัมโม” อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดตะเคียน ในสภาพใช้เชือกไนล่อนขนาดใหญ่ผูกคอตัวเองกับกิ่งต้นสาละข้างกำแพงโบสถ์ ซึ่งกิ่งสูงกว่าระดับพื้น 3 เมตร และเท้าที่ยังสวมรองเท้าอยู่ห่างจากพื้นดินเพียงเล็กน้อย ต่อมาตำรวจให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยขึ้นไปแกะเชือก นำร่างเจ้าอาวาสลงมาเพื่อให้แพทย์ชันสูตร ตรวจสอบในตัวพบเงินสด 1,140 บาท ยาอม ไฟแช็กอยู่ในกระเป๋าสบงที่สวมใส่อยู่ สอบถามนายณรงค์ฤทธิ์ นายี่ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 4 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง  เจ้าหน้าที่ อบต.เทวราช ผู้พบศพคนแรก กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าคณะตำบลให้ออกมาช่วยตามหาพระสุรินทร์ โดยเจ้าคณะตำบลบอกว่าพระลูกวัดที่วัดเทวราชโทร.มาแจ้งว่าไม่รู้ว่าเจ้าอาวาสหายไปไหน ใกล้มืดแล้วยังหาไม่เจอ หลังรับแจ้งตนเป็นห่วงมาก เพราะตอนนี้ท่านไม่ค่อยสบาย จึงขับรถออกมาจากบ้านมาที่วัด หาบริเวณด้านหน้าวัดไม่เจอ ไปดูบนห้องก็เจอ แต่เห็นโทรศัพท์มือถือของท่านยังชาร์ตแบตอยู่ ก็เข้าใจว่าไม่น่าจะหายไปไหนไกล

นายณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า นึกไปนึกมาจึงขับรถมาทางข้างโบสถ์ เข้าใจว่าท่านอาจจะเดินมารดน้ำต้นไม้แล้วอาจเป็นลมอยู่ก็ได้ เมื่อขับมาถึงก็ต้องตกใจ เมื่อพบท่านผูกคอตัวเองเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นสาละแล้ว จึงโทร.แจ้งเจ้าคณะตำบลและเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ด้านนางสำราญ  ชื่นพงษ์ อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 4 ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง กล่าวว่า ปกติใส่บาตรกับท่านทุกเช้า ท่านเป็นพระอารมณ์ดี ร่าเริง ไม่เคยเห็นเครียด ไม่คิดเลยว่าจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย ปกติเวลาเจอท่านจะบ่นให้ฟังว่าเบื่อที่ต้องไปเรียนตลอด วัดวาอารามก็รก อย่างไรก็ตาม ไม่เคยเห็นว่าท่านจะมีปัญหากับใคร

ส่วนพระวุฒิ เสวกวิหารี ฉายา “ฐิวากาโร” อายุ 79 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดตะเคียน กล่าวว่า หลังจากอาตมาป่วยจึงลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดตะเคียน มาเป็นพระลูกวัดธรรมดา เจ้าคณะอำเภอจึงแต่งตั้งพระสุรินทร์เป็นเจ้าอาวาสแทน ซึ่งมาอยู่ที่วัดนี้ได้ประมาณ 1 เดือน ระหว่างที่พระสุรินทร์รับตำแหน่ง อาตมาก็ไม่เคยเห็นมีปัญหากับใคร จะมีก็เพียงบ่นเรื่องที่ต้องไปเรียนว่าต้องเรียนหนัก และเรื่องสุขภาพของตัวเองแต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร เคยไปหาหมอ รู้เพียงว่าเป็นโรคความดันต่ำ มึนศีรษะบ่อย ๆ  อาตมาก็ไม่คิดว่าพระสุรินทร์จะมาผูกคอตัวเองแบบนี้ ขณะที่ ร.ต.อ.นิเวศน์ กล่าวว่า  จากการตรวจสอบพระสุรินทร์ใช้เชือกไนล่อนขนาดใหญ่ผูกคอตัวเองเสียชีวิตใต้ต้นสาละ ใกล้กำแพงโบสถ์ ในลักษณะห้อยตัวลงมา เท้ายังสวมรองเท้าอยู่ และอยู่ห่างจากพื้นเล็กน้อยเท่านั้น โดยหลังจากนำศพลงมาให้แพทย์ชันสูตรพบว่ารอยแผลที่บริเวณคอกว้าง 4 เซนติเมตร ยาวรอบคอ 35 เซนติเมตร

จากการสอบสวนทราบว่าท่านเป็นคนลพบุรี เป็นอดีตทหาร หลังจากเออรี่รีไทร์ก็มาบวช โดยจำวัดที่วัดเทวราช กระทั่งช่วงเข้าพรรษานี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดตะเคียน  ย้ายมาอยู่วัดตะเคียนได้ 1 เดือน และได้รับพัดยศเมื่อไม่กี่วันมานี้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครทราบสาเหตุมรณภาพ เบื้องต้นแพทย์ลงความเห็นว่าท่านมรณภาพเพราะขาดอากาศหายใจ จึงส่งศพชันสูตรที่สถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

พบ “โบสถ์มหาอุตม์” อายุกว่า 100 ปี สร้างจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เสนอกรมศิลป์บูรณะ

 เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่วัดน้ำปาด บ้านน้ำปาด หมู่ที่ 2 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก มีโบสถ์เก่าที่ทรงคุณค่า สร้างจากภูมิปัญญาของชาวบ้านในสมัยอดีต และมีจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวความเชื่อของคนในสมัยนั้น เป็นที่น่าศึกษาและอนุรักษ์ไว้ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังวัดดังกล่าว เมื่อไปถึงพบโบสถ์ดังกล่าวตั้งอยู่ภายในวัด มีสภาพทรุดโทรมตามการเวลา โดยทางวัดได้ซ่อมแซมบ้างส่วน โดยสร้างหลังคาสังกะสีคลุมไว้เพื่อกันแดดกันฝน และพบว่านกที่บินไปมาอาจทำให้จิตรกรรมฝาผนังเสียหาย นอกจากนี้ ทางวัดยังนำเหล็กมาขึงมัดกันโบสถ์พังลงมาอีกด้วย พระอธิการสมชาย เจ้าอาวาสวัดน้ำปาด กล่าวว่า โบสถ์ดังกล่าวเป็นโบสถ์มหาอุตม์ ซึ่งจะมีทางเข้าประตูเดียว แต่โบราณพระภิกษุสงฆ์มักจะมาสวดมนต์ภายในอุโบสถเป็นประจำ และเชื่อว่าจะท่องจำวิชาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งตั้งแต่อาตมาได้มาจำวัด และเป็นเจ้าอาวาสที่วัดแห่งนี้ เมื่อสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่าอายุน่าจะมากกว่า 100 ปี ภายในอุโบสถจะมีพระประธานรูปหล่อสำเริด เป็นที่สักการะของคนในหมู่บ้าน และโดยรอบทั้งด้านในและด้านนอกจะมีจิตรกรรมที่วาดโดยช่างพื้นบ้าน เป็นเรื่องราวการทำความดีความชั่ว ความเชื่อของชาวบ้าน และวิถีชาวบ้านในยุคนั้น อาทิ การทำบาปจะตกนรกภาพรถไฟกรุงเทพชียงใหม่ เป็นต้น สร้างความน่าสนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก เจ้าอาวาสวัดน้ำปาด กล่าวต่อว่า สำหรับจุดเด่นของโบสถ์หลังนี้อยู่ที่การก่อสร้าง ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สร้างโบสถ์ โดยนำอิฐในพื้นที่มาก่อสร้างไม่ใช้เหล็ก ไม่มีเสา ทำให้เมื่อกาลเวลาผ่านไปตัวโบสถ์ก็เริ่มทรุดโทรมตามธรรมชาติ แต่ทางวัดก็พยายามบูรณะ โดยสร้างหลังคาคลุมเพื่อกันแดดกันฝน และใช้เหล็กมามัดขึงรอบโบสถ์กันโบสถ์พัง และช่วงที่ผ่านมาได้ติดต่อผ่านทางวัฒนธรรมอำเภอให้ช่วยเข้ามาบูรณะ โดยเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างนำเรื่องไปปรึกษากับทางสำนักศิลปากรที่ 6 ในการหาวิธีที่จะบูรณะซ่อมแซมโบสถ์ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับบ้านน้ำปาดต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด